อธิบดีควบคุมโรคยันไทยยังไม่มีติดอีโบลา-เฝ้าระวัง1คน

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ยืนยัน ยังไม่พบอีโบลาในไทยขณะกำลังตรวจสอบผู้เดินทางกลับจากประเทศที่มีการติดเชื้อ 1 ราย

ที่กระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ในวันนี้ (21 ส.ค.) ทีมเฝ้าระวังสอบสวนโรคของกระทรวงสาธารณสุข กำลังสอบสวนผู้เดินทางชาวไทย ที่เดินทางกลับมาจากประเทศติดโรคอีโบลา โดยเดินทางมาถึงที่อากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่ออังคารที่ 20 สิงหาคม 2557 ซึ่งได้รายงานตัวและได้รับการตรวจคัดกรองตามระบบ ที่ด่านควบคุมโรคระหว่างประเทศ

อีโบล่า

ผลการตรวจวัดอุณหภูมิ ไม่มีไข้ ซึ่งภายหลังได้มีผื่นขึ้น และปวดศีรษะ จึงไปตรวจที่โรงพยาบาลเอกชน แพทย์วินิจฉัยเป็นลมพิษ แต่รู้สึกกังวลกับอาการของตัวเอง จึงได้ติดต่อกระทรวงสาธารณสุข ทางกรมควบคุมโรคจึงรับตัวมาเข้ารับการดูแลที่สถาบันบำราศนราดูร

ทั้งนี้ นายแพทย์ณรงค์ กล่าวยืนยันว่า ขณะนี้ไทยยังไม่พบผู้ป่วยโรคอีกโบลาในไทยแต่อย่างใด ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการกำเดินการสอบสวนผู้เดินทางจากประเทศที่ติดโรคเพียง 1 ราย ขณะที่ครอบครัวและผู้ใกล้ชิด จำนวน 13 คน อยู่ระหว่างการเฝ้าระวัง แต่ยืนยันไม่น่าเป็นห่วง

พร้อมกันนี้ นายแพทย์โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ในการวินิจฉัยผู้ป่วยสงสัยโรคอีโบลา จะใช้เกณฑ์ที่กำหนดไว้เป็นมาตรฐาน ซึ่งรวมถึงการมีไข้ 38 องศาเซลเซียสขึ้นไป และมีประวัติเดินทางมาจากพื้นที่ระบาดของโรค ซึ่งขณะนี้ มี 4 ประเทศ คือกินี เซียร์ร่าลีโอน ไลบีเรีย และเมืองลากอส ประเทศไนจีเรีย

ส่วนกรณีผู้สงสัยชาวเวียดนามและพม่า รวม 3 ราย กระทรวงสาธารณสุข กำลังประสานงานตรวจสอบข้อมูลกับกระทรวงสาธารณสุขทั้ง 2 ประเทศอย่างใกล้ชิด และจะแจ้งประชาชนทันทีเมื่อได้รับผลการวินิจฉัยอย่างเป็นทางการ

แพทย์อินเดียตะลึง ด.ช.วัย8ขวบ มือใหญ่เท่าหัว

เด็กชายอินเดียวัย8ขวบ มือคล้ายก้อนหินแถมใหญ่เท่าหัว แพทย์คาดเป็นเนื้องอก-น้ำเหลืองผิดปกติ.

วันนี้(21ส.ค.) เว็บไซต์ข่าวเดลีเมล์ อังกฤษ รายงานว่า พบเด็กชายชาวอินเดียวัย 8 ปีที่มีมือรูปร่างผิดปกติทั้งสองข้าง คือมีขนาดใหญ่ผิดปกติ ขนาดประมาณ 13 นิ้ว และหนักพอๆ กับก้อนหิน 2 ก้อน

ซึ่งเด็กชายได้เปิดเผยว่าว่า เขาไม่ได้ไปโรงเรียนเนื่องจากอาจารย์บอกกับเขาว่า เด็กคนอื่นๆ กลัวและจะไม่กล้าเข้าใกล้ ทั้งนี้เขามักจะถูกเด็กวัยเดียวกันกลั่นแกล้ง

1.2

มารดาวัย 27 ปีของเด็กชายกล่าวว่า เห็นลักษณะมือที่ผิดปกติของลูกชายตั้งแต่ให้กำเนิด แต่ไม่มีกำลังทรัพย์พอที่จะพาไปรักษา โดยครอบครัวมีรายได้เพียง 15 ปอนด์ หรือประมาณ 800 บาทต่อเดือนเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม เมื่อไม่นานมานี้ ทางครอบครัวได้พาเด็กชายมือใหญ่ไปพบแพทย์ในระแวกนั้นแล้ว โดยทางเหล่าแพทย์ถึงกับกล่าวว่า เขาไม่เคยพบอาการลักษณะนี้มาก่อนทั้งในจุลสารทางการแพทย์ทั้งนี้ไม่สามารถล่วงรู้ต้นตอของอาการได้ จนกว่าเด็กจะได้เข้ารับการตรวจสอบทางพันธุกรรมอย่างจริงจัง

เบื้องต้นคาดว่าอาจมีต้นตอจากความผิดปกติของระบบน้ำเหลือง หรือเป็นเนื้องอก (Lymphangioma/ Hamartoma) ซึ่งสามารถรักษาได้ตามรายงานระบุว่า เด็กชายผู้นี้ต้องประสบปัญหาในการหยิบจับสิ่งของ รวมทั้งต้องรับน้ำหนักฝ่ามือที่หนักเป็นพิเศษ

1.3

นักเรียนญี่ปุ่น เหยื่อคนไทยเมาแล้วขับตายเพิ่มอีก 1 คน

นักเรียนญี่ปุ่น เหยื่อคนไทยเมาแล้วขับตายเพิ่มอีก 1 คน ขณะที่ทูตไทยเผยไม่กระทบสัมพันธ์ แต่ให้คนไทยระวังเคารพกฎหมายของต่างประเทศ

จากกรณีที่มีคนไทย 3 คน เมาแล้วขับจนทำให้เกิดอุบัติเหตุชนเด็กนักเรียนญี่ปุ่นเสียชีวิต 1 คน และบาดเจ็บสาหัส 1 คน ที่บริเวณ 4 แยกชิบะ เมื่อวันที่ 14 ส.ค.ที่ผ่านมานั้น

คนไทยเมาแล้วขับ, คนไทยเมาแล้วขับชนเด็กนักเรียนญี่ปุ่น, ญี่ปุ่น, นักเรียนญี่ปุ่น, เมาแล้วขับ, ข่าววันนี้

คนไทยเมาแล้วขับ

วันนี้ (20 ส.ค. 57) สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว ได้เผยว่า นักเรียนหญิงที่บาดเจ็บสาหัส และเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลได้เสียชีวิตลงแล้ว ทำให้อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นมีผู้บาดเจ็บ 2 ราย ขณะที่ผู้ต้องหาที่เป็นคนไทยทั้ง 3 คนตอนนี้อยู่ภายใต้การควบคุมของตำรวจญี่ปุ่น และในวันนี้ทางสถานทูตไทยจะเข้าพบกับคนไทย 1 คน ที่ได้ร้องขอประสานให้ทางสถานทูตช่วยเหลือ

ด้านนายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ เผยว่าจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแม้ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่น แต่ขอให้คนไทยเพิ่มความระมัดระวังในระหว่างที่อยู่ต่างประเทศ และขอให้เคารพกฎหมายของแต่ละประเทศอย่างเคร่งครัดด้วย เพราะทางการไทยไม่สามารถแทรกแซงการทำงานของฝ่ายกฎหมายของแต่ละประเทศได้

ทั้งนี้ ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ และเอกอัครราชทูตไทยประจำญี่ปุ่น ได้ส่งหนังสือแสดงความเสียใจแก่ครอบครัวของผู้เสียชีวิต และ กระทรวงการต่างประเทศของญี่ปุ่นแล้ว

MThai news