เมียหลวง หึงพกปืน-น้ำกรดบุกตามสามีบ้านเมียน้อย ตะลุมบอนสุดท้ายถูกแทงเจ็บ
วันนี้ (7 ก.ย.) ร.ต.ท.สัญญา กล่อมสุข พนักงานสอบสวน สภ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช รับแจ้งเหตุแทงกันที่บ้านเช่าเลขที่ 32/3 ถนนท่าแพใต้ ต.ปากแพรก อ.ทุ่งสง มีผู้บาดเจ็บ 1 รายจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่าในห้องดังกล่าวมีกองเลือดอยู่ทั่วพื้นห้อง ส่วนคนเจ็บถูกนำส่งรพ.ทุ่งสง ก่อนแล้ว ทั้งนี้ในจุดเกิดเหตุยังพบน้ำกรดบรรจุขวดพลาสติก ซองใส่อาวุธปืน 1 ซอง และอาวุธมีดปลายแหลม 1 เล่ม จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่าคนเจ็บคือนางบุญญิศา หลงหา อายุ 46 ปี ถูกแทงด้วยมีดที่ขาซ้าย 1 แผลฉกรรจ์ ถูกนำส่ง รพ.ทุ่งสง ก่อนแล้ว ส่วนเจ้าของห้องเช่าคือ น.ส.ศุภณัฏฐ เอื้อพุทธรรยา อายุ 20 ปี เป็นนักศึกษาอยู่ที่วิทยาลัยแห่งหนึ่งใน อ.ทุ่งสง ซึ่งไม่ได้หลบหนีไปไหน ยืนรอมอบตัว
สอบปากคำ น.ส.ศุภณัฏฐ รับสารภาพว่าเป็นคนแทงหญิงที่ได้รับบาดเจ็บจริง สาเหตุเพราะมาอาละวาดถึงบ้านของตน โดยพกทั้งปืนขนาด .38 อาวุธมีดและน้ำกรด มาเพื่อหวังทำร้ายตน เมื่อนางบุญญิศา มาถึงก็บุกรุกเข้ามา และใช้ปืนจี้ ขณะที่นายรัฐนนท์ วงศ์วาณิช อายุ 42 ปี สามีของนางบุญญิศาซึ่งเป็นสามีตนเช่นกันมาห้ามไว้ ตนจึงใช้อาวุธมีดแทงเพื่อป้องกันตัวเอง
ต่อมาตำรวจไปสอบปากคำนางบุญญิศาที่ รพ.ทุ่งสง ให้การว่า โกรธแค้นที่นายรัฐนนท์ สามี แอบไปมีเมียน้อยคือ น.ส.ศุภณัฏฐและไปเช่าบ้านหลังเกิดเหตุอยู่ด้วยกัน โดยนายรัฐนนท์นั้นไม่กลับบ้าน 3 วัน 3 คืนแล้ว หลังทราบว่าอยู่ด้วยกันที่บ้านดังกล่าว ตนจึงเตรียมทั้งอาวุธปืนขนาด .38 มีดและน้ำกรดเดินทางไปทีบ้านดังกล่าว
เมื่อไปถึงพบว่าทั้งนายรัฐนนท์และน.ส.ศุภณัฏฐ อยู่ด้วยกัน หลังเคาะประตูเรียกและ น.ส.ศุภณัฏฐ มาเปิดประตู จึงใช้ปืนส่องไปที่น.ส.ศุภณัฏฐ ปรากฏว่านายรัฐนนท์ สามีออกมาขวางแย่งปืนและมัดตนให้นอนกับพื้น ช่วงนั้นเอง น.ส.ศุภณัฏฐ ไปหยิบอาวุธมีดมาแทงเข้าที่ขาของตนบาดเจ็บ จากนั้นนายรัฐนนท์ ห้ามทั้งตนและ น.ส.ศุภณัฏฐ แล้วพาตนส่ง รพ.ทุ่งสง นอกจากนั้นยังรู้อีกว่าขณะที่ตนไปรักษาตัวที่ รพ.ทุ่งสง ทาง น.ส.ศุภนัฎฐ ยังเอามีดไปกรีดล้อรถ จยย.ของตน พร้อมกระทืบจนล้มซึ่งตนจะต้องเอาเรื่องให้ถึงที่สุดในข้อหาพยายามฆ่า
ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เรียกทั้งสองฝ่ายมาเพื่อเจรจากันอีกครั้ง และเบื้องต้นได้แจ้งข้อกล่าวหาไว้ทั้งสองฝ่าย โดย น.ส.ศุภณัฏฐ ถูกแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกาย ส่วนนางบุญญิศา ถูกแจ้งข้อหาอาวุธปืน
MThai News
ขอบคุณภาพและข้อมูลจากข่าวสดออนไลน์