ฮือฮา ชาวประมงมะกัน จับปลาเก๋ายักษ์ได้ หนัก297 ปอนด์

ชาวประมงเท็กซัส จับปลาเก๋ายักษ์ขนาดน้ำหนัก 297 ปอนด์ ใหญ่เป็นอันดับ 3 เท่าที่เคยพบมา article-2647671-1E713CD200000578-14_634x644

วันนี้(5 มิ.ย.)สำนักข่าวเดลิเมล์ รายงานว่า คัลเลน เกรียร์ ชายชาวประมงในเมืองฮุสตัน รัฐเท็กซัส ทางตอนใต้ของสหรัฐอเมริกา สามารถจับปลาเก๋าขนาดยักษ์ หนัก 297 ปอนด์ โดยปลาเก๋าตัวดังกล่าวมีความกว้าง 6 ฟุต ยาว 6 ฟุต

นายเกรียร์เผยนาทีที่พบเจอปลาเก๋ายักษ์ว่า เขาเห็นมันดำผุดดำว่ายอยู่ใกล้ๆกับแท่นขุดเจาะน้ำมัน นอกชายฝั่งของอ่าวเม็กซิโก ก่อนที่จะลงมือจับมันด้วยเหยื่อสด ซึ่งขนาดที่ใหญ่ของปลาเก๋าตัวนี้ทำให้เขาต้องต่อสู่กับมันร่วมครึ่งชั่วโมงกว่าจะนำมันขึ้นมาบนเรือได้

ซึ่งสุดท้ายมันก็แพ้และถูกนายเกรียร์นำกลับมายังฝั่ง ซึ่งมีข้อมูลเผยว่า มันอาจจะเป็นปลาที่มีแนวโน้มที่จะมีขนาดใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 3 ที่พบในแถบนี้ แต่ยังไม่สามารถล้มสถิติบปลาเก๋าน้ำหนัก 359.1 ปอนด์ ที่ถูกจับได้เมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2008

MThai News

ควันหลง ทหาร-ตร. จัดเต็มคืนความสุขให้ปชช.

งาน “คืนความสุขสู่ประชาชน” ประชาชนคึกครื้น การรักษาความปลอดภัยแน่น กทม.เล็งอาจจัดสัปดาห์ละครั้ง

14

วานนี้ (4 มิ.ย.)สำนักงานกรุงเทพมหานคร ร่วมกับกองพลทหารม้าที่ 2และตำรวจนครบาล1 จัดแสดงดนตรี “คืนความสุขสู่ประชาชน” บริเวณลานเอนกประสงค์ เกาะพญาไท เขตราชเทวี ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. ตั้งแต่เวลา 16.00 – 19.00 น.

ซึ่งภายในงานมีการจัดกิจกรรมมากมาย อาทิ การแสดงดนตรีของวงดุริยางค์ทหารบก และวงดุริยางค์ตำรวจ และยังได้นำการแสดงโปงลางเพื่อเผยแพร่วัฒนธรรม  ด้านกทม.ได้นำวงโยธวาทิตของโรงเรียนราชวินิตมัธยม เข้าร่วมแสดงในครั้งนี้

นอกจากนี้ หากเข้าร่วมงานยังสามารถพบกับดารานักแสดงชื่อดังที่เป็นทหาร อย่างหมอก้อง หรือ ร.อ.นพ.สรวิชญ์ สุบุญ  นอกเหนือจากกิจกรรมบนเวทีภายในงานยังมีการนำทหารม้าร่วมโชว์ เพื่อให้ประชาชนได้ร่วมถ่ายภาพ แต่สำหรับกิจกรรมที่ได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างมาก เห็นจะเป็นการที่กองพลทหารม้าได้จัดให้ประชาชนสามารถร่วมถ่ายรูปกับทหารม้าที่ได้แต่งตัวมาอย่างครบเครื่อง ผู้เข้าไปร่วมถ่ายรูปล้วนมีแต่รอยยิ้ม

รวมไปถึงมีการบริการทางการแพทย์ จากโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าให้บริการตรวจสุขภาพฟรี สำหรับหน่วยพยาธิการทหาร ได้มีการจัดจุดบริการน้ำดื่มและอาหารให้ประชาชนฟรี ทำให้กิจกรรม คืนความสุขสู่ประชาชนได้รับความสนใจจากผู้ที่สัญจรไปมาเป็นอย่างมาก ด้านการรักษาความปลอดภัย มีทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารเข้ามาดูแล อย่างใกล้ชิด กิจกรรมต่างๆสามมารถลุล่วงไปได้ด้วยดีไม่มีกลุ่มใดออกมาคัดค้าน

นางจรัญ หนุน ภักดี ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้เปิดเผยต่อผู้สื่อข่าวว่า รู้สึกขอบคุณทหารมากที่เข้ามาทำให้ประชาชนมีความสุขอีกครั้ง เพราะบ้านเมืองผ่านเรื่องร้ายๆมามาก มีกิจกรรมเช่นนี้เกิดความประทับใจและอยากให้มีการจัดกิจกรรมเช่นนี้อีก

พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่าการจัดงานครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจาก คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ทหาร และตำรวจ โดยวัตถุประสงค์ในการจัดงานครั้งนี้ก็เพื่อสร้างความปรองดองให้พี่น้องประชาชน ลดความขัดแย้งที่เคยมี ซึ่งหากประชาชนชื่นชอบกิจกรรมเช่นนี้ คาดว่าอาจจะมีการจัดขึ้นอีกสัปดาห์ละครั้งปรับเปลี่ยนสถานที่ให้ทั่วถึงประชาชน

Mthai News

2 3 4 6 7 10 11 13 14 15 17 ท1 14

เก่าไปใหม่มา ! พัฒนาการวัยรุ่นไทยในรอบ 30 ปี

#โลกมันหมุนเร็วขึ้นทุกวันฉันตามไม่ทันแล้วพี่บัวลอย แท็กยอดฮิตที่สะท้อนความเปลี่ยนแปลงของสังคมผ่านทางผู้ใช้สังคมออนไลน์ทวิตเตอร์ ซึ่งการเปลี่ยนผ่านอย่างรวดเร็ว ทั้งด้านสังคม สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรมและเทคโนโลยี นำไปสู่การปรับตัวของคนที่ต้องทันยุค ทันเหตุการณ์ตลอดเวลา ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นคนตกกระแส ซึ่งกลุ่มคนที่ไวต่อกระแสมากที่สุดและเป็นเหมือนช่วงวัยที่แพร่เทคโนโลยีไปยังกลุ่มวัยอื่นๆ นั่นก็คือ วัยรุ่น ซึ่ง Mthai ขอพาย้อนไปดูเช็คกระแสในรอบ30ปี วัยรุ่นไทย เคยฮิตอะไรบ้าง ?

teenage-infographic

ย้อนไปในยุค พ.ศ.2520 -2530 : วัยรุ่นไทยเคยฮิตแผ่นเสียง รอโลเบรค สเก็ตน้ำแข็ง ลานสเก็ตแดนซ์ ห้างสรรพสินค้าเริ่มเปิด ยังติดต่อบอกรักกันผ่านจดหมายแต่ถ้าจะให้เร็วก็โทรเลขเลย ถัดมาในยุค 2530 – 2540 ยุคที่เทปคลาสเซทบูม วัยรุ่นบอกรักผ่านเพจเจอร์ เทรนด์กางเกงยีนส์เบ่งบาน การโทรขอเพลงกับดีเจเป็นเรื่องสนุกและน่าตื่นเต้น ในยุคนั้นคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ตเข้าถึงยาก

มาต่อที่ยุค 2540 -2550 หลังวิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง ธุรกิจแผ่นซีดีเริ่มเข้ามาแทนที่เทปคลาสเซท โทรศัพท์มือถือเริ่มเข้ามาจากเครื่องใหญ่หน้าจอสีดำ ค่อยๆกลับเปลี่ยนมาเป็นจอสี จากนั้นก็เพิ่มลูกเล่นด้วยการถ่ายรูปได้ โทรศัพท์ที่ฮิตมากที่สุดในขณะนั้นคงหนีไม่พ้น NOKIA ซึ่งตระกูล N ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะทั้งถ่ายรูปได้ เล่นเกมส์ ลงจาวาได้  เป็นอุปกรณ์ที่ทันสมัยที่สุดในยุคนั้น คนในยุคนี้มี MSN เป็นเพื่อนคลายเหงา

จนกระทั่งยุคปี 2550 – 2557 เมื่อสมาร์ทโฟนรุกตลาดมือถืออย่างจริงจังด้วย 2 ค่ายใหญ่ แอปเปิ้ลและซัมซุง  ซึ่งหากจำกันได้ก่อนที่ 2 ค่ายยักษ์นี้จะยิ่งใหญ่ วัยรุ่นไทยเคยฮิตแบล็คเบอรี่อยู่ช่วงหนึ่ง ก่อนที่มันจะหายไปเพราะสมาร์ทโฟนราคาถูกเริ่มเข้ามาเยอะและการซื้อง่ายขายคล่องทำให้การมีสมาร์ทโฟนไม่ใช่เรื่องยาก ซึ่งมันทำให้โซเชี่ยลเน็ตเวิร์คถูกโยงใยถึงกันเหมือนการเชื่อมคนทั้งโลกไว้ด้วยโครงข่ายไร้สาย คนสามารถใกล้ชิดกันเพิ่มขึ้นและติดต่อกันได้ทุกเวลา

MThai News