7 ขวบทำระเบิดเล่น บึมมือขาด

เด็กวัย 7 ขวบ ทำนำประทัดมาทำระเบิดเล่น หวังเลียนแบบรุ่นพี่ ไม่ทันปาระเบิดคามือ หวิดมือขาด 

เด็กชาย อายุ 7 ปี ชาวบ้านหนองทม ต.หัวนาคำ อ.ศรีธาตุ จ.อุดรธานี ได้รับบาดเจ็บจากการเล่นประทัดลูกบอล จนทำให้มือขวาฉีกขาด ซึ่งเบื้องต้นได้ทำการเย็บแผล และรักษาจนอยู่ในอาการปลอดภัยแล้ว

18

(ภาพประกอบ)

โดยช่วงเย็นของวันที่ 20 กันยายนที่ผ่านมา ผู้บาดเจ็บและเพื่อนในหมู่บ้านได้ชักชวนกันออกมาเล่นประทัดที่บริเวณหน้าบ้าน ซึ่งได้ซื้อประทัดลูกบอลจากร้านค้าในหมู่บ้าน ราคาลูกละ 1 บาท โดยตนกับเพื่อนซื้อมา 4 ลูก แล้วชักชวนกันแกะประทัดเอาดินปืนมาผสมกัน นำไปบรรจุใส่ท่อพลาสติก พันด้วยเทปพันสายไฟ เพื่อที่จะให้เกิดเสียงดังมากกว่าเดิม ซึ่งก่อนหน้านี้เคยเห็นรุ่นพี่ในหมู่บ้านทำ จึงลองมาทำเลียนแบบ

โดยที่ตัวเองเป็นคนจุดประทัด และให้เพื่อนเป็นคนจุดชนวน ขณะกำลังจะโยนออกไปแต่เกิดระเบิดใส่มือซะก่อน เพื่อนจึงได้วิ่งไปบอกผู้ปกครอง และนำตัวส่งโรงพยาบาลศรีธาตุ ก่อนส่งตัวมารักษาตัวที่ รพ.ศูนย์อุดรธานี

โดยจากสถิติจำนวนผู้บาดเจ็บจากการเล่นประทัด เมื่อปีที่แล้ว มีผู้บาดเจ็บรวม 62 ราย นิ้วขาด 18 ราย บาดเจ็บที่ตา 16 ราย มือขาด 4 ราย และซึ่งปีนี้เด็กชายเป็นรายแรก ที่บาดเจ็บถึงขั้นต้องเย็บมือ ซึ่งจากสถิติจำนวนผู้บาดเจ็บนั้นได้ลดลงแต่ก็ยังมีอาการสาหัสรุนแรงมากขึ้น ซึ่งเชื่อเกิดจากความแรงของประทัด ที่ได้นำวัสดุพลาสติกเข้ามาเป็นส่วนประกอบมากขึ้น และดัดแปลงประทัดเพื่อให้เกิดความรุนแรงและเสียงดัง ทำให้เกิดอันตรายมากขึ้นกว่าเดิม

MThai News

รวบ ‘แก๊งสกิมมิ่ง’ คาตู้ ‘Kbank’ รามคำแหง

ตำรวจเข้ารวบตัวแก๊งโจรกรรมข้อมูลบัตรเครดิต หรือสกิมมิ่ง คาตู้เอทีเอ็มธนาคารกสิกรไทย บริเวณร้านสะดวกซื้อ ปากซอยรามคำแหง 58/3 ขณะย้อนกลับมาเก็บเครื่องมือ

เจ้าหน้าที่สืบสวนสถานีตำรวจนครบาลหัวหมาก ได้ทำการจับกุมนายแอนตัน ลิลิน สัญชาติรัสเซีย ผู้ตัองหาคดีปลอมเครื่องมือคัดลอกข้อมูลของบัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือเครื่องสกิมมิ่ง

ภาพประกอบข่าว

ภาพประกอบข่าว

โดยสามารถทำการจับกุมได้ที่ ตู้เอทีเอ็มธนาคารกสิกรไทยหน้าร้านสะดวกซื้อ ปากซอยรามคำแหง 58/3 ซึ่งผู็ต้องหาได้ทำการติดตั้งเครื่องอ่านข้อมูลบัตรเครดิตไว้

โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้วางกำลังซุ่มดู อยู่โดยรอบบริเวณปากซอยรามคำแหง 58/3 ตามการร้องเรียนว่ามีการติดตั้งเครื่องสกิมมิ่ง ในตู้เอทีเอ็มบริเวณนี้

หลังจากนั้นมีชายชาวต่างชาติ 1 คน มีท่าทางพิรุธต้องสงสัย เดินมาที่บริเวณตู้เอทีเอ็มดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าทำการตรวจค้น

ภาพประกอบข่าว

ภาพประกอบข่าว

ซึ่งผลการตรวจสอบพบเครื่องสกิมมิ่ง 1 ชุด กล้องดูรหัส 1 ชุด และบัตรอิเล็กทรอนิกส์ จำนวน 3 ใบ

จากการสอบสวน ผู้ต้องหารับสารภาพว่าได้ทำการติดตั้งเครื่องสกิมมิ่งจริง และได้ก่อคดีแบบนี้มาแล้วหลายครั้ง โดยร่วมือกับเพื่อนชาวรัสเซียอีกหนึ่งคน

โดยตำรวจจะเร่งสืบสวนสอบสวนเพื่อขยายผลและติดตามผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีอยู่เพื่อมาดำเนินคดีต่อไป

MThai News

“พล.อ.ประยุทธ์” ขอนักวิชาการงดพูดการเมือง-ยันไม่รื้อรังนกกระจอก

นายกรัฐมนตรี ยืนยันโยกย้ายข้าราชการพิจารณาจากความอาวุโส-ความสามารถ ระบุ 4 เดือนหลังคุมอำนาจประชาชนมีความสุขมากขึ้น ย้ำไม่มีการล็อคสเปกการคัดเลือก สปช. พร้อมยืนยันไม่ห้ามจัดเสวนา แต่ของดพูดการเมือง ขณะกำชับเร่งรัดคดีฆาตกรรมนักท่องเที่ยว

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีถึงกรณีการโยกย้ายข้าราชการว่า จะให้ความเป็นธรรมในทุกตำแหน่ง ซึ่งจะพิจารณาจากความอาวุโส และความรู้ความสามารถของแต่ละคน เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน

DSC_0944

ส่วนคดีฆาตกรรม 2 นักท่องเที่ยวที่เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เจ้าหน้าที่มีการรายงานความคืบหน้าอยู่ตลอดเวลา และได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหารือกับสถานฑูตอังกฤษแล้ว โดยมีการเร่งรัดคดีดังกล่าวให้เสร็จโดยเร็ว อย่างไรก็ตามเหตุการณ์นี้ไม่กระทบต่อเศรษฐกิจการท่องเที่ยวบนเกาะเต่า  ส่วนการเปรียบเทียบเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของประเทศขอให้ดูช่วงก่อนและหลังวันที่ 22 พฤษภาคม

ส่วนภาพรวมหลังครบ 4 เดือนการเข้าควบคุมอำนาจ นายกรัฐมนตรี เห็นว่าประชาชนมีความสุขมากขึ้น แต่จะต้องหาแนวทางการทำงานในอนาคตให้มีความโปร่งใส ทำให้ประชาชนมีความสุขมากที่สุด รวมไปถึงต้องสามารถส่งต่อแผนงานไปสู่อนาคตอย่างเป็นรูปธรรม ส่วนการคัดเลือกสมาชิก สปช. ตอนนี้มีคณะกรรมการสรรหาทั้ง 11 ด้านและคณะกรรมการสรรหาจังหวัดทั้ง 36 จังหวัด ส่งรายชื่อมาที่รัฐบาลแล้ว ทั้งนี้ยืนยันไม่มีการล็อคสเป็ก แต่จะคัดเลือกจากความรู้ความสามารถของบุคคล

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการที่นักวิชาการขอพื้นที่ในการแสดงออกทางความคิดนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่าไม่ได้มีการห้าม แต่ไม่อยากให้มีการเสวนาทางการเมือง ทั้งนี้หากต้องการจัดเสวนา ขอให้ส่งเนื้อหาการจัดเสวนาให้รัฐบาลพิจารณาก่อน หากมีการอนุญาตให้จัดเสวนาแล้ว พบว่าเนื้อหาที่พูดไม่ตรงกับที่ขอมาจะสั่งปิดการเสวนาทันที อย่างไรก็ตามไม่อยากให้เทียบเคียงการแสดงความเห็นทางการเมืองในอดีต เนื่องจากสถานการณ์แตกต่างกัน

ทั้งนี้การประชุมคณะรักษาความสงบแห่งชาติหรือ คสช. ชุดใหม่ จะเริ่มขึ้นครั้งแรกในวันที่ 7 ตุลาคม ซึ่งจะเน้นการหารือเรื่องกฏหมายและปัญหาเศรษฐกิจ ส่วนการประชุมร่วมระหว่างรัฐบาลกับคสช.นายกรัฐมนตรีได้กำหนดให้มีการประชุมร่วมกันอย่างน้อยเดือนละ1ครั้ง และนายกรัฐมนตรียืนยันด้วยว่าจะไม่ลงสมัครรับเลือกตั้ง

ส่วนกรณีกระแสข่าวว่าจะมีการรื้อรังนกกระจอก นายกรัฐมนตรีกล่าว เป็นการเข้าใจผิด มีการสื่อสารกันผิดพลาด โดยยืนยันว่าจะไม่มีการรื้อถอนใดใด แต่จะมีการปรับปรุงให้ดีขึ้นเท่านั้น แต่หากสื่อมวลชนไม่เห็นด้วยกับการปรับปรุง ก็จะไม่มีการดำเนินการอย่างแน่นอน

MThai News