หมอพรทิพย์ โพสต์เฟซบุ๊ก จับตาจุดเปลี่ยน ก.ยุติธรรม

หมอพรทิพย์ โพสต์เฟซบุ๊ก จับตาจุดเปลี่ยน ก.ยุติธรรม หลังมีข่าวตำรวจตรียมนั่งเก้าอี้ปลัดกระทรวง

วันนี้ (23ก.ย.57) พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว แสดงความเห็นถึงกรณีการโยกย้ายแต่งตั้งกระทรวงยุติธรรม หลังมีข่าวว่าจะแต่งตั้งข้าราชการตำรวจเข้ามาทำหน้าที่ปลัดกระทรวงยุติธรรม โดยระบุว่า

หมอพรทิพย์, คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์, ปลัดกระทรวงยุติธรรม, กระทรวงยุติธรรม, ข่าววันนี้

หมอพรทิพย์

ให้จับตามติคณะรัฐมนตรี(ครม.) ที่จะเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของกระทรวงยุติธรรมที่อาจมีตำรวจมาเป็นปลัดกระทรวงยุติธรรมตามที่มีกระแสข่าวมาต่อเนื่องนับสัปดาห์ โดยระบุว่าที่ผ่านมากระทรวงยุติธรรมลู่ลมไปตามการเมืองต่างหน่วยต่าง ทำงานทั้งที่เป็นเรื่องเกี่ยวข้อง ปี 2543 ตนถูกทาบทามให้มาจัดตั้งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ที่กระทรวงยุติธรรม 10 กว่าปี

ได้เห็นระบบการทำงานที่มุ่งเน้นแต่กรมแห่งอำนาจคือดีเอสไอ นโยบายรัฐบาลข้อ 11:4 เขียนชัดเรื่องพัฒนางานนิติวิทยาศาสตร์ แต่กลับไม่ได้ทราบว่านโยบายนี้รัฐบาลตั้งใจจะทำอย่างไร ผู้บริหารกระทรวงเองก็นิ่งไม่เคยสื่อสารใดๆ จู่ๆมีข่าวว่ารัฐบาลจะตั้งตำรวจมาเป็นปลัดกระทรวงมีการปล่อยข่าวมาเป็นอาทิตย์ ไม่มีมูลคงไม่มีกลิ่น หากเป็นเช่นนี้จริงคงถึงจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในชีวิต

MThai news

มติครม.ตั้ง “ฉัตรพงษ์”นั่งผอ.ข่าวกรอง-ให้ “อำพน”นั่งเลขาฯอีก1ปี

ครม. มีมติแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงหลายกระทรวง พร้อมขยายระยะเวลาการทำงาน ขณะเตรียมประชุมร่วม คสช. และ ครม. ครั้งแรก 7 ตุลาคมนี้

ที่ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล ร้อยเอกนายแพทย์ ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรีครั้งที่ 2 ว่า ที่ประชุมเห็นชอบให้ต่ออายุตำแหน่ง นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี และ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ไปอีก 1 ปี ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2557 ถึง 30 กันยายน 2558 ขณะเดียวกัน แต่งตั้งให้นายฉัตรพงษ์ ฉัตราคม ให้ดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ แทน นายสุวพันธ์ ตันยุวรรธนะ ขณะที่ ตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ยังไม่มีการเสนอเข้าในที่ประชุม ครม.ในวันนี้

S__8880146

ด้านพันเอกสรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมครม.กำหนดให้มีการประชุมร่วม คสช.และครม. เวลา 9.00น. ในวันที่ 7 ตุลาคมนี้ ที่สโมสรทหารบก วิภาวดี เพื่อให้ครม.แจ้งผลการทำงาน ต่อ คสช. หลังปรับโครงสร้าง คสช.ชุดใหม่ ขณะที่ครม.ยังรับทราบแผนปฏิบัติการบูรณาการ หรือ Action Plan โดยนายกรัฐมนตรี ย้ำว่า โครงการใดๆ ที่ไม่มีผลผูกพัน ต้องเร่งรัดดำเนินการภายใน 3 เดือน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการสร้างงาน

นอกจากนี้ ครม.ยังรับทราบแผนความมั่นคง ที่กอ.รมน.ได้จัดทำแผน ระหว่างปี 2558-2560 โดยรายละเอียดฉบับดังกล่าว เน้นการพัฒนาและแก้ปัญหาภาคใต้ ในทุกมิติ โดยกำหนด 9 ยุทธศาสตร์ เช่น แก้ปัญหายาเสพติด อาชญากรรมข้ามชาติ การค้ามนุษย์ การส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วม และการแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน โดยน้อมนำโครงการพระราชดำริมาสู่การปฏิบัติ และการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน

MThai News

ศาลสั่งจำคุกตลอดชีวิต 3 ตำรวจค้ายาบ้า 1 ล้านเม็ด

ศาลอาญา พิพากษาจำคุกตลอดชีวิต 3 ตำรวจใช้รถโรงพักขนยาบ้า 1ล้านเม็ด ส่วนจำเลยอีก 2 คนให้ประหาร เพราะปฎิเสธแต่ต้นและให้ยกฟ้องจำเลยที่ 8 เนื่องจากพยานหลักฐานไม่เพียงพอ

วันนี้ (23 ก.ย.) ที่ห้องพิจารณาคดี 906 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาในคดียาเสพติด หมายเลขดำ อย.1542/2556 ที่อัยการคดียาเสพติด 9 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ร.ต.ต.จิตติพงษ์ โสไชย อายุ 44 ปี อดีตรอง สว.สภ.อวน จ.น่าน, ด.ต.อรรถพล คำแสน อายุ 44 ปี อดีต ผบ.หมู่ ป.สภ.อวน, พ.ต.ท.ธรรมนูญ นาคบัว อายุ 42 ปี อดีต สว.หน สภ.อวน,

ประหารชีวิต, ตำรวจค้ายาบ้า, ข่าวยาบ้า, ข่าววันนี้

ตำรวจค้ายาบ้า

ด.ต.สักกพงษ์ เชียงหนุ้น อายุ 41 ปี อดีต ผบ.หมู่ ป.สภ.อวน, ด.ต.นลธวัช พรรษา อายุ 39 ปี อดีต ผบ.หมู่ ป.สภ.อวน, นายวิชาญ ลาวมี่ อายุ 23 ปี ชาว จ.แม่ฮ่องสอน, น.ส.เบญจพร เที่ยงกินรี อายุ 25 ปี ชาว จ.ร้อยเอ็ด และนายอุดมศักดิ์ แซ่เติ๋น อายุ 38 ปี ชาว จ.เชียงราย จำเลยที่ 1-8 ในความผิดฐานร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และ พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนฯ

โจทก์บรรยายฟ้องสรุปว่า เมื่อ 12 ธันวาคม 2555 ร.ต.ต.จิตติพงษ์ พร้อมพวกจำเลยซึ่งเป็นข้าราชการตำรวจ ได้ร่วมกันลักลอบลำเลียงยาบ้า 1 ล้านเม็ด จากอำเภอดอยตุง จังหวัดเชียงราย โดยใช้รถกระบะตราโล่ ที่ใช้ในราชการ มาส่งให้กับลูกค้าที่กรุงเทพมหานคร แต่ถูกจับกุมได้ในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ขยายผลจับกุมจำเลยทั้งหมด

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ร.ต.ต.จิตติพงษ์, ค.ต.อรรถพล, พ.ต.ท.ธรรมนูญ ซึ่งเป็นจำเลยที่ 1 ถึง 3 มีความผิดฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ที่จำเลยต่อสู้ว่าเป็นการปฎิบัติหน้าที่จับกุมผู้ค้ายาเสพติด ไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานหลักฐานโจทก์ พิพากษาประหารชีวิต และมีความผิดฐานพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะ จำคุกคนละ 6 เดือน แต่การนำสืบเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดี มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกตลอดชีวิต

ส่วนด.ต.สักกพงษ์ และด.ต.นลธวัช จำเลยที่ 4 และ 5 พยานหลักฐานยังมีข้อสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับยาเสพติดหรือไม่ แต่มีความผิดฐานพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะ จำคุก 6 เดือน แต่ทางนำสืบเป็นประโยชร์ ต่อการพิจารณาคดี มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุก 4 เดือน

ส่วนจำเลยที่ 6และ7 คือ นายวิชาญกับ น.ส.เบญจพร พยานหลักฐานเชื่อได้ว่าเป็นผู้ที่มารับยาเสพติด และเป็นผู้ติดต่อกับร้อยตำรวจตรีจิตติพงษ์ จำเลยที่ 1 เห็นว่ามีความผิดตามฟ้อง แต่จำเลยให้การปฎิเสธมาตั้งแต่ในชั้นพนักงานสอบสวน จึงพิพากษาให้ลงโทษประหารชีวิต ส่วนจำเลยที่ 8 คือ นายอุดมศักดิ์ ให้ยกฟ้องเนื่องจากมีหลักฐานยืนยันชัดเจนว่า ในขณะที่เกิดเหตุนั้นอยู่ที่ประเทศพม่า แต่ให้ขังจำเลยที่ 4 / 5 และ 8 ไว้ ระหว่างอุทธรณ์

อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ญาติของจำเลยได้เดินทางมาให้กำลังใจกันเต็มห้องพิจารณา และภายหลังศาลอ่านคำพิพากษาเสร็จ จำเลยที่ถูกศาลพิพากษาประหารชีวิตบางรายถึงกับร้องไห้เสียใจ พร้อมทั้งสวมกอดกับญาติเพื่อปลอบใจ ขณะที่ทนายความระบุจะอุทธรณ์สู้คดีต่อไป

MThai news