ญี่ปุ่นเคอร์ฟิว ห้ามน.ร.ใช้โทรศัพท์4ทุ่มถึง6โมงเช้า

จนท.การศึกษา แนะน.ร.คาสุกะ ควรหยุดใช้สมาร์ทโฟน ตั้งแต่ 22.00 – 06.00 น. หวั่นใช้อินเทอร์เน็ตมากเกิน

สื่อต่างประเทศรายงาน เจ้าหน้าที่การศึกษาในเมืองคาสุกะ ของญี่ปุ่น ตั้งกฎให้นักเรียนยุติการใช้สมาร์ทโฟน และส่งให้ผู้ปกครองตั้งแต่เวลา 22.00 – 06.00 น. เพื่อป้องกันตามที่รัฐบาลญี่ปุ่น ได้มีความกังวลเกี่ยวกับการใช้อินเทอร์เน็ตมากเกิน ในกลุ่มนักเรียนวัย 13 – 15 ปี ทั้งนี้ ยังเป็นการเสี่ยงต่อข้อมูลส่วนตัวที่อาจรั่วไหลจากการใช้เว็บไซต์ต่างๆ ด้วย ข้อห้ามดังกล่าวมีขึ้นหลังเจ้าหน้าที่การศึกษาประชุมหารือร่วมกับผู้ปกครอง พื้นที่คาสุกะ เรียบร้อยแล้ว ซึ่ง โปสเตอร์และแผ่นพับต่างๆ เกี่ยวกับมาตราการดังกล่าว ได้ถูกส่งไปโรงเรียนมัธยม ถึง 6 เมืองคาสุกะ

549764-01

พบแล้ว! ศพน้องแก้มด.ญ.13ปี พนง.รถไฟข่มขืนโยนทิ้งข้างทาง

หนุ่มพนักงานปูเตียง รับสารภาพลงมือฆ่าข่มขืน “น้องแก้ม” ก่อนโยนร่างทิ้งหน้าต่างรถไฟ ช่วงระหว่างสถานี วังก์พง อ.ปราณบุรี กับสถานีหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์

ความคืบหน้ากรณีการหายตัวไปของ ด.ญ.กชกร (ขอสงวนนามสกุล) หรือ น้องแก้ม อายุ 13 ปี ขณะที่เดินทางมาจาก จ.สุราษฏร์ธานี มุ่งหน้า กรุงเทพมหานคร ซึ่งโดยสารมากับขบวนรถไฟ (ตู้นอนที่3)  เที่ยวที่ 174  เมื่อวันที่ 6 ก.ค. ที่ผ่านมา นั้น ล่าสุด มีรายงานว่า น้องแก้ม ได้ถูกฆาตกรรมเสียชีวิตแล้ว โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวคนร้ายที่ก่อเหตุเอาไว้ได้   ทราบชื่อ นายวันชัย แสงขาว อายุ 22 ปี พนักงานปูเตียงที่เข้ามาทำงานได้ไม่นาน

พบศพน้องแก้ม

พบศพน้องแก้ม

ซึ่งจากการสอบสวน นายวันชัย ให้การรับสารภาพว่า ได้เฝ้ามองน้องแก้มมาตลอด ตั้งแต่ขึ้นรถไฟที่ จ.สุราษฎร์ธานี กระทั่งสบโอกาสที่น้องแก้มตื่นขึ้นมาเข้าห้องน้ำกลางดึก จึงลากตัวไปข่มขืนที่ห้องพักพนักงานบนรถไฟ 2 ครั้ง จากนั้นได้ลงมือฆ่าปิดปาก โดยผลักน้องแก้มตกจากรถไฟ ซึ่งคาดว่าน่าจะเสียชีวิต ช่วงระหว่างสถานี วังก์พง อ.ปราณบุรี กับสถานีหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมกับนำปลอกหมอนและเสื้อผ้าเปื้อนเลือดของน้องแก้มโยนทิ้งข้างทางด้วย

โดย ภายหลังที่คนร้ายรับสารภาพ นั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ระดมกำลังพร้อมญาติ ได้ลงพื้นที่ อ.หัวหิน ค้นหาร่างและเสื้อผ้าน้องแก้มซึ่งได้พบหลักฐานเป็นผ้าปูที่นอนของรถไฟ และเสื้อยืดเปื้อนเลือด ที่บริเวณริมทางรถไฟสถานีหนองแก และพี่สาวยืนยันว่า เสื้อตัวดังกล่าวเป็นของน้องแก้ม จริง   เจ้าหน้าที่จึงเร่งดำเนินการค้นหาร่างน้องแก้มอีกครั้ง

ขณะที่ นางลักขณา ทองพัฒน์ อายุ 48 ปี มารดาน้องแก้ม เมื่อทราบข่าวถึงกับเป็นลมหมดสติ เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงได้เข้าปฐมพยาบาลทันที

ด้าน นายประภัส จงสงวน ผู้ว่าฯ การรถไฟ กล่าวว่า ในช่วงเช้าของวันนี้(8 ก.ค.57) เจ้าหน้าที่จะลงพื้นที่ค้นหาในจุดที่คาดว่าน้องแก้มน่าจะหายตัวไปตั้งแต่ ช่วง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ขึ้นมา ซึ่งการดำเนินการจะต้องทำอย่างละเอียดและชัดเจนที่สุด เนื่องจากเหตุดังกล่าวเป็นเหตุที่สะเทือนขวัญและเป็นที่สนใจของประชาชน

ทั้งนี้  เมื่อคืนที่ผ่าน พล.ต.ต.ฐิติราษ หนองหาญพิทักษ์ รอง ผบช.น. ได้เดินทางมายัง สน.นพวงศ์ พร้อมทั้งกล่าวว่า ในส่วนของพยานหลักฐานถือว่ามีความคืบหน้าไปมาก และหลักฐานที่พบในที่เกิดเหตุนั้นค่อนข้างชัดเจนว่า น่าจะเป็นของน้องแก้มโดยจะต้องรอผลพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์อีกครั้ง  ส่วนรายละเอียดนั้น ตนยังไม่ขอเปิดเผยเนื่องจากอาจกระทบถึงรูปคดี

อย่าง ไรก็ตาม ในช่วงเช้าของวันนี้ (8 ก.ค.57 )เจ้าหน้าที่จะลงพื้นที่อีกครั้ง เพื่อค้นหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม และยืนยันว่า ตนจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ซึ่งในวันนี้จะมีความกระจ่างชัดเจนและสามารถสรุปคดีได้ภายในวันสองวันนี้แน่ นอน

ฉาวได้อีก!! นักศึกษาอยากดังเต้นโชว์ของลับ

นักศึกษาหญิงใจเด็ดเต้นโชว์ของลับ เต้นยั่วในห้องน้ำห้างในห้องน้ำสาธารณะ ชาวเน็ตรุมประณามไม่ให้เกียรติเครื่องแบบที่สวมใส่

เมื่อวันที่ 6 ก.ค. ได้มีสมาชิกเฟซบุ๊คท่านหนึ่งเผยแพร่คลิปการเต้นของนักศึกษาหญิงกลุ่มหนึ่ง ที่ระบุคำบรรยายใต้คลิปว่า “ม่ายมีรายมาก อยากโชว์” ซึ่งการเต้นนั้นสุดแสนจะพิเรน เพราะเด็กสาวกลุ่มได้เต้นท่ายั่วยุแหกแข้งแหกขา และยังมีการโชว์ของลับแหวกหน้าอกโชว์ในระหว่างการเต้นอีกด้วย

1.1

ดูเหมือนว่าเด็กสาวกลุ่มนี้จะไม่ได้สนใจสายตาผู้อื่นหรืออับอายกับพฤติกรรมดังกล่าวเลย เพราะพวกเธอเลือกใช้ห้องน้ำสาธารณะในการเล่นพิเรนในครั้งนี้ ขณะที่พวกเธอเต้นอยู่มีบุคคลอื่นเข้ามาใช้บริการห้องน้ำ แต่พวกเธอก็ไม่ได้สนใจสายตาที่มองมาแต่อย่างใด ซ้ำยังทำหน้าตาระรื่นสนุกสนานไปกับเสียงเพลง

หลังจากคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไปมีผู้กระหน่ำแชร์เป็นจำนวนมาก ซึ่งชาวเน็ตต่างพากันตำหนิถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของนักศึกษาหญิงกลุ่มนี้ ทั้งนี้คาดว่าเหตุการณ์ดังกล่าว น่าจะเกิดจากความคึกคะนองของกลุ่มวัยรุ่น ซึ่งอัดคลิปวิดีโอเอาไว้ดูเล่นสนุกๆ ในกลุ่มเพื่อน แต่กลับมีผู้นำคลิปนี้ออกมาเผยแพร่ในสังคมออนไลน์ จนกลายเป็นเรื่องอื้อฉาวจนสังคมรุมประณาม

1.2.3