คสช.สั่งเด้งรวด 15ตำแหน่งบิ๊กอธิบดีพลังงาน

คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เด้งรองปลัดกระทรวงพลังงาน,อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ,ผู้ตรวจราชการกระทรวงพลังงานรวม15คน

คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 87/2557 เรื่อง การกำหนดตำแหน่งและแต่งตั้งข้าราชการให้ดำรงตำแหน่งเพื่อให้การปฏิบัติงานของส่วนราชการต่างๆ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเหมาะสม หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงมีคำสั่ง ดังนี้

คสช.

คสช.

ข้อ 1 ให้กำหนดตำแหน่งข้าราชการเพิ่มขึ้นในส่วนราชการดังนี้

(1)ตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงพลังงาน จำนวน 4 ตำแหน่ง

(2)ตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จำนวน 2 ตำแหน่ง

ข้อ 2 ให้ นายชุมพล ฐิตยารักษ์ พ้นจากตำแหน่งรองปลัดกระทรวงพลังงาน และให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงพลังงาน เป็นพิเศษเฉพาะราย

ข้อ 3 ให้ นายทรงภพ พลจันทร์ พ้นจากตำแหน่งอธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ และให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงพลังงาน เป็นพิเศษเฉพาะราย

ข้อ 4 ให้ นายสมนึก บำรุงสาลี พ้นจากตำแหน่งอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน และให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงพลังงาน เป็นพิเศษเฉพาะราย

ข้อ 5 ให้ นายประมวล จันทร์พงษ์ พ้นจากตำแหน่งอธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน และให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงพลังงาน เป็นพิเศษเฉพาะราย

ข้อ6 ให้ นายเสมอใจ ศุขสุเมฆ พ้นจากตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน และให้ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงแรงงาน

ข้อ 7 ให้ นายคุรุจิต นาครทรรพ พ้นจากตำแหน่งรองปลัดกระทรวงพลังงาน และให้ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมเชื้อเพลิง

ข้อ 8 ให้ นายวิฑูรย์ กุลเจริญวิรัตน์ พ้นจากตำแหน่งรองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน และให้ดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน

ข้อ 9 ให้ นายวีระพล จิรประดิษฐกุล พ้นจากตำแหน่งหัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงพลังงาน และให้ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน

ข้อ 10 ให้ นายชวลิต พิชาลัย พ้นจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงพลังงาน และให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน

ข้อ 11 ให้ นายนพพล ศรีสุข พ้นจากตำแหน่งอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นพิเศษเฉพาะราย

ข้อ 12 ให้ นายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ พ้นจากตำแหน่งอธิบดีกรมป่าไม้ และให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นพิเศษเฉพาะราย

ข้อ 13 ให้ นายสุพจน์ โตวิจักษณ์ชัยกุล พ้นจากตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และให้ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ข้อ 14 ให้ นายชลธิศ สุรัสวดี พ้นจากตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และให้ดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

ข้อ 15 ให้ นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ พ้นจากตำแหน่ง รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช และให้ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมป่าไม้

ข้อ 16 ให้ นายเกษมสันต์ จิณณวาโส พ้นจากตำแหน่งรองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ข้อ 17 ให้ข้าราชการซึ่งดำรงตำแหน่งข้างต้น ปฏิบัติหน้าที่ตามตำแหน่งตั้งแต่วันที่มีคำสั่งนี้เป็นต้นไป

ข้อ 18 ให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน สำนักงบประมาณ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องดำเนินการเกี่ยวกับตำแหน่งและอัตราเงินเดือนของ ข้าราชการดังกล่าวโดยด่วน โดยจัดให้ดำรงตำแหน่งที่ไม่ต่ำกว่าตำแหน่งที่ข้าราชการผู้นั้นดำรงตำแหน่ง อยู่เดิม

ข้อ 19 เมื่อมีการตั้งคณะรัฐมนตรีแล้ว ให้นำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งข้าราชการให้ดำรงตำแหน่งตามคำสั่งนี้ เพื่อให้เป็นไปตามบัญญัติบทกฎหมาย

ข้อ 20 เมื่อไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งตามข้อ 2 ข้อ 3 ข้อ 4 ข้อ 5 ข้อ 11 และข้อ 12 แล้ว ให้ตำแหน่งดังกล่าวเป็นอันยกเลิกทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

สั่ง ณ วันที่ 7 กรกฎาคม 2557

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา
หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

รวบแล้วสามีผอ.คปภ.ท้องแก่ถูกแทงดับย่านรัชดา

รอง ผบก.น.2 เผย รวบแล้ว สามี ผอ.คปภ. ท้อง 7 เดือน ถูกแทงดับ ย่านรัชดา ขณะลูกสาวทั้งสองปลอดดภัยดี – เร่งสอบ

พ.ต.อ.เจริญ ศรีศศลักษณ์ รอง ผบก.น.2 เปิดเผยถึงกรณีการฆาตกรรม นางพิสุทธินี วัชรสิรินันท์ อายุ 40 ปี ผู้อำนวยการส่วนอาวุโสคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ที่กำลังตั้งครรภ์ 7 เดือน ในคอนโดย่านรัชดาภิเษก และสามีที่กลายเป็นผู้ต้องสงสัย นำลูกสาว 2 คน ออกจากที่พักอย่างไร้ร่อยรอยไปด้วยนั้น ว่า

549772-01

ล่าสุด เจ้าหน้าที่พบตัว นายพลพรหม วัชรสิรินันท์ อายุ 40 ปี สามีของผู้เสียชีวิต และลูกสาวทั้งสองแล้ว ภายหลังสายตรวจ สน.สุทธิสาร สืบทราบว่า ทั้งหมดพักอาศัยอยู่ภายในโรงแรมแห่งหนึ่งย่านห้วยขวาง ก่อนควบคุมตัวมาที่ สน.สุทธิสาร เพื่อสอบปากคำเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม เบื้องต้น นายพลพรหม และลูกสาวทั้งสองปลอดภัยดี ส่วนรายละเอียดต่าง ๆ นั้น จะต้องรอการแถลงข่าวอีกครั้ง

สิงคโปร์เข้าใจการเมืองไทย หนุนความสัมพันธ์

ทูตสิงคโปร์ พบ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ยืนยัน เข้าใจสถานการณ์ไทย พร้อมหนุนความร่วมมือทุกด้าน เพื่อกระชับความสัมพันธ์ 2 ประเทศ

พล.อ.ธนะ ศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ในฐานะรองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ให้การต้อนรับ นาง Chua Siew San (ชัว ซิว ซัน) เอกอัครราชทูตสิงคโปร์ ประจำประเทศไทย ในการเยี่ยมคำนับ เพื่อพบปะสนทนา และแลกเปลี่ยนข้อราชการ ซึ่งการพบปะสนทนาครั้งนี้ เอกอัครราชทูตสิงคโปร์ ได้ยืนยันถึงความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันและมีความแน่นแฟ้นมาอย่างยาวนาน

ทูตสิงคโปร์พบผบ.สส.

ทูตสิงคโปร์พบผบ.สส.

โดยได้ติดตามสถานการณ์และมีความเข้าใจเหตุผลที่กองทัพเข้าบริหารประเทศว่า เป็นการรักษาความมั่นคงและเพื่อความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ พร้อมแสดงจุดยืนจะไม่แทรกแซงกิจการภายในของไทย

นอกจากนี้ เอกอัครราชทูตสิงคโปร์ ได้ขอบคุณกองทัพไทย ที่ให้การสนับสนุนความร่วมมือทางทหารแก่กองทัพสิงคโปร์มาอย่างต่อเนื่องและ ได้ยืนยันความสัมพันธ์และความร่วมมือทางทหารยังคงดำเนินต่อไปตามปกติและใกล้ ชิด ทั้งในด้านการฝึก การศึกษา และการแลกเปลี่ยนข่าวสาร ทั้งนี้ สิงคโปร์ พร้อมที่จะสนับสนุนและร่วมมือกับไทยในทุกด้าน เพื่อนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนและมีเสถียรภาพของทั้ง 2 ประเทศ ตลอดจนความร่วมมือในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนต่อไป