“ดร.เสรี” โพสต์เฟซบุ๊กตัดพ้อตัวเอง

“ดร.เสรี วงษ์มณฑา”โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ตัดพ้อที่ผ่านมาได้สร้างปัญหาให้กับบ้านเมือง ถึงขึ้นอยากพบจิตแพทย์

       ดร.เสรี วงษ์มณฑา ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบายความอัดอั้นตันใจกับสิ่งที่ตัวเองเคยทำไปในอดีต และเป็นเหตุให้ประวัติของตัวเองมีความด่างพร้อยในชีวิต ถึงขั้นคิดเข้าพบจิตแพทย์เพื่อรักษาโรคซึมเศร้า โดยเนื้อหาจากโพสต์ของดร.เสรีได้เขียนระบายความในใจไว้ว่า

819974

“ที่เราเป็นอย่างที่เป็นอยู่เวลานี้ เพราะเราเป็นคนที่ใสสะอาด มีคนยกย่องมาตลอดชีวิต จนถึงอายุ65 แต่เราต้องมาเจอคนที่อายุน้อยกว่าทำให้เรามีรอยด่าง ที่กลายเป็นประวัติศาสตร์ที่ไม่อาจจะลบได้ เราเรียนหนังสือดี สอบได้ที่หนึ่งครูรักเราทุกคนตั้งแต่ประถมมัธยม อุดมศึษา บัณฑิตศึกษาเราเป็นหัวหน้าห้องเป็นรองประธานนักเรียน เป็นกรรมการนักศึกษาเป็นตัวแทนโรงเรียนในการแข่งขันทำกิจกรรมของโรงเรียนของมหาวิทยาลัยเป็นคนที่มีลักษณะผู้นำที่มีคนยินดีตามไปเมืองนอกเราก็ได้ทุนไปเรียนไม่เคยเสียเงินเป็นตัวแทนนักเรียนไทยในการนำเสนอวัฒนธรรมเป็นรองประธานนักเรียนต่างชาติของมหาวิทยาลัยได้ทุนเป็นอาจารย์ผู้ช่วยสอนในระดับปริญญาตรีได้ทุนผู้ช่วยวิจัย เพื่อนรักอาจารย์รัก เพราะเราชอบทำงานให้กับสังคมมารับราชการเราได้ 2 ขั้นเกือบทุกปี

เราเป็นอาจารย์ที่ลูกศิษย์รักเพื่อนอาจารย์รักจนได้เป็นคณบดี เราทำงานสื่อมวลชนมีคนชวนเขียนบทความได้รางวัลเทพทอง นักจัดรายการวิทยุดีเด่น ได้รางวัลนักประชาสัมพันธ์กิติคุณสังข์เงิน ได้รางวัลเมขลา ได้รางวัลสื่อดีเด่นของสมาคมคาทอลิก ได้รางวัลหน้ากากทองคำ ละครเวทียอดนิยม 2 ปีซ้อน ได้รางวัลหน้ากากทองคำ นักแสดงสมทบยอดเนี่ยม ได้รางวัลวิก 07 ทองนำนักแสดงอาวุโสยอดเยี่ยมด้านวิชาการ ได้เป็นรองศาสตราจารย์ ได้ทุนทำวิจัย ได้รับเลือกเป็นนักวิชาการดีเด่นของสมาคมมหาวิทยาลัยเอกชน เราเป็นนักบรรยายขายดีที่ค่าตัวสูง

ได้รับเชิญให้บรรยายทั้งบริษัทเอกชนรัฐวิสาหกิจ หน่วยงานราชการกองทัพ สถาบันพระปกเกล้าวปอ.โรงเรียนเสนาธิการวัดต่าง ๆ สถานศึษาต่าง ๆในทางธุรกิจ เราอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของสินค้าหลายยี่ห้อในฐานะที่ปรึกษา เราทำโครงการรณรงค์ให้รัฐบาลหลายเรื่องไม่ว่าเราทำอะไร เราทำด้วยจิตสาธารณะด้วยสำนึกความรับผิดชอบต้อสังคมต่อแผ่นดิน เราไม่เคยคิดร้ายใคร เราไม่เคยมีเจตนาทำลายชาติ เราทำในสิ่งที่เราคิดว่าจำเป็นในการแน่วแน่แก้ไข

แต่บัดนี้เรามีรอยด่างในชีวิตเสียแล้ว มันเป็นรอยด่างที่เป็นประวัติศาสตร์ที่ลบไม่ได้ เป็นรอยด่างที่แสดงว่าเราเป็นคนไม่ดี เป็นคนสร้างปัญหาการแสดงว่าเราไม่ดีนั้นเขาแสดงออกอย่างเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน เป็นการกระทำที่ทำให้เราเสียใจมาจนทุกวันนี้ ไม่เคยนึกว่าคนที่มีจิตสาธารณะและมีเจตนาดีต่อบ้านเมืองจะได้เจอ มันเป็นความเสียใจอย่างสุดซึ้ง ที่แทบจะทำให้เราเป็นคนซึมเศร้า มันลบออกจากใจยากจริง ๆเพราะบัดนี้เราไม่อาจจะตายไปอย่างคนไร้ความด่างพร้อย บัดนี้มีรอยด่างที่ทำให้คนมองว่าเป็นคนไม่ดีเป็นคนสร้างปัญหาให้กับบ้านเมืองไปเสียแล้ว

เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วจะตายอย่างมีความสุขได้อย่างไร เขาจะรู้บ้างไหมนะว่าเขาทำลายความภูมิใจในตัวเราไปหมดสิ้นแล้ว เรารู้สึกรันทดเต็มประดาใครจะช่วยชี้ทางสว่างให้ใจเราสงบกับรอยด่างพร้อยในชีวิตครั้งนี้ได้บ้างทำไมคนที่พยายามทำดีเพื่อสังคมตลอดมาจึงต้องเจอกับเรื่องทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้บอกจริง ๆ ว่าเวลานี้ถ้าไม่มีนักศึกษาที่เป็นศิษย์ลูกค้าที่ยังชื่นชมความสามารถของเราป่านนี้เราคงต้องพึ่งจิตแพทย์แล้ว”

       ทั้งนี้ในเฟซบุ๊กล่าสุดของ ดร.เสรีวงษ์มณฑา ยังได้เขียนอธิบายเพิ่มอีกว่า“บางคนยังเข้าใจผิดคิดว่าเรารันทดสลดหดหู่เพราะคำพูดของใครบางคนที่มาด่ามาว่าเรา ขอบอกว่ามันไม่ใช่คำพูด การสร้างตราบาปให้เราเป็นคนผิดที่สร้างปัญหานั้น มันออกมาเป็นการกระทำที่ชัดเจนที่ทำให้เราถูกตั้งคำถามว่า’โดนอะไรบ้าง’เหมือนนักเรียนที่ทำความผิดแล้วถูกครูใหญ่เรียกข้าไปพบที่ห้องพัก เมื่อกลับลงมาเพื่อนๆก็จะถามว่าเราโดนอะไรบ้างเมื่อตอนไปพบครูใหญ่เราไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า คนตั้งใจทำดีเพื่อประเทศชาติทำไมต้องโดนเพื่อน ๆ ที่เป็นห่วงเราต้องมาถามเราว่า’เราโดรอะไรบ้าง’มันน่าเศร้าไหมล่ะ”

MThai News

ขอบคุณภาพและข้อมูล : เดลินิวส์

โวยผ่านเฟซบุ๊ค ละครช่อง7 หมิ่นเกียรติพระยาพิชัยดาบหัก

โวยผ่านเฟซบุ๊ค ละครช่อง7 หมิ่นพระยาพิชัยดาบหัก ชาวเน็ตอ้างบทประพันธ์ต้องการสื่อถึงร่างทรง

ชาวสังคมออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพพร้อมข้อความจากสมาชิกเฟซบุ๊คท่านหนึ่ง โดยระบุว่า ตนเป็นชาวจังหวัดอุตรดิตถ์ มีความไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง กับละครเรื่อง “ลูกผู้ชายพันธ์ดี” ซึ่งออกอากาศในวันที่ 6-7 ก.ย. 2557 ที่มีตัวละครที่ชื่อว่า พ่อปู่พิชัยฯ เนื้อหาใช้ชื่อคนร้ายชื่อพ่อปู่พิชัย หลอกลวง ขืนใจ และทำร้ายประชาชน และมีอาวุธประจำกายเป็นดาบหัก

10610902_1484137625168304_7191455772238819202_n

เป็นการดูหมิ่นท่านพ่อพระยาพิชัยดาบหัก ซึ่งเป็นที่สักการะและเป็นสัญลักษณ์ของชาวจังหวัดอุตรดิตถ์ ตนต้องการให้ทางรายการ เช้านี้ที่หมอชิต รายการ ประเด็นเด็ด7สี ช่วยตรวจสอบเนื้อหาของ ละครดังกล่าวเป็นการเร่งด่วนด้วย  หวังว่าคงได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี

ทั้งนี้ประเด็นดังกล่าวถูกพูดถึงเป็นอย่างมาก โดยมีสมาชิกเฟซบุ๊คท่านหนึ่งระบุว่า คนเขียนบทประพันธ์ต้องการจะสื่อถึงร่างทรงที่แอบอ้างเป็นบุคคลสำคัญ(ในที่นี้ คือพระยาพิชัยดาบหัก)ไม่ได้หมายถึงพระยาพิชัยจริงๆ

แต่ก็มีสมาชิกอีกฝ่ายหนึ่งมาบอกว่ายังไงก็ยังเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม พร้อมกับระบุว่า พระยาพิชัย ท่านเป็นบรรพบุรุษของคนอุตรดิตถ์ ทุกคนนับถือท่าน ถ้าไม่เข้าใจก็ไม่เป็นไรค่ะ แต่อย่าว่าคนที่เค้านับถือและเสียความรู้สึกเรื่องนี้เลย มันเป็นเรื่องหมิ่นเกียรติ ท่านเป็นทหารเอกของพระเจ้าตากสิน ถ้าใครเคยมาอุตรดิตถ์ ต้องเคยมาสักการะอนุสาวรีย์ท่าน ก็ไม่ต่างกับ วีรบุรุษของ จังหวัดอื่น ที่ช่วยกอบกู้และรบเพื่อประเทศชาติ

“… เอาน่ะ ที่นี่เมืองไทย วัฒนธรรมอาจไม่เหมือนกัน แล้วเราก็เป็นแบบนี้กันมาช้านานแล้วด้วย ต้องเข้าใจ จะให้ปรับจิตใจคนดูให้เหมือนเมกา เหมือนประเทศนั้น ๆ นี้ ๆ เหอะ! ทำได้เหรอ? เพราะฉะนั้นสื่อต้องหาทางแก้ ทำอะไรต้องระวัง เห็นหลายทีละ ช่อง 7 เนี่ย…”

MThai News

10675517_1484137621834971_1725562701672849954_n

‘พานทองแท้’ โผล่FB วิพากษ์การเมือง

‘โอ๊ค พานทองแท้’ โผล่ FB วิพากษ์การเมือง ตำหนิ ‘อภิสิทธิ์’ รุนแรงไร้หลักการ เหน็บทำเพื่อผลประโยชน์
ตัวเองเท่านั้น     นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “Oak Panthongtae Shinawatra” วิพากษ์วิจารณ์ การเมือง กระทบกระเทียบ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ว่า 564285-01 หลักการบ้าบออะไร..? สามารถเปลี่ยนแปลงจุดยืนของตัวเองได้ทุก 4 เดือน จาก “บอยคอตเลือกตั้ง” มาเป็น “เลือกตั้งไม่ใช่ทางออก” ในที่สุดเปลี่ยนมาเป็น “เลือกตั้ง สำคัญที่สุด” ซึ่งหลักการทั้งหมดนี้ ใช้เวลาเพียง 8 เดือน เปลี่ยนจาก “หลังเท้ามาเป็นหน้ามือ” หรือว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศไทย บนความสูญเสียชีวิตและเลือดเนื้อประชาชน รวมถึงโอกาสของประเทศ เป็นเพียงการต้องการเอาชนะทางการเมืองของพรรคการเมืองบางพรรคฯ เท่านั้นหากเป็นเช่นนี้จริง ดูท่าทั้งประชาชนชาวไทย และทหารหาญที่อาสาเข้ามาทำหน้าที่เพื่อประเทศชาติ จะถูกหลอก ถูกใช้งาน เพื่อประโยชน์ทางการเมือง ของคนบางกลุ่มเสียละกระมัง??