นักโทษเวเนซุเอลาซดยาพิษดับแล้ว35ราย

ความคืบหน้า เหตุนักโทษเวเนซุเอลา ดับแล้ว 35 ราย ขณะ จนท. เร่งย้ายผู้ต้องขังก่อเหตุประท้วงไปที่อื่น สื่อต่างประเทศ รายงาน กลุ่มผู้ต้องขังบุกเข้าสถานพยาบาลเรือนจำเวเนซุเอลา ก่อนดื่มยาที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ เป็นเหตุให้ผู้ต้องขังจำนวน 20 คน จากทั้งหมด 100 คน มีอาการโคมา ล่าสุดผู้ต้องขังที่ได้รับยาดังกล่าวเสียชีวิตแล้ว 35 ราย จากเหตุการณ์ดังกล่าว เป็นเหตุให้ผู้ต้องขังรายอื่น ๆ รวมตัวกันอดอาหารประท้วงเกี่ยวกับการเสียชีวิตดังกล่าว นักโทษกินยาพิษ

นักโทษกินยาพิษ

สำหรับกรณีที่เกิดขึ้น เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ก่อนจะเริ่มก่อเหตุรุนแรงเพื่อให้เจ้าหน้าที่รัฐภายนอกเรือนจำ เข้ามามีรับรู้ปัญหา ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาล ชี้แจงว่า การตัดสินใจดื่มยาดังกล่าว เพราะต้องการสนองความต้องการของร่างกายหลังทุกข์ทรมานจากการบำบัดยาเสพติดที่เข้มงวด

อย่างไรก็ตาม กลุ่มนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน ยังคงไม่ปักใจเชื่อว่า นักโทษที่เสียชีวิตจะตัดสินใจจบชีวิตด้วยตัวเองขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่เรือนจำ ได้นำผู้ต้องขังที่ก่อเหตุประท้วงในเรื่องดังกล่าว ราว 740 คน ย้ายไปยังเรือนจำอื่น โดยไม่มีการแจ้งให้ญาติของนักโทษรับทราบด้วย

คน 69.29% หนุนตัดสิทธินักการเมืองตลอดชีวิต

นิด้าโพลเผย ปชช. 69.29% หนุนแก้กฎหมาย ป.ป.ช.ตัดสิทธินักการเมืองทำผิด ตลอดชีวิต 90.40% เห็นพ้องให้ผู้บริหารท้องถิ่นเปิดเผยบัญชีทรัพย์สิน

ศูนย์สำรวจความคิดเห็นสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือนิด้าโพล ได้เผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “ข้อเสนอแก้ไขกฎหมาย ป.ป.ช.” จำนวน 1,250 หน่วยตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 26 – 27 พ.ย.57 พบว่า

นักการเมือง, ปปช, ตัดสิทธินักการเมืองตลอดชีวิต, ข่าววันนี้

ร้อยละ 69.28 ระบุว่า เห็นด้วยห้ามนักการเมืองที่ถูกศาลตัดสินชี้ขาดให้พ้นจากตำแหน่ง ห้ามไม่ให้กลับมาดำรงตำแหน่งทางการเมืองตลอดชีวิต จากเดิมห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมือง 5 ปี เนื่องจากเห็นว่าผู้ที่เคยกระทำผิดไม่ควรกลับเข้ามาเล่นการเมือง จะได้ไม่เกิดการกระทำผิดอีก ถ้ากลับมาดำรงตำแหน่งอีกอาจเป็นเหมือนเดิม เป็นการคัดกรองและเปิดโอกาสให้คนที่มีคุณภาพ ตั้งใจทำงานเข้ามาแทนดีกว่า

ร้อยละ 26.08 ระบุว่า ไม่เห็นด้วย เพราะควรให้ระยะเวลา สิทธิ และโอกาสในการปรับปรุงตนเอง หากไม่ให้กลับเข้ามาเลยก็จะเป็นการเอาเปรียบและไม่ยุติธรรมแก่ผู้กระทำผิด และอาจเกิดเกิดปัญหาความแตกแยกตามมา
และร้อยละ 4.64 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ

ทั้งนี้เมื่อถามว่าเห็นด้วยหรือไม่ที่ให้ผู้บริหารท้องถิ่น , รองผู้บริหารท้องถิ่น และผู้ช่วยผู้บริหารท้องถิ่น ต้องเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช.(จากเดิมไม่มีกำหนดไว้)

ร้อยละ 90.40 ระบุว่า เห็นด้วย เพราะเป็นการตรวจสอบเพื่อให้เกิดความโปร่งใส ถึงที่ไปที่มาของทรัพย์สิน โดยเฉพาะทรัพย์สินที่ได้มาโดยมิชอบ เช่น การทุจริตคอร์รัปชัน การตัดไม้ทำลายป่า (การค้าไม้เถื่อน) การยักยอกเงิน เป็นต้น เป็นการให้ความชัดเจนแก่ประชาชนด้วย มีเพียง
ร้อยละ 8.32 ที่ระบุว่า ไม่เห็นด้วย เพราะถือเป็นข้อมูลและสิทธิส่วนบุคคลที่จะเปิดเผยหรือไม่ก็ได้
และร้อยละ 1.28 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ

ส่วนการให้อำนาจ ป.ป.ช.สามารถจับและคุมขังผู้ถูกกล่าวหาที่ไม่ไปรายงานตัวตามที่กำหนด (จากเดิม ป.ป.ช.มีอำนาจแค่แจ้งให้ตำรวจดำเนินการ) นั้น

ร้อยละ 58.64 ระบุว่า เห็นด้วย เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายเดียวอาจจัดการได้ไม่ดีพอ หรือเกิดการติดสินบนให้แก่เจ้าหน้าที่ เป็นการเพิ่มความรวดเร็วในการจับผู้กระทำผิดมารับโทษ เพราะบางครั้งส่งเรื่องให้อัยการแล้วบางทีเรื่องล่าช้า ผู้ที่กระทำผิดควรได้รับโทษตามกฎหมาย รองลงมา
ร้อยละ 32.96 ระบุว่า ไม่เห็นด้วย เพราะ ป.ป.ช.ไม่จำเป็นต้องมีอำนาจถึงขั้นดังกล่าว เพราะเป็นหน้าที่ที่ซ้ำซ้อนเกินไป ควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ และเป็นไปตามขั้นตอน
และร้อยละ 8.40 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ.

ติดตามอ่านข่าวเกี่ยวกับ “สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ” ทั้งหมดได้ที่นี่ >>>>

MThai News

เจอตัวแล้ว ด.ช.ก้มกราบพระบาทในหลวง เมื่อปี 2512

เจ้าหน้าที่ พบเด็กก้มกราบพระบาทในหลวง พระบาทในหลวง เมื่อปี 2512แล้ว

วันนี้(30พ.ย.)จากกรณีที่กระทรวงวัฒนธรรมได้มีคำสั่ง ให้ตามหาเด็กผู้ชายที่ก้มลงกราบในรูปพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งภาพดังกล่าวถูกถ่ายเมื่อวันที่ 21 พ.ย. 2512 ครั้งที่เสด็จทรงเปิดที่ทำการศูนย์อนามัยแม่และเด็ก เขต 7 หรือประมาณ 45 ปีทีผ่านมา คาดว่าปัจจุบันเด็กชายที่อยู่ในภาพน่าจะมีอายุประมาณ 50ปี ล่าสุดมีรายงานว่า พบตัวเด็กชายที่กราบพระบาทในหลวงแล้ว คือบาทหลวง วัชระ  พฤกษาโรจนกุล  เจ้าอาวาสวัดนักบุญอังเยราซอนต้า ตำบลรางบัว อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี เกิดวันที่ 1 มีนาคม  2509 อายุ 49 ปี

เด็กชายก้มกราบ ในหลวง

เด็กชายก้มกราบ ในหลวง

บาทหลวงวัชระ ซึ่งเป็นเด็กชายที่อยู่ในภาพ เปิดเผยว่า ผู้เป็นแม่มักจะเล่าให้ฟังว่าตอนเด็กๆเมื่อตนอายุ3ขวบได้พาไปเข้าเฝ้าในหลวง  มีภาพถ่ายเก็บเอาไว้ ตอนที่ไปรับเสด็จ ซึ่งตนก็พอจะจำได้บ้างว่าเคยไปรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและได้กราบ ภาพนี้เคยลงหนังสือพิมพ์และแม่เคยตัดเก็บไว้ ภาพนี้อยู่ในความทรงจำ แม้ว่ามารดาเคยตัดรูปภาพจากหนังสือพิมพ์เก็บใส่อัลบั้มไว้แล้วแต่ก็ทำหาย เพราะย้ายที่อยู่บ่อย แต่ก็มีความรู้สึกประทับใจว่าครั้งหนึ่งได้เคยเฝ้ากราบพระบาทในหลวง

MThai News