คสช. ผ่านงบฯ ศธ. ปี58 กว่า 5 แสนลบ.

คสช. ผ่านกรอบวงเงินงบประมาณของศึกษาธิการ  ปี 58 กว่า 5 แสนลบ. เพิ่มจากปีก่อน 4% หวังนำไปพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนของสถาบันการศึกษา

รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (30 มิ.ย.57) ฝ่ายสังคมจิตวิทยา คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้มีการอนุมัติเห็นชอบกรอบวงเงินคำของบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2558 ของกระทรวงศึกาาธิการแล้ว โดยมีมีวงเงินรวมทั้งสิ้น 504,160 ล้านบาทเศษ โดยสูงขึ้นกว่าปีงบประมาณ 2557 จำนวน 21,372 ล้านบาทเศษ หรือเพิ่มขึ้น 4.43%

คสช, งบประมาณ, กระทรวงศึกษาธิการ

ซึ่งทาง ดร.สุทธศรี วงษ์สมาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เผยว่างบประมาณจำนวนนี้ จะนำไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนทั้งสิ้น โดยส่วนใหญ่เป็นการเพิ่มในส่วนของ สกอ. 4,473 ล้านบาทเศษ ซึ่งจะลงไปที่สถาบันอุดมศึกษา 80 แห่ง สพฐ. 1,500 ล้านบาทเศษ และ สอศ. 956 ล้านบาทเศษ เบื้องต้นทางกระทรวงศึกษาธิการได้จัดส่งคำของบฯ ปี 58 ให้สำนักงบประมาณแล้ว

MThai news

จักรภพ ส่งต่อข้อความ จารุพงศ์ ปลุกเสรีไทยต่อสู้เผด็จการทหาร

จักรภพ ส่งต่อข้อความ จารุพงศ์ ปลุกเสรีไทยต่อสู้เผด็จการทหาร ส่งต่อข่าวสารแห่งความจริง อย่าให้ทหารสร้างกรงขังแห่งความหลอกลวง ขึ้นมาครอบงำ ปิดหู-ปิดตา

วันนี้ (30 มิ.ย. 57) นายจักรภพ เพ็ญแข ผู้ต้องหาตามหมายจับข้อหามีอาวุธสงครามในครอบครอง และความผิดอาญามาตรา112 ได้โพสต์ข้อความของนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ (ในฐานะเลขาธิการองค์กรเสรีไทย) ที่ระบุเนื้อหาให้ประชาชนคนไทยที่รักประชาธิปไตย ทุกคนลุกขึ้นสู้กับคณะเผด็จการทหาร โดยระบุว่า

จักรภพ เพ็ญแข, จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ, คสช, รัฐประหาร

สวัสดี เพื่อนชาวไทยผู้มีเสรีภาพและความเป็นไทในจิตวิญญาณทุกท่าน

อาวุธที่ดีที่สุดของประชาชนมือเปล่าในห้วงเวลาของการกดขี่โดยคณะเผด็จการทหารยามนี้ คือ  “ความจริงใจ ความรัก ในความยุติธรรม รักศักดิ์ศรีความเป็นคน ของคนไทยทุกคน”

นับแต่เกิดการรัฐประหาร คณะเผด็จการทหารพยายามสร้างเรื่องเท็จหลอกลวงจำนวนนับไม่ถ้วน เพื่อทำลายความเชื่อมั่นในเสรีภาพและประชาธิปไตยของเพื่อนชาวไทยที่ลุกขึ้นมาต่อสู้นับแต่วันแรก และล่าสุดนายจักรภพ เพ็ญแข สมาชิกผู้ร่วมก่อตั้งองค์การเสรีไทย ได้โดนศาลทหารออกหมายจับด้วยการยัดเยียดข้อหามีอาวุธสงคราม

ทั้งที่ไม่มีหลักฐานประกอบใดๆ วิธีการสกปรกนี้ ไม่ต่างจากที่เผด็จการทหารเคยใช้กับนักศึกษาในอดีต ที่ใส่ร้าย กุข่าว เรื่องจับอาวุธสงครามได้ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์หลังวันฆ่านกพิราบ 6 ตุลาคม 2519 ซึ่งเวลาได้พิสูจน์ความจริงแล้วว่า เรื่องเหล่านั้น ล้วนเป็นการปั้นข่าวลวง เพื่อทำลายประชาชนผู้เป็นศัตรูโดยตรงกับเผด็จการทหารทั้งสิ้น

ณ ตอนนี้ ศักดิ์ศรีของประเทศชาติและประชาชนชาวไทยตกต่ำถึงขีดสุด อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เพราะถูกปล้นโดยคสช. เผด็จการทหารพยายามปิดหู ปิดตาเรา ไม่ให้เรารับรู้เรื่องราวของการต่อสู้ และไม่ให้เรารับรู้แรงกดดันจากนานาประเทศ ที่มีต่อประเทศไทย ปิดสถานีโทรทัศน์ วิทยุชุมชน

ควบคุมเนื้อหาข่าวสาร ส่งทหารไปประจำสถานีโทรทัศน์และหนังสือพิมพ์ เพื่อให้สื่อออกข่าวตามใจคณะเผด็จการทหาร เรียกตัวสื่อมวลชน นักข่าว นักวิชาการ แม้กระทั่งประชาชนอิสระที่นำเสนอข่าวของตนเองผ่านทางโซเชียลมีเดีย จนการนำเสนอข่าวถูกจำกัดไร้เสรีภาพใดๆ

สิ่งที่เราชาวไทยผู้รักและต้องการปกป้องเสรีภาพจะทำได้ด้วยมือเปล่า คือการบอกเล่าความจริงที่เกิดขึ้น ระหว่างประชาชนสู่ประชาชนด้วยกัน ไม่ว่าจะอยู่ในที่ใด เมื่อไร อาชีพ อายุ เพศ ไม่เป็นสิ่งขวางกั้นความจริง ให้ประชาชนได้ก้าวข้ามกรงขังแห่งความหลอกลวงที่เผด็จการทหารสร้างขึ้นมาครอบงำ

ผู้ร่วมอุดมการณ์เสรีไทยทุกแห่งหน สามารถเป็นตัวกลางระหว่างผู้ได้รับข่าวสารจากโซเชียลมีเดียสู่เพื่อนบ้าน ครอบครัว พี่น้อง มิตรสหาย องค์กรในต่างประเทศ ที่อาจเข้าไม่ถึง พูดความจริงให้มีเสียงดังซ้อนซ้ำย้ำเตือนในจิตสำนึกแห่งเสรี ที่ไม่ยอมให้เผด็จการทหารใช้เศษเงินมาแลกเอามิตรภาพและความรักในความจริงเพื่อตั้งข้อหาข่มขู่คุกคาม

เพื่อนชาวไทยที่รัก เราจะร่วมทำงานทางความคิดต่อเนื่องกันไป จะส่งต่อจดหมายข่าวเสรีไทยเพื่อแจ้งความจริงของการต่อสู้กับความเท็จของเผด็จการทหาร เพื่อเสรีภาพและมนุษยชนของชาวไทยเป็นประจำทุกอาทิตย์ และเมื่อถึงเวลา เราจะได้ร่วมเดินพร้อมกัน เหยียดหลังตรงเปี่ยมทรนงในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ที่เท่าเทียมกันอีกครั้ง

ด้วยความเชื่อมั่นต่อพลังประชาธิปไตยของประชาชน

จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ
เลขาธิการองค์กรเสรีไทย
FreeThai
The Organisation of FreeThais for
Human Rights and Democracy

MThai news

ไทยถอนพาสปอร์ต 6 ผู้ต้องหาตามหมายจับ คสช.แล้ว

กระทรวงการต่างประเทศ เผยยกเลิกพาสปอร์ต 6 ผู้ต้องหาตามหมายจับ คสช.แล้ว กรณี “จักรภพ เพ็ญแข” เหลือประสานงานหาช่องทางส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับฮ่องกง

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ได้ดำเนินการถอนหนังสือเดิน ทาง (พาสปอร์ต) ของบุคคล จำนวน 6 คน อันประกอบด้วย นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ นายจักรภพ เพ็ญแข นายสุนัย จุลพงศธร น.ส.ฉัตรวดี อมร พัฒน์ หรือโรส นายเอกภพ เหลือรา หรือตั้ง อาชีวะ และนายอรรถชัย อนันตเมฆ ตั้งแต่วันที่ 26 มิ.ย.ที่ผ่านมา

0014

สำหรับนายจักรภพ เพ็ญแข แกนนำองค์กรเสรีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย ยังต้องมีกระบวนการตามกฎหมาย จากการตรวจสอบเข้าใจ ว่าขณะนี้ไทยและฮ่องกงยังไม่มีสนธิสัญญาการส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างกัน จึงต้องมีการหารือว่าจะใช้ช่องทางใดได้บ้าง ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการ ประสานงาน ซึ่งต้องมีคำขออย่างเป็นทางการจากอัยการสูงสุด ซึ่งเข้าใจว่าอยู่ในกระบวนการดำเนินการ

ทั้งนี้ การยกเลิกหนังสือเดินทางเป็นไปตามระเบียบว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง พ.ศ.2548 ข้อ 23 (2) ที่ระบุว่าเจ้าหน้าที่สามารถยกเลิกหรือเรียก หนังสือเดินทางได้เมื่อปรากฏภายหลังว่าผู้ถือหนังสือเดินทางเป็นบุคคลซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่อาจออกหนังสือเดินทางได้ เนื่องจากเป็นผู้ต้องหาคดีอาญาที่ ได้มีการออกหมายจับไว้แล้ว ทั้งนี้ถือป็นการดำเนินการตามขั้นตอนปกติ หลังกระทรวงการต่างประเทศได้รับหนังสือจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) ขอให้เพิกถอนหนังสือเดินทางของทั้ง 6 คน ซึ่งเป็นผู้ต้องหาคดีในคดีอาญาที่ได้ออกหมายจับไว้แล้ว

MThai News