ไฮโซรัสเซีย ทุ่มเงินประดับเบนซ์ด้วยคริสตัลล้านเม็ด

สุดมั่งคั่ง วันรุ่นชาวรัสเซียลงทุน ประดับรถเบนซ์ด้วยคริสตัลสวารอฟสกี้กว่าล้านเม็ด หวังสร้างความพิเศษและเป็นเอกลักษณ์

PAY-Daria-Radionova

วันนี้(23ก.ย.)เว็บไซต์เดอะมิรเรอร์รายงานข่าววัยรุ่นสุดมั่งคั่ง วัย 21 ปีชาวรัสเซีย ลงทุนเงิน 2หมื่น ยูโร หรือราวๆ 8 แสนบาท และใช้เวลาถึง 2 เดือน เพื่อประดับประดาเม็ดคริสตัสสวารอฟสกี้จำนวนกว่าล้านเม็ด บนรถเบนซ์คันหรูของเธอ ซึ่งหลังจากเธอได้นำรถสุดหรู จอดตระหง่าหน้าโรงแรม เลวีน ใกล้ห้างแฮร์รอดส์ เมืองไนท์สบริดจ์ ในอังกฤษ

โดย ดาเรีย เจ้าของรถได้ให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อว่า เธอต้องการสร้างพิเศษและความเป็นเอกลักษณ์ให้ตัวเอง “ฉันมีความสุขมากเมื่อเห็นมัน และ สำรวจรอบๆ ฉันจะขับมันไปในทุกๆที่ ”เธอรู้สึกดีที่เมื่อขับมาครั้งใด ก็จะมีคนหันมามองในทันที

โดยรถคันนี้ดึงดูดใจผู้ที่ได้พบเห็น พวกเขาเข้ามาดูใกล้ๆ สัมผัส และถ่ายภาพ อย่างไรก็ตาม ไนท์สบริดจ์ เป็นเมืองที่มหาเศรษฐีชาวอาหรับมักจะนำรถซุปเปอร์คาร์มาประชันโฉมในช่วงหน้าร้อน แต่ผู้บริหารห้างแฮร์รอดส์ ให้ความเห็นว่ารถยนต์ประดับคริสตัลคันนี้โดดเด่นมากที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา

 

PAY-Daria-Radionova (1)PAY-Daria-Radionova (2)

Mthai News

กระหน่ำแทงทันตะจบใหม่ ตร.ไม่รับแจ้ง-อ้างหลานผู้มีอิทธิพล

ล่าสุด พ.ต.อ.อุกฤษ ภู่กลั่น ผกก.สภ.เมืองชัยนาท กล่าวว่าได้ขออนุมัติต่อศาลจังหวัดชัยนาท เพื่อออกหมายจับนายอภิชนม์ เกิดสมศักดิ์ อายุ 24 ปี ซึ่งใช้อาวุธแทงนายปนิธิ จนเสียชีวิตแล้วหลบหนีไปในคืนก่อเหตุเมื่อวันที่ 20 ก.ย. 57 ที่ผ่านมา โดยจากสายข่าวทราบว่า หลังจากก่อเหตุ นายอภิชนม์ ได้หลบหนีไปพักกับญาติซึ่งเป็นคนมีสี และมีบ้านพักอยู่ในค่ายทหาร พื้นที่ในกรุงเทพมหานคร ซึ่งขณะนี้กำลังติดตามสืบหาแหล่งกบดานที่ชัดเจนอยู่ เพื่อเข้าจับกุมนำตัวมาดำเนินคดี ขณะที่นายไสว บุญเมือง บิดาของนายปนิธิ กล่าวว่า อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยเร่งรัดคดี เพื่อนำตัวคนร้ายที่ทำร้ายลูกชายจนเสียชีวิจมาลงโทษโดยเร็ว เพราะเป็นคดีที่ร้ายแรงและอุกอาจ ก่อเหตุต่อหน้าสาธารณชนจำนวนมาก และถือเป็นการเย้ยกฎหมายบ้านเมือง ………………………………………………………………………………….. โลกออนไลน์วิจารณ์ คลิปกระหน่ำแทงทันตะจบใหม่ ตร.ไม่รับแจ้ง-อ้างหลานผู้มีอิทธิพล วันนี้ (23 ก.ย. )แฟนเพจเฟซบุ๊ค“โหน่ง ชะชะช่า”นักแสดงตลกชื่อดัง เปิดเผยเหตุการณ์ฆาตกรรม ในผับแห่งหนึ่งที่จ.ชัยนาท เมื่อคืนวันที่ 19 ก.ย. ที่ผ่านมา โดยผู้ตายคือ น้องเบส นักศึกษาทันตแพทย์จบใหม่ ได้เข้าไปดูคอนเสิร์ตในผับดังกล่าว และถูกคนร้ายใช้มีดกระหน่ำแทงจนเสียชีวิต  ทางแฟนเพจระบุว่าครอบครัวผู้เสียชีวิต ได้เข้าแจ้งความแต่ตำรวจไม่รับแจ้ง เนื่องจากคนร้ายเป็นหลานผู้มีอิทธิพล หลังเรื่องราวถูกเผยแพร่ออกไปผู้คนต่างพากันเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่เกิดเหตุออกมาชี้แจงว่าด้วยเหตุใดถึงไม่รับแจ้งความ หากเป็นเช่นนี้ประชาชนจะพึ่งพาอาศัยไว้วางใจเจ้าหน้าที่ตำรวจได้อย่างไร สำหรับกรณีดังกล่าวหากมีความคืบหน้าอย่างไรจะมีการรายงานให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง 5555 5 122833

MThai News ขอบคุณข้อมูลจาก แนวหน้าออนไลน์

สาวฟ้องศาลถูกหลอกจนเสียพรหมจรรย์ ศาลสั่งจ่าย 1.5 แสนบ.

หญิงชาวจีนฟ้องศาล สูญเสีย“สิทธิด้านพรหมจรรย์“ศาลสั่งจ่าย 1.5 แสนบ. ฝ่ายชายยื่นอุทธรณ์

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ศาลจีนได้พิพากษาคดีตัวอย่างเกี่ยวกับการสูญเสียพรหมจรรย์ของหญิงสาวรายหนึ่งที่ฟ้องศาลต่อหนุ่มรายหนึ่งว่าหลอกลวงและทำให้เธอสูญเสียพรหมจรรย์เธอทั้งที่ฝ่ายชายมีคู่รักอยู่แล้ว โดยตัดสินให้ฝ่ายชายต้องจ่ายค่าพรหมจรรย์ให้ฝ่ายหญิงเป็นเงินจำนวน 3,000 ปอนด์ หรือราว 156,000 บาท ด้านฝ่ายชายฝืนคำตัดสิน ขออุทธรณ์คดี

ce01446f7f915861b7e7b4d2cd48c825

ในรายงานระบุว่าศาลจีนได้พิจารณาคดีหญิงสาวรายหนึ่ง ชื่อน.ส.เฉิน ซึ่งเธอได้ฟ้องหนุ่มรายหนึ่ง ว่ามีพฤติกรรมหลอกลวงและทำให้เธอสูญเสียพรหมจรรย์ เนื่องจากฝ่ายชายอ้างว่าเป็นโสดและสัญญาว่าจะแต่งงานกับเธอ ทำให้เธอไว้ใจและยอมมอบกายให้แก่เขา โดยเธอได้รู้จักกับเขาทางออนไลน์เมื่อปี 2009 และได้เดินทางไปต่างประเทศด้วยกัน และมีความสัมพันธ์กัน

จากนั้น ฝ่ายชายก็เลิกติดต่อกับเธอ ทำให้เธอตัดสินใจบุกไปบ้านเขา และได้เจอกับภรรยา ทำให้เธอตัดสินใจฟ้องร้องฝ่ายชาย ในข้อหา”ล่วงละเมิดสิทธิด้านพรหมจรรย์” เรียกค่าเสียหายจากฝ่ายชายเป็นเงินจำนวน 5 หมื่นปอนด์ ซึ่งเป็นค่าเสียหายด้านทำให้เธอเสียสุขภาพจิต

ขณะที่ศาลพิจารณาว่า คดีนี้ฝ่ายหญิงเรียกเงินเสียหายแพงเกินไป แต่ยอมรับว่า ฝ่ายหญิงมีสิทธิที่จะได้รับการคุ้มครอง”พรหมจรรย์” ของตัวเอง หรือเทียบเท่ากับสิทธิด้านศีลธรรมตามกฎหมาย เช่น เสรีภาพทางเพศ ความปลอดภัยทางเพศ และความบริสุทธิ์ทางเพศ “การล่วงละเมิดสิทธิด้านพรหมจรรย์อาจนำไปสู่อันตรายต่อร่างกายเหยื่อ รวมทั้งสุขภาพ เสรีภาพ และชื่อเสียง ดังนั้น โจทก์จึงควรจ่ายเงินชดเชยฝ่ายหญิง” ขณะที่ฝ่ายชายไม่ได้ขึ้นศาล แต่ทนายความบอกว่า ฝ่ายชายไม่ได้มีความสัมพันธ์ทางเพศกับฝ่ายหญิงแต่อย่างใด และจะขอสู้คดีในชั้นอุทธรณ์

อย่างไรก็ตาม คดีแปลกนี้ทำให้เกิดคำถามในสังคมจีนเช่นกัน โดยนักวิจารณ์บางรายตั้งคำถามว่า เป็นเรื่องเข้าใจได้ที่ฝ่ายหญิงจะเรียกค่าเสียหายฝ่ายชายเพราะถูกหลอก แต่อะไรคือสิ่งที่เรียกว่า สิทธิด้านพรหมจรรย์ ยึดหลักตรงไหนของกฎหมาย ส่วนนักวิจารณ์หญิงรายหนึ่งบอกว่า กฎหมายจีนยังคงต้องถกเถียงกันเรื่องนี้อีกนาน เพราะประเด็นนี้มีเรื่องการไม่เคารพและไม่ยอมรับทางเพศเข้ามาเกี่ยวข้อง

NThai News