รวบ! แว้นโหดไถเงิน กระหน่ำตีดับคาถนน(คลิป)

จับแล้ว!!  เด็กแว้นโหดไถเงิน เหยื่อไม่ให้กระหน่ำตีดับคาถนน (มีคลิป)

จับแล้ว เด็กแว้น 2 ผัวเมียวัยโจ๋ ตระเวนขี่จยย.ไถเงินนักท่องราตรี เหยื่อขัดขืนถูกหวดด้วยเหล็กแป๊บตายสยองกลางถนน สารภาพเฉยไม่คิดว่าตาย นึกว่าแค่สลบ เผยทำตัวเป็นขาใหญ่ย่านเกิดเหตุ

145a

เมื่อวันที่ 18 ม.ค. ผู้สื่อข่าว รายงานว่า ผู้ใช้เฟสบุ๊กแห่แชร์คลิป “เว้นโหดกระหน่ำตีหนุ่มใหญ่ดับกลางถนน” ความยาว 0.46 นาที โดยเป็นภาพเหตุการณ์ชาย-หญิงคู่หนึ่ง ออกตระเวนขี่รถมอเตอร์ไซต์ไถเงินนักท่องราตรี เหยื่อขัดขืนถูกตีตายกลางถนนวงเวียน 22 กรกฎาคม โดยชาวบ้านที่อยู่ในเหตุการณ์ร้องตะโกนให้หยุด แต่ผู้ก่อเหตุกลับไม่เกรงกลัวชี้ด่าหน้า ห้ามคนอื่นเข้าช่วย

ร.ต.ท.สมภพ ทัพทอง พนักงานสอบสวน สน.พลับพลาไชย 2 เจ้าของพื้นที่ ได้รับการเปิดเผยว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเวลา 05.00 น. วันที่ 17 ม.ค.ที่ผ่านมา ผู้เสียชีวิตชื่อนายวีระ แซ่เฮ้ง อายุ 40 ปี เป็นชาวกรุงเทพฯ โดยพยานที่อยู่ในเหตุการณ์ ซึ่งเป็นเพื่อนของผู้ตายให้การว่า ในคืนวันเกิดเหตุ ผู้ตายและเพื่อนมานั่งดื่มเหล้ากันบริเวณจุดเกิดเหตุ กระทั่ง จู่ ๆ มีชาย-หญิงคู่หนึ่งซึ่งไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมา เมื่อเห็นพวกตน ก็จอดรถเดินตรงเข้ามาหา โดยผู้ชายพูดแบบนักเลงว่า “ขอเงินหน่อย” พยานจึงให้เงินไป 20 บาท ส่วนผู้ตายด้วยความที่กลัว ไม่อยากมีเรื่อง ส่งเงินให้ไปอีก 100 บาท

พยานในเหตุการณ์ระบุต่อว่า หลังได้เงิน นึกว่าคนร้ายจะไป แต่กลับนิ่งเฉย เนื่องจากเข้าใจว่า ผู้ตายมีเงินติดตัวจำนวนมาก เพราะผู้ตายสะพายกระเป๋าคาดที่หน้าอก คนร้ายจึงขอเงินผู้ตายเพิ่ม ผู้ตายไม่ให้ จึงเกิดมีปากเสียงชกต่อยกัน โดยคนร้ายได้หยิบท่อนเหล็กจากรถบรรทุกที่จอดอยู่ใกล้ ๆ ไล่ตีจนเสียชีวิตคาที่ ทั้งนี้ขณะเกิดเหตุ มีคนเห็นเหตุการณ์จำนวนมาก บางคนกระโกนกรี๊ดร้องห้าม แต่คนร้ายไม่เกรงกลัว ชี้หน้าด่า พร้อมสั่งห้าม ไม่ใครยุ่งเกี่ยว หรือเข้ามาช่วยเหลือเด็ดขาด

“สภาพศพของผู้ตายมีบาดแผลที่ศีรษะหลายแห่ง จากการถูกตีด้วยของแข็ง มีเลือดออกจำนวนมาก ลูกชายผู้ตายให้ปากคำว่า ผู้ตายทำงานอยู่ในย่านสำเพ็ง โดยทุกวันศุกร์-เสาร์ ผู้ตายกับเพื่อนๆ มักจะมาเที่ยวดื่มสุราในย่านวงเวียน 22 เป็นประจำ สำหรับการสืบสวนในขณะนี้ทางตำรวจกำลังตรวจดูกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุ และบริเวณที่ใกล้เคียงเพื่อสืบหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีอย่างเร่งด่วนที่สุด คาดว่าน่าจะได้ตัวในเร็ว ๆ นี้”

ด้านนายวรเทพ แซ่เฮง ลูกชายผู้ตายบอกว่า พ่อตนทำอาชีพขี่จยย.รับส่งผ้าในตลาดสำเพ็ง วันเกิดเหตุพ่อไปหาเพื่อน 2 คน ก่อนจะนั่งดื่มกันบริเวณจุดเกิดเหตุ กระทั่งมีคนมาไถ่เงิน พ่อให้ไปแล้วแต่จะเอาอีก พ่อไม่ให้เลยเกิดเรื่อง ขณะเกิดเหตุเพื่อนพ่อพยายามเข้าช่วยเหลือ แต่ถูกคนร้ายวัยรุ่นอีกคนชักปืนออกมาขู่ห้ามไม่ให้ใครช่วยเด็ดขาด โดยคนร้ายที่ก่อเหตุมี 3 คน เป็นผู้ชาย 2 คน ผู้หญิงอีก 1 คน ทั้งนี้ตนจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด เพราะขณะเกิดเหตุพ่อตนวิ่งหนีแล้ว แต่ยังถูกคนร้ายไล่ตามตีจนตายกลางถนน เป็นการกระทำที่โหดร้ายมาก

ต่อมาช่วงบ่ายวันเดียวกัน มีรายงานจากชุดสืบสวนตำรวจนครบาล 6 และ สน.พลับพลาไชย 2 ว่า สามารถจับกุมคนร้ายก่อเหตุในครั้งนี้ได้แล้วทราบชื่อว่า นายวรพงษ์ กองวัฒนะ อายุ 19 ปี ชาวกรุงเทพฯ และน.ส.พัชราภรณ์ คำสนิท อายุ 19 ปี ชาว จ.สระแก้ว ได้ที่กลางซอยสวนผัก 3 ถนนสวนผัก แขวง-เขตตลิ่งชัน พร้อมของกลาง จยย. สีขาว-แดง ทะเบียน 1 กฌ-9510 กท.และเสื้อผ้าที่ผู้ต้องหาใส่ในวันเกิดเหตุ ทั้งคู่เป็นผัวเมียกัน สอบสวนยอมรับสารภาพว่า ร่วมกันก่อเหตุชิงทรัพย์ผู้ตายจริง แต่ไม่ทราบว่าเหยื่อจะเสียชีวิต คิดว่าสลบไปเท่านั้น เบื้องต้นแจ้งข้อหาร่วมกันชิงทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิดเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย,ฆ่าผู้อื่น นำตัวดำเนินคดี

ขอบคุณข้อมูลและ ภาพ จาก เดลินิวส์ออนไลน์

เตรียมอ่วม! จ่อรีดภาษีดีเซลอีก 2 บาท

เล็งรีดภาษีดีเซล 2 บาท ช่วงน้ำมันปรับตัวลง ยืนยันคุมอยู่ไม่เกิน 30 บาท ยังไม่สรุปหวั่นกระทบจิตวิทยาประชาชน 

แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ในการประชุมจัดทำกรอบงบประมาณปี 2559 ที่มี ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เป็นประธาน เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กระทรวงการคลังได้จัดทำกรอบเป้าหมายจัดเก็บรายได้มาเสนอทั้งนี้เพื่อรองรับภาระงบประมาณที่เพิ่มขึ้น

เล็งเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้นอีก 2 บาทต่อลิตร

และควบคุมการตั้งงบประมาณขาดดุลให้ไม่เกิน 20% ของงบประมาณฯ หรือ 500,000 ล้านบาทตามระเบียบวิธีการงบประมาณกระทรวงการคลังได้นำเสนอทางเลือกให้กับรองนายกรัฐมนตรีพิจารณา

โดยเพิ่มการจัดเก็บรายได้จากภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้นโดยใช้โอกาสที่ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงในการเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้นอีก 2 บาทต่อลิตร จากที่ปัจจุบันเก็บเข้ากองทุนน้ำมันอยู่ที่ 3.25 บาทต่อลิตร รวมเป็น 5.25 บาทต่อลิตร

ทั้งนี้การเก็บภาษีสรรพสามิตดีเซลเพิ่มขึ้นในอัตราดังกล่าวจะไม่ทำให้ราคาน้ำมันดีเซลกระทบกับประชาชนมากนักเนื่องจากปัจจุบันราคาน้ำมันปรับตัวลดลงและราคาขายปลีกดีเซลอยู่ที่ระดับใกล้เคียงกับ 26 บาทต่อลิตรเท่านั้น

ซึ่งได้มีการคุยกันในเรื่องนี้เพราะรองนายกฯ ก็ติงว่าเป้าหมายในการจัดเก็บรายได้ต่ำ ซึ่งภาษีสรรพสามิตดีเซลหากเก็บเพิ่มก็เป็นการเพิ่มรายได้ให้กับภาครัฐ

เพราะเดิมตอนที่เคยเก็บเต็มเพดานก็ได้รายได้เข้ารัฐสูงถึงเดือนละ 9,000 ล้านบาทเศษ หรือปีละกว่า 1 แสนล้านบาท ซึ่งราคาน้ำมันในระดับนี้ถือว่าทำได้ เพราะการเก็บเพิ่มไม่ทำให้ราคาเกิน 30 บาทต่อลิตร

แต่ก็ยังไม่ได้ข้อสรุปเพราะที่ประชุมก็เห็นว่าหากมีการเก็บภาษีส่วนนี้เพิ่มอาจจะกระทบจิตวิทยาในการใช้จ่ายของประชาชนและสวนทางกับที่นายกรัฐมนตรีสั่งการใช้ลดราคาน้ำมันให้สอดคล้องกับในตลาดโลก

รวมทั้งขณะนี้การเก็บเงินจากดีเซลเป็นการเก็บเข้ากองทุนน้ำมันฯยังไม่ได้ส่งรายได้ในรูปแบบสรรพสามิตดีเซล ซึ่งเรื่องนี้รองนายกฯ ก็สั่งการให้กระทรวงการคลังไปทำรายละเอียดผลกระทบที่ชัดเจนก่อนมาเสนออีกครั้ง

MThai News

‘วรงค์’ซัด 4 อดีตรมต. จำนำข้าว ‘โกหกไร้สำนึก’

นพ.วรงค์ โพสต์เฟซบุ๊ก จับโกหก 4 อดีต รมต.โครงการรับจำนำข้าว อัดคลิปชี้แจง สงสัย 35 คำถาม สนช. ชี้ เลิกบิดเบือนข้อเท็จจริง แนะ สนช.จัดการเด็ดขาดกับพวกไร้สำนึก 

จากกรณีที่ 4 อดีตรัฐมนตรีโครงการรับจำนำข้าว บันทึกคลิปยูทูบตอบคำถาม 35 คำถามของ สนช. เกี่ยวกับประเด็นที่ สนช. ซักถามและไม่มีโอกาสได้ตอบในสภา ทั้งที่ต้องการมาตอบคำถามแทน “น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

นพ.วรงค์ เดชกิจกรรม อดีต ส.ส.ประชาธิปัตย์ จึงโพสต์ข้อความผ่าน เฟซบุ๊ก Warong Dechgitvigrom สวนตอบข้อสงสัย พร้อมจับโกหกคำตอบ 4 อดีตรัฐมนตรีทันที หลังชมคลิปและอ่านข่าวหัวข้อ “อดีต รมต.พรรคเพื่อไทยตอบ 35 คำถามที่ สนช. ถามโดยไม่เอาคำตอบ” ในสื่อออนไลน์ฉบับหนึ่ง

"วรงค์"โพสต์จับโกหกคลิป 4 รมต.จำนำข้าว

“วรงค์”โพสต์จับโกหกคลิป 4 รมต.จำนำข้าว

โดยระบุข้อความว่า

จากข้อมูลที่อ่าน ทั้งคำถามและคำตอบ มีความรู้สึกแปลก ๆ ทั้งในคำถามและคำตอบ เพราะบางคำถามเป็นคำถามที่ท่าน สนช. ไม่น่าถาม และบางคำถามเหมือนกับท่าน สนช. ชงให้แบบฮั้วกัน บางคำถามรู้สึกว่าท่าน สนช. ติดลบ แต่ก็ปรากฏเป็นคำถาม ผมจึงไปค้นคำถามของท่าน สนช. 35 คำถามมาเทียบดู จึงได้ข้อสังเกตหลายประเด็นดังนี้

ประการแรก การตอบคำถามมีเพียง 30 คำถาม ไม่ใช่ 35 คำถามที่จั่วหัวไว้ คำถามที่แหลมคมไม่ถูกนำมาตอบ เช่น

“กรณีคุณกิตติรัตน์เคยแถลงความเสียหายมากกว่า 60000 ล้านบาท (ข้อ 14)”

“กรณีผู้มาซื้อข้าวคือผู้ช่วยส.ส.พรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นภรรยาของนักการเมืองพรรคเพื่อไทย (ข้อ 22)”

และที่สำคัญคำถามเกี่ยวกับการทุจริตจำนวนหลายข้อ ไม่ถูกนำมาตอบ

ประการที่สอง การตั้งคำถามเป็นการตั้งชงขึ้นมาเอง ตามที่ตนเองต้องการตอบ ส่วนใหญ่จะอยู่ในชุดที่คุณนิวัฒน์ธำรงตอบ เช่นคำถาม “ชื่อโครงการมีที่มาที่ไปอย่างไรและทำไมพรรคเพื่อไทยถึงเลือกโครงการรับจำนำข้าวมาหาเสียงและปฏิบัติ” และอีกหลาย ๆ คำถาม จากการตรวจสอบ 35 คำถามที่ท่าน สนช. ถาม ไม่มีคำถามเหล่านี้

ประการที่สาม มีการตั้งคำถามบิดเบือน เพื่อให้เกิดความเข้าใจผิดต่อท่าน สนช. ว่าตั้งคำถามนี้มาได้อย่างไร เช่น คำถาม “โครงการรับจำนำข้าวแต่ละปีรัฐบาลต้องเอาข้าวไปทิ้งทะเล ท่านทราบถึงความสูญเปล่าและสูญเสียที่เกิดขึ้นข้างต้นหรือไม่” ซึ่งในข้อเท็จจริงเราไม่เคยได้ยินเรื่องการนำข้าวไปทิ้งทะเล แต่มีการตั้งเป็นคำถาม

ประการสุดท้าย ลักษณะการตอบเป็นการตอบไม่ตรงประเด็น ตอบแบบอยากจะตอบแต่ไม่สนใจคำถาม โดยเฉพาะการตอบของนายยรรยง เป็นการถามช้างตอบม้า ไปไหนมาสามวาสองศอก ที่สำคัญการตอบคำถามเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง เช่นกรณีการตอบว่า “จีทูจีไม่พบการกระทำผิดทุจริตใด ๆ” หรือ”การกล่าวว่าการยกเลิกโครงการต้องไปขออนุมัติรัฐสภาในการยกเลิก” รวมทั้ง “การรับจำนำไม่ได้ทำลายกลไกตลาด” เหล่านี้เป็นต้น

สิ่งเหล่านี้เป็นการสะท้อนแนวทางถนัดของคนจากพรรคเพื่อไทย ที่โกหกและบิดเบือนข้อเท็จจริงจนวาระสุดท้าย แม้จะมีตำแหน่งถึงอดีตรัฐมนตรี เอาจุดอ่อนของคนไทยที่อ่านไม่ละเอียดมาหาประโยชน์ และยิ่งเป็นการสะท้อนถึง”การไม่สำนึกผิด”ของคนเหล่านี้

สิ่งที่ท่านสนช.ต้องทำคือการไปตรวจสอบคำถามและคำตอบที่ทางอดีตรัฐมนตรีเผยแพร่ ท่านจะได้รับรู้ด้วยตัวท่านเองถึงการบิดเบือนต่างๆ และบางคำถามถึงขนาดทำให้เสียเกียรติภูมิของท่านสนช. ท่านสนช.ยังคิดจะปรองดองกับคนที่บิดเบือนและไม่สำนึกอีกหรือ

ขอขอบคุณ เฟซบุ๊ก Warong Dechgitvigrom

MThai News