ในช่วงต้นปี 2014 นี้เรียกได้ว่าเป็นปีทองของโปรแกรมเรียกแท็กซี่บนสมาร์ทโฟน ที่สามารถครองใจผู้ใช้ได้อย่างดีโดยเฉพาะกลุ่มคนวัยทำงานและนักท่องเที่ยวที่ต้องการความสะดวกและง่ายปลอดภัยทั้งคนขับและผู้โดยสาร
เพียงแค่เวลาไม่ถึงปีที่โปรแกรมเรียกแท็กซี่บนสมาร์ทโฟนในไทยก็มียอดการใช้งานจริงทะลุแสนคนไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนหนึงอันเนื่องมาจากการปฏิเสธผู้โดยสารของรถเเท็กซี่เเบบปกติ ผู้ใช้บริการจึงหันมาใช้บริการเรียกรถเเท็กซี่ผ่านโปรเเกรมบนสมาร์ทโฟนมากขึ้นซึ่งบริษัทที่นำโปรแกรมนี้เข้ามาล้วนแต่เป็นบริษัทที่สร้างชื่อเสียงมาแล้วในต่างประเทศซึ่งในไทยเองจะมีเพียง 3 เจ้าเท่านั้นที่กำลังแข่งขันกันอย่างดุเดือดและมีเงินสะพัดกว่าหลายล้านบาทต่อเดือน คือ

Grabtaxi / EasyTaxi / Uber
ซึ่ง3โปรแกรมนี้เป็นโปรเเกรมเรียกเเท็กซี่ที่มีรุปเเบบการทำงานคล้ายกันคือ เรียกเเท็กซี่จากระบบ โปรแกรมบนสมาร์ทโฟนทุกระบบ WindowsPhone Android ios ได้หมด เพียงต้องเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตเเละเปิด GPS ไว้ตลอดเพื่อให้รถเเท็กซี่บริการที่เราอยู่รู้ว่าเราอยู่ที่ไหน ซึ่งเราสามารถเลือกสถานที่หรืออธิบายรายละเอียดเพิ่มได้เพื่อให้เเท็กซี่เข้าใจได้ง่ายขึ้น หลังจากนั้นดปรเเกรมก็จะตำนวนจักหารถเเท็กซี่ที่อยู่ใกล้ที่ๆเราอยู่ให้เราเอง โดยจะเเสดงเส้นทาง เวลา การมาขอเเท็กซี่ให้เราเห็นเเบบสดๆ เเละถ้าเรารู้สึกว่ามาช้าเกินเวลาที่โชว์ให้เห็นเราก็สามารถยกเลิกได้เลยทันที หรืออีกกรณี ที่เรารอรถนานจนเกินไปก็จะมีฝ่ายคอลเซ็นเตอร์โทรมาหาเราทันทีว่าไหวที่จะรอต่อไปหรือไม่

ฟังดูเเล้วเริ่มสนใจใช่มั้ยโปรแกรมอะไรจะดีขนาดนี้ แล้วเค้าจะหารายได้จากอะไรหล่ะ ?
ไม่ว่าจะเป็น Grabtaxi / EasyTaxi / Uber ล้วนหารายได้จากการขอเก็บค่าบริการเพิ่มในการเรียกรถต่อครั้ง

– Grabtaxiค่าบริการต่อครั้ง 25 บาท (จ่ายสด)

– EasyTaxiค่าบริการต่อคร้ง 20 บาท (จ่ายสด)
เเต่ Uber จะต่างออกไปจาก2เจ้าคือ คิดค่าเดินทางกิโลเมตรละ 9.20 บาท ค่าบริการเรียกต่อครั้ง 45 บาท (หักเงินจากเลขบัตรเครดิตเท่านั้น)

ซึ่งถ้าเราจะเเยกให้เห็นความชัดเจนของทั้ง 3 โปรแกรมคือ
Grabtaxi กับ EasyTaxi จะเน้นกลุ่มวัยรุ่นวัยทำงานรายได้ปานกลางนั่งได้ทุกวันเรียกได้ทุกที่

เเต่ Uber จะเน้นกลุ่มนักธุรกิจเเละผู้มีรายได้สูงเป็นหลักเพราะรถเเต่ล่ะคันของเเท็กซี่เป็นเเบบหรูราคาสูงกว่าเท็กซี่ปกติบ้านเราส่วนรถที่ใช้เป็นรถระดับสูง เช่น โตโยต้า Camry โดยคนขับจะเเต่งตัวดีมีเนคไทด์เปรียบได้กับมีคนขับรถประจำตัว ลีมูซีน สุดๆ

โดยจุดขายที่เเข่งขันกันอยู่ตอนนี้ก็คงหนีไปไม่พ้นเรื่อง โปรโมชั่น ลดเเลก เเจกเเถม
Grabtaxi กับ EasyTaxi จะมีโปรโมชั่นที่คล้ายกันคือ ไม่เก็บค่าเรียกใช้งานในครั้งเเรก เเละ ส่วนลดในวันสำคัญ เช่น วันเเม่ วันพ่อ วันสงกรานต์ หรือโปรโมชั่นบริเวณนั้นๆ เช่นโปรโมชั่นไปเมืองทองธานี โปรโมชั่นข้ามเจ้าพระยา ส่วนมากก็จะลด 10-20% ลูกค้าท่าใดหัวใสนั่นรถใกล้ ค่าโดยสาน 60-90 บาท พอได้ใช้โปรโมชั่นค่าโดยสารเเทบจะเหลือเเค่ไม่ถึง 30 บาทก็มามาเเล้ว ส่วนเรื่องส่วนต่างรถเเท็กซี่ก็จะได้ค่าโดยสารที่เดหลือจากบริษัทโอนเข้าบัญชีให้เอง

ส่วนทาง Uber นั้นก็จะมีโปรโมชั่นเพียงเเค่การใช้งานครั้งเเรกส่วนลด 300 บาท ไม่ได้มีโปรโมชั่นลดเเลกเเจกเเเถมอะไรเพราะวางตัวเองให้อยู่ในกลุ่มผู้ให้บริการ First Class ไปเเล้ว

ซึ่งล่าสุด EasyTaxi ได้วางเเผนการตลาดเพิ่มผ่านโปรแกรมตนเองให้สามารถจ่ายค่าโดยสารได้ด้วยการหักเงินจากเลขบัตรเครดิต ซึ่งยิ่งสร้างความสะดวกสะบายมากยิ่งขึ้นแก่ผุ้ใช้ เพราะถ้าเราจะพูดกันตรงๆคือทุกวันนี้ยังมีรถที่ให้บริการไม่เพียงพอต่อผู้ใช้บริการการเพิ่มความง่ายในการใช้บริการก็จะช่วยเพิ่มการตัดสินใจของลุกค้ามากยิ่งขึ้น
จากการสังเกตการณ์ตอลดจะเห็นได้ว่าทั้ง Easytaxi กับ Grabtaxi จะมีการเติมโตที่รวดเร็วมาก
– การบอกต่อ
– การเเนะนำจากผู้ขับให้ลูกค้าโหลดใช้งานทันทีบนรถ
– การเพิ่มโบนัสให้ผู้ขับเเท้กซี่ที่ร่วมรายการ
– การเพิ่มโปรโมชั่นลดราคา
– การสร้างกิจกรรมบนโลกโซเชียลมีเดียตลอด
เเต่ก็จงระวังน้องใหม่อย่าง Uberที่มาได้ไม่นานเเต่สร้างกระเเสเซเลปเรื่องของการบริการที่ดีกับความแปลกใหม่อย่างไม่ขาดสายเเละมีทีท่าว่าขาดตลาดไม่พอใช้บริการไปอีกนานเเม้ว่าราคาการใช้บริการต่อครั้งจะเเพงมากก็ตาม
สุดท้ายนี้เเม้ว่าสงครามของโปรเเกรมเรียกเเท็กซี่จะดุเดือดเเค่ไหนเเต่สิ่งที่ได้คือประโยชน์กับผู้ใช้บริการเองที่ ไม่ต่องทนรอเเละเบื่อกับปัญหาเเท็กซี่ไม่รับหรือเจอเเท็กซี่ปล้นกลางทางเพราะการที่มีระบบเเบบนี้ก็จะช่วยคักกรองคนขับได้มากพอสมควร เรียกได้ว่าปลอดภัยทั้งคนขับปลอดภัยทั้งผู้โดยสารเลยทีเดียว
MThai News




