ไอ้หื่นป่วน ขี่มอไซค์ไล่จับหน้าอกหญิงสาวมหาวิทยาลัย

ตามล่าโรคจิตอนาจารไล่จับหน้าอกสาวนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฎอุดรธานี

xcdvf

วันที่ 4 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.ต.อ.อาทิตย์ สอทา นายร้อยเวร สภ.เมืองอุดรธานี รับแจ้งเหตุอนาจารไล่จับหน้าอกสาวนักศึกษาในซอยจินตคาม ด้านข้างมหาวิทยาลัยราชภัฎอุดรธานี ถ.ทหาร ต.หมากแข้ง เจ้าหน้าที่จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

เมื่อถึงที่เกิดเหตุพบ น.ส.บี (นามสมมติ) อายุ 21 ปี โดยทางผู้เสียหายเปิดเผยกับเจ้าหน้าที่ว่า ขณะขี่รถจักรยานยนต์กลับหอพักพอถึงช่วงทางโค้งของซอยดังกล่าว ได้มีชายมีลักษณะคล้ายวิกลจริตอายุประมาณ 25 ปี ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีแดงดำ ไม่ติดป้ายทะเบียน ได้พยายามขับตามประกบแล้วได้ยื่นมือมาจับหน้าอกของตน หลังจากนั้นได้เร่งเครื่องขับหลบหนีไป ในช่วงระยะเวลาใกล้เคียงกันเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้ง น.ส.ซี (นามสมมุติ) อายุ 21 ปี นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยเดียวกันแจ้งว่า ถูกชายโรคจิตขับรถจักรยานยนต์ไล่จับนมบริเวณใกล้เคียงกับที่ น.ส.บี (นามสมมติ) แจ้งไว้

จากการสอบถามพยานใกล้เคียงซอยดังกล่าวทราบว่า ขณะนี้ได้มีชายโรคจิตอาละวาดจริง โดยใช้ช่วงเวลาดึกซ่อนตัวในมุมมืด เมื่อเห็นหญิงสาววัยรุ่นขี่จักรยานยนต์มาคนเดียวจะโผล่ออกมาโชว์ของลับ , ไล่จับหน้าอก และของสงวนของหญิงสาว ก่อนที่จะขี่จักรยานยนต์หลบหนี ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียงพร้อมทั้งจัดเจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจสอบเวลาดึกในจุดดังกล่าว

MThai News

ก.ท่องเที่ยว เตรียมชงคสช.เลิก “เคอร์ฟิว” เพิ่มอีก 8 แห่ง

ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุ เตรียมเสนอให้ คสช.พิจารณายกเลิก เคอร์ฟิว เพิ่มอีก 8 แห่ง หลังยกเลิกไปแล้ว 3 แห่ง หวังสร้างความเชื่อมั่นนักเที่ยวต่างชาติ

เคอร์ฟิว, ยกเลิกเคอร์ฟิวเพิ่ม, จังหวัดที่ยกเลิกเคอร์ฟิว

วานนี้ 4 มิ.ย.57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุวัตร สิทธิหล่อ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า กระทรวงการท่องเที่ยวฯ เตรียมเสนอให้ คสช.พิจารณายกเลิกห้ามออกนอกเคหะสถาน ตามประกาศ เคอร์ฟิว พื้นที่แหล่งท่องเที่ยวกลางคืน เพิ่มเติม อย่างน้อย 8 แห่ง ได้แก่ กระบี่ พังงา ตรัง หาดใหญ่ เกาะช้าง ชะอำ หัวหิน และเชียงใหม่ เพื่อผ่อนคลายสถานการณ์ความตรึงเครียด และสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ภายหลังคสช.ยกเลิกเมื่อวันที่ 3 มิ.ย.ที่ผ่านมา 3 พื้นที่ ได้แก่ พัทยา สมุย และภูเก็ต

MThai News

บุญรักษา ดาบตำรวจใจบุญช่วยเหลือสังคม อาการพ้นขีดอันตรายแล้ว

จากกรณีที่ทีมข่าวMONO29 ได้ลงพื้นที่ทำสกู๊ปเรื่องราวชีวิตดาบใจบุญ ด.ต.นิกร ผาสุก ผบ.หมู่ จร.สน.บางมด ซึ่งในขณะนั้นพบว่า ดาบนิกรป่วยกะทันหันระหว่างปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งทางทีมข่าวMONO29 ได้เข้าช่วยเหลือนำส่งทางโรงพยาบาลบางปะกอก 9

S__770428

ล่าสุดทีมข่าวMONO29 ได้เข้าเยี่ยมสอบถามถึงอาการของ ด.ต.นิกร ผาสุก โดยทาง นพ.ราดชนทร์ เล่ห์มงคล อายุรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจ ในเครือโรงพยาบาลบางปะกอก เปิดเผยว่าด.ต.นิกร ได้มีอาการป่วยโรคเส้นเลือดหัวใจตีบฉับพลัน แพทย์ได้เริ่มรักษา ด้วยการ ฉีดสีเพื่อหาตำแหน่งที่เส้นเลือดแดงตีบ

เมื่อพบว่าอยู่ด้านหน้าของหัวใจ จากนั้น แพทย์จะใส่สายที่ปลายเหมือนลูกโป่ง เมื่อฉีดลมเข้าไปลูกโป่งจะขยายดันส่วนที่ตีบให้ขยายเพื่อให้เลือดไปเลี้ยงหัวใจเพิ่มขึ้น จากนั้นแพทย์จะใส่ขดลวดเล็กๆ เพื่อป้องกันไม่ให้หลอดเลือดตีบซ้ำ โดยใช้เวลาในการรักษา 40 นาที นอกจากนี้จากการวิจัยเบื้องต้นไม่พบปัจจัยเสี่ยงที่จะป่วยเป็นโรคดังกล่าว อย่างไรก็ตามต่อจากนี้ ด.ต.นิกร ต้องเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจสอบอาการอย่างต่อเนื่อง

ศาสตราจารย์นายแพทย์อดิศร ภัทราดูลย์ ประธานการแพทย์ในเครือโรงพยาบาลบางปะกอก เปิดเผยว่า ด.ต.นิกร ได้ทำความดีในวันนี้ผลได้ตอบแทนแล้ว เนื่องจาก ด.ต.นิกร ได้มีอาการป่วยโรคเส้นเลือดหัวใจตีบฉับพลัน ซึ่งโรคดังกล่าวมีผู้รอดตายเพียง 1 ใน 3 ซึ่งตนก็ป่วยเป็นโรคดังกล่าวเช่นกัน หลังจากทราบประวัติของผู้ป่วย ตนรู้สึกประทับใจในความดีของดาบใจบุญ ทางโรงพยาบาลบางปะกอก 9 อินเตอเนชั่นแนล จะขอรับผิดชอบค่าใช้จ่ายจากส่วนต่างหลังจากเหลือจากการเบิกใช้สิทธิข้าราชการ เพื่อขอเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือบุคคลตัวอย่างที่ดีที่ทำเพื่อสังคม

จากการสอบถาม ด.ต.นิกร ผาสุก เปิดเผยว่า รู้สึกขอบคุณเป็นอย่างมากที่ทีมข่าวMONO29 ได้ช่วยเหลือตนจากอาการป่วยวานนี้ ซึ่งตนได้มีอาการดีขึ้นตามลำดับแล้ว สำหรับอาการป่วยนั้นไม่เคยรู้ตัวมาก่อนว่าป่วยเกี่ยวกับหัวใจ เพราะตนไม่ดื่มสุราและดูดบุหรี่ แต่ในระยะหลังเหมือนมีสัณญาณเตือนมาจากอาการแน่นหน้าอกหลายครั้ง จนครั้งนี้รู้สึกหนักกว่าปกติ

จากการสอบถาม น.ส.นันทิดา ผาสุข ลูกสาวของ ด.ต.นิกร เปิดเผยว่า บิดาไม่ได้เป็นเพียงตำรวจที่ดูประชาชนเพียงอย่างเดียว แต่เป็นคนใจบุญที่คอยดูแลสัตว์เร่ร่อนด้วยการให้อาหารมาตลอด 8 ปี อย่างไรก็ตามคุณพ่อกังวลในเรื่องค่าใช้จ่ายมาก จึงพยายามติดต่อขอย้ายทางโรงพยาบาลรักษา แต่ทางแพทย์ได้ให้ขอความอนุเคราะห์ในการดูแลรักษาดาบใจบุญต่อ โดยคาดว่าใช้ระยะเวลา 3-4 วัน ก็สามารถเดินทางกลับบ้านได้ทั้งนี้ต้องขอขอบคุณทางบริษัทโมโนกรุ๊ป ที่ได้ช่วยเหลือบิดาของตน

MThai News

S__770429 S__770432