บริษัทมะกันผลิตผ้าห่มกันกระสุน หลังเกิดเหตุกราดยิงถี่

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า บริษัท “โปรเท็คต์” ของสหรัฐ ได้ประดิษฐ์ผ้าห่มกันกระสุน และยังช่วยป้องกันตัวจากเหตุภัยธรรมชาติพายุถล่มได้อีกด้วย หลังเกิดเหตุกราดยิงบ่อยครั้งในสหรัฐฯ

1402367882000-060914bodyguardblanket

ทั้งนี้ผ้าห่มกันกระสุนนี้มีการโฆษณาว่าเนื้อผ้าทำจากพลาสติกป้องกันจรวดที่มีความหนาแน่นสูง ป้องกันการถูกทำร้ายจากอาวุธปืน 9 มม. ลูกตะกั่ว และปืนขนาด .22 ทั้งยังใช้หลบซ่อนตัวไม่ให้ได้รับอันตรายจากซากปรักหักพังลอยมาทำให้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตขณะเกิดพายุได้อีกด้วย

อย่างไรก็ตามผ้าห่มกันกระสุนนี้มีวางขายแล้ว สนนราคาอยู่ที่ราว 1,000 ดอลลาร์ (32,000 บาท) โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นโรงเรียนต่าง ๆ ทั่วสหรัฐฯ

MThai News

1402342764-oklahoma-company-creates-bulletproof-blanket-protect-kids-during-school-shootings-bodyguard-blanket

สลด ! ผ.อ.ลมบ้าหมูกำเริบ ขับรถชนนักเรียน เสียชีวิต 4บาดเจ็บอื้อ

สลด ผ.อ.โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดหนองบัวลำภู โรคลมบ้าหมูกำเริบ ขับรถชนเด็กนักเรียน เสียชีวิต 4 ราย บาดเจ็บ13ราย

1 (1)

วันนี้(11 มิ.ย.) ช่วงเวลาประมาณ 10.00น. มีรายงานข่าวว่าได้เกิดเหตุสลดขึ้นที่โรงเรียนหนองบัวพิทยาคาร อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู ซึ่งกำลังจัดงานนิทรรศการวันวิทยาศาสตร์และมีคุณครูและนักเรียนอีกหลายโรงเรียนมาเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก

ระหว่างนั้น นายบัวลำ โงะบุดดา ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านวังน้ำขาวชนูปถัมภ์ กำลังขับรถยนต์ปาเจโร่ผ่านมา และได้เกิดอาการโรคลมบ้าหมูกำเริบ ทำให้รถยนต์ชนเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ของโรงเรียนหนองบัววิทยายนที่มาร่วมเยี่ยมชมงาน

ก่อนที่รถปาเจโร่จะพุ่งไปชนต้นไม้ที่เกาะกลางถนน โดยมีเพื่อนนักเรียนและคุณครูเห็นเหตุการณ์เป็นจำนวนมาก เบื้องต้นมีรายงานว่า เด็กที่ถูกรถชนเสียชีวิตกลางถนนของโรงเรียนรวมแล้ว4 ราย บาด
เจ็บ 13 ราย

1.2

มติ คตร.ให้ตรวจสอบเข้ม 8 โครงการในงบปี 57

รองโฆษก คสช.เผย ที่ประชุมคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ มีมติ ให้ตรวจสอบโครงการขนาดใหญ่ที่ยังคงค้างการเบิกจ่ายในปีงบประมาณ 57 โดยเฉพาะโครงการที่มีมูลค่าเกินกว่า 1 พันล้านบาทของ 8 โครงการ และ 1 หน่วยงาน

คตร.คืออะไร, คสช., ตรวจสอบงบปี 57, วินธัย สุวารี

วันนี้ 11 มิ.ย. 57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ หรือ คตร. ที่มี พล.ท.อนันตพร กาญจนรัตน์ เป็นประธาน ได้เชิญส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมบัญชีกลางสำนักงบประมาณ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และผู้แทนฝ่ายต่างๆ มาประชุมเพื่อร่วมกำหนดนโยบายการตรวจสอบโครงการต่างๆ ให้เกิดความโปร่งใส คุ้มค่า เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมอย่างแท้จริง

ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติให้ตรวจสอบโครงการขนาดใหญ่ที่ยังคงค้างการเบิกจ่ายในปีงบประมาณ 57 โดยเฉพาะโครงการที่มีมูลค่าเกินกว่า 1 พันล้านบาท ซึ่งมีจำนวน 8 โครงการ และ 1 หน่วยงาน

สำหรับแนวนโยบายการตรวจสอบโครงการที่ คตร.จะดำเนินการ มี 3 ลักษณะ คือ 1.หากโครงการใดที่ คตร.เข้าตรวจสอบแล้วพบว่ามีความเหมาะสม จะให้ส่วนราชการสามารถดำเนินการตามขั้นตอนได้ต่อไป 2.โครงการที่เข้าตรวจสอบแล้วพบว่าต้องทบทวนเปลี่ยนแปลง จะให้ส่วนราชการแก้ไขให้เหมาะสมก่อนแล้วถึงจะดำเนินการ และ 3.โครงการที่ คตร.พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสมจะให้ยกเลิกและหยุดดำเนินการ

ขณะที่ โครงการที่ คตร.จะเข้าดำเนินการตรวจสอบ ได้แก่ โครงการซึ่งเป็นแผนงานขนาดใหญ่ที่วงเงินเกิน 1,000 ล้านบาท ในขั้นต้นจะให้ฝ่ายต่างๆ พิจารณาตรวจสอบก่อน และแจ้งให้ คตร.ทราบเพื่อดำเนินการต่อไป นอกจากนี้ จะตรวจสอบโครงการซึ่ง คตร.ได้พิจารณาจากเอกสารผลการรายงานจากฝ่ายต่างๆ เพื่อจัดชุดตรวจไปติดตามและตรวจสอบแล้วจัดทำเป็นข้อเสนอให้หัวหน้า คสช.ต่อไป

MThai News