เตือนภัย! ระวังอย่าทิ้งกระป๋องสเปรย์ในรถ อาจระเบิดได้

สาวอุตรดิตถ์ เตือนภัย! แนะอย่าทิ้งกระป๋องสเปรย์ในรถหากจะจอดตากแดด  เพราะจะทำให้เกิดระเบิดจนสร้างความเสียหายได้

รายงานข่าวแจ้งว่า วานนี้ (28 ม.ค. 58) ที่ จ.อุตรดิตถ์ น.ส.วิชุตา เผามนิล อายุ 36 ปี ชาวบ้านในต.คอรุม อ.พิชัย ได้ออกมาเตือนภัยให้ผู้ใช้รถระวังอย่าทิ้งกระป๋องสเปรย์ทุกชนิดไว้ในรถ เพราะมันอาจเกิดระเบิดจนทำให้เกิดความเสียหายได้

กระป่องสเปรย์, รถระเบิด, ระเบิด,

รถระเบิด กระป่องสเปรย์

โดยน.ส.วิชุตา เผยว่าเมื่อวันที่ 25 มกราคมที่ผ่านมา ระหว่างที่ตนจอดรถไว้เพื่อไปทำบุญที่วัดแห่งหนึ่งในจ.กำแพงเพชร จู่ๆ ได้เกิดเสียงระเบิดขึ้นที่รถของตน จึงออกไปดูพบว่ากระจกหลังรถยนต์ของตัวเองแตกกระจาย ฝาถังน้ำมันเปิดออก ครั้งแรกคิดว่ามีคนขว้างกระจกรถ แต่พอตรวจสอบอย่างละเอียดก็พบว่ากระป๋องสเปรย์ที่ตนวางไว้ในรถมีสภาพฉีกขาดเสียหายกระเด็นไปไกลกว่า 100 เมตร จึงทำให้เชื่อได้ว่าสาเหตุของการระเบิดในครั้งนี้มาจากกระป๋องสเปรย์ถุกความร้อนจากแสงแดดจนทำให้เกิดระเบิดขึ้น

ดังนั้นตนจึงได้ออกมาเตือนให้เหตุการณ์นี้เป็นอุทธาหรณ์ระวังว่าอย่าทิ้งกระป๋อง, ขวดน้ำอัดลม หรือแบตเตอร์รี่ใดๆ ไว้ในรถยนต์ เพราะอาจทำให้เกิดเหตุดังกล่าวขึ้นซ้ำอีก ทั้งนี้นับว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโชคดีมากที่ไม่มีผู้คนเดินผ่านไปมาบริเวณนั้น ไม่อย่างนั้นอาจทำให้มีผู้บาดเจ็บ และเสียชีวิตได้

ภาพจาก :ข่าวสด

MThai news

‘บิ๊กโด่ง’ ไม้ต่อบูรพาพยัคฆ์ ใครผู้สืบทอดอำนาจ?

คลีนชีท! ‘บิ๊กโด่ง’ ไม้ต่อบูรพาพยัคฆ์  ใครล่ะ? ผู้สืบทอดอำนาจคนต่อไป!

30-4

เพิ่งผ่านพ้นไปกับอีกหนึ่งวันที่มีความสำคัญเป็นอย่างมากของแต่ละเหล่าทัพใน “วันกองทัพไทย”หรือ “วันยุทธหัตถี”ซึ่งตรงกับวันที่ 18 มกราคมของทุกปี…

โดยปีนี้ (2558) พล.อ.วรพงษ์ สง่าเนตร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้เป็นประธานพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล พิธีถวายราชสักการะพระบรมรูปรัชกาลที่ 5 พร้อมทั้งบวงสรวงพระบรมรูปมหากษัตริย์ที่ทรงเป็นมหาราช 9 พระองค์ ตลอดจนวางพวงมาลาสักการะดวงวิญญาณนักรบไทย และทหารใหม่ยังทำพิธีสาบานธงและเดินสวนสนามเพื่อแสดงความเป็นทหารอย่างสมบูรณ์อีกด้วย

โดยมี พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ผู้บัญชาการทหารบก พล.ร.อ.ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ พล.อ.อ.ตรีทศ สนแจ้ง ผู้บัญชาการทหารอากาศ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยนายทหารชั้นผู้ใหญ่ เข้าร่วมพิธี

จะว่าไป…พิธีอันทรงคุณค่าและศักดิ์สิทธินี้ถือเป็น “ธรรมเนียมปฏิบัติ”ของกองทัพไทย…ซึ่งทุกหมู่เหล่าจะร่วมแรงร่วมใจกันจัดงานเพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช องค์วีรมหากษัตริย์ไทยและบูรพกษัตริย์ทุกพระองค์

ตลอดจนเหล่าบรรพชนของไทยที่ได้สร้างวีรกรรมอันกล้าหาญ สละเลือดเนื้อและชีวิตเพื่อปกป้องผืนแผ่นดินไทยไว้เป็นมรดกตกทอดมาจนถึงทุกวันนี้

แต่บุคคลในกองทัพไทยที่น่าจับตามากที่สุดในช่วงที่สถานการณ์การเมืองยังคง “คาบลูกคาบดอก”อย่างเช่นเวลานี้ จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ผู้บัญชาการทหารบก หรือ “บิ๊กโด่ง” ซึ่งมีเส้นทางเติบโตมาจากสาย “บูรพาพยัคฆ์”

หรือกล่าวได้ว่า “บิ๊กโด่ง”คือผู้รับไม้ต่อขั้วอำนาจสำคัญทางฝ่ายทหารที่อยู่ในตำแหน่งสำคัญอย่าง “ผู้บัญชาการทหารบก” คนปัจจุบัน

โดยเฉพาะอีก 9 เดือนกว่าๆ กองทัพบกก็จะมีการเปลี่ยนแปลง “ผู้นำคนใหม่” อันเนื่องจากพล.อ.อุดมเดช สีตบุตร จะเกษียณเดือนกันยายนปีนี้

พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร

พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร

ในสถานการณ์พิเศษเช่นนี้จึงเป็นที่จับตาว่าใครคือผู้บัญชาการทหารบกคนต่อไป??

แน่นอนว่า…ในฐานะผู้บัญชาการทหารบก “บิ๊กโด่ง” ย่อมมีอำนาจเต็มตัวในการเสนอคนที่จะเป็นทายาท แม้จะต้องมีการผ่านการพิจารณาหลายขั้นตอน ทั้งนายกรัฐมนตรีตลอดจนคณะกรรมการ 7 คนที่มีอำนาจพิจารณาแต่งตั้งนายทหารระดับนายพลตาม พ.ร.บ.การบริหาราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ.2551

ทว่าปกติแล้วนายกรัฐมนตรีหรือฝ่ายการเมืองจะไม่แทรกแซง ให้เกียรติและความไว้วางใจผู้บัญชาการทหารบกแล้วแต่จะเสนอใคร โดยเฉพาะอย่างยิ่งนายกรัฐมนตรีที่เป็นทหารอย่าง “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ย่อมเข้าใจความรู้สึกทหารด้วยกันดีว่า…

มันเจ็บปวดขนาดไหนเมื่อฝ่ายการเมืองแทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหาร!!

ว่ากันว่า…ความสัมพันธ์ระหว่าง “บิ๊กตู่” กับ ”บิ๊กโด่ง” ยังมีความแนบแน่น และสนิทสนมเหมือนคนในครอบครัวเดียวกัน…ยิ่งมาจากบูรพาพยัคฆ์ด้วยกันแล้วความเป็นพี่เป็นน้องยิ่งมีมาก

เพราะฉะนั้น เชื่อว่าจะไม่เกิดการ“หักดิบ” กันแน่นอนในการโยกย้ายทหารที่จะมีขึ้น!!

ไม่ว่าจะเป็นการโยกย้ายกลางปีเดือนเมษายน และปลายปีในเดือนกันยายนนี้ก็ตาม

ตลอด 3 เดือนที่ผ่านมานับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งต่อจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อวันที่ 1 ต.ค.ปีที่แล้วถือว่า “บิ๊กโด่ง”สอบผ่าน

เพราะท่านทำหน้าที่ได้อย่างดี ไม่มีขาดตกบกพร่อง กองทัพค่อนข้างเป็นเอกภาพ อาจจะมีแรงกระเพื่อมเกิดขึ้นให้เห็นอยู่บ้าง

เช่น ข่าวรัฐประหารซ้อนรวมถึงการปล่อยข่าว 3 นายพลลาออก ซึ่งไม่ว่าคนปล่อยข่าวจะหวังผลอะไร แต่ก็ต้องยอมรับว่าข่าวนี้ไม่เป็นผลดีต่อบรรยากาศการเมืองการทหารในช่วงนี้แน่นอน แม้จะเป็นแค่ข่าวลือก็ตาม

แต่นั่นมิใช่ปัญหา เพราะบารมีของ ผู้บัญชาการทหารบกยังคงดึงเอสหัวจิตหัวใจใของนายทหารทั้งหลายให้หันมาพุ่งเป้าเป็นหนึ่งเดียวเพื่อสานต่อทำหน้าที่และทำประโยชน์เพื่อประเทศชาติบ้านเมือง

30-2

หากนายทหารคนใดที่คลุกคลีเคยทำงานกับ “บิ๊กโด่ง”จะเห็นว่าท่านจะเปิดโอกาสให้ “ผู้ใต้บังคับบัญชา” ซึ่งมีชั้นยศต่ำกว่า…สามารถที่จะเสนอ “ไอเดีย”หรือ “ความคิดเห็น”ในสิ่งที่ควรทำ…หรือเป็นเรื่องที่ต้องมีคำสั่งอย่างเร่งด่วน

เพราะท่านเชื่อว่า…บุคคลเหล่านั้นเป็นคนมีความสามารถ และพวกเขายังเป็นคนที่ทำงานในพื้นที่ซึ่งสามารถมองเห็นภาพความเป็นจริงที่เกิดขึ้นได้ดียิ่งกว่า…ยกตัวอย่างจากการแก้ไขสถานการณ์รุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่ง “บิ๊กโด่ง” เน้นย้ำเรื่องการปรับข่าวมวลชนมาโดยตลอด

เพราะ“บิ๊กโด่ง” มีความเชื่อมั่นว่า…นั่นคือ “กุญแจสำคัญ” ที่จะทำให้เราสามารถแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนใต้ได้อย่างยั่งยืน…โดยอนาคตวันหนึ่งข้างหน้าทุกฝ่ายอาจไม่จำเป็นต้องใช้ความรุนแรงเสียเลือดเนื้อเพื่อแก้ปัญหาก็เป็นได้

พล.อ.อุดมเดช สีตบุตรเกิดเมื่อวันที่ 15 ส.ค.2498 เป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 14 เพื่อนรุ่นเดียวกัน อาทิ พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผู้ช่วย ผบ.ทบ. พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ หัวหน้าคณะนายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา พล.อ.สุรวัช บุตรวงษ์ผอ.ช่อง 5 และที่ปรึกษาพิเศษกองทัพบก พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็กอดีตปลัดกลาโหม และ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร อดีตเลขาธิการ สมช.

เมื่อมองจากบุคลิกส่วนตัวย่อมแตกต่างจาก “บิ๊กตู่”ค่อนข้างมากที่โผงผาง ดุดัน เก็บอารมณ์ไม่ค่อยอยู่ แต่สำหรับ “บิ๊กโด่ง” มีความสุขุมลุ่มลึกแต่เข้มแข็ง มีไมตรีสุภาพ และทำงานได้ทั้งบู้และบุ๋นครบเครื่อง

แต่สิ่งที่ทั้งสองเหมือนกัน คือ เทิดทูนสถาบันเป็นเรื่องที่ต้องปกป้องเหนือชีวิต

ที่สำคัญ “บิ๊กโด่ง” ยังเป็นทหารอาชีพและเป็นข้าราชการที่สนองนโยบายรัฐบาล ไม่ว่านายกรัฐมนตรีจะเป็นใคร มาจากการเลือกตั้งหรือ ไม่ก็ตาม

ในสมัยรัฐบาลที่แล้ว เวลาที่ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีเดินทางไปตรวจเยี่ยมประชาชนก็มักจะเห็น “บิ๊กโด่ง” ยืนอยู่ใกล้ๆ เสมอ ถึงกับทำให้ถูกมองเป็น “ทหารแตงโม” แต่นั่นเพียงเพราะท่านปฏิบัติซื่อตรงต่อการทำหน้าที่

30-5

ไม่มีความรู้สึก“หวั่นไหว” หรืออิงแอบการเมืองฝ่ายใด นอกจากการระลึกถึงการทำหน้าที่ของตนเพื่อเป็นแบบอย่างแก่ทหารทุกนายให้ดี่ที่สุด

ท่านจึงไม่เหมือนกับข้าราชการบางคนที่เวลาเปลี่ยนแปลงทางการเมืองก็จะโจมตีทับถมฝ่ายที่สูญเสียอำนาจหเพื่อเอาใจ “ขั้วอำนาจใหม่” ทั้งที่เมื่อก่อนก็เดินตามต้อยๆ นักการเมือง

แต่สำหรับ “บิ๊กโด่ง” แล้วท่านยึดมั่นในอุดมกาณ์…ด้วยการทำงานเป็นรั้วของชาติ เพื่อปกป้องประเทศชาติบ้านเมือง

ท่านจึงได้รับความไว้วางใจให้เดินอยู่บนเส้นทางการรับราชการคุมกำลังมาตลอด ตั้งแต่เป็นผู้การกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ (ร.21 รอ.) ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 9 แม่ทัพภาคที่ 1 เสนาธิการทหารบก รองผู้บัญชาการทหารบกจนกระทั่งขึ้นเป็นผู้บัญชาการทหารบก

เป็นทหารบูรพาพยัคฆ์อีกคนที่รับไม้ต่อจากรุ่นพี่มาเป็นทอดๆ แล้วต่อจากนี้ใครล่ะจะมาสืบทอดขั้วอำนาจสำคัญทางฝ่ายทหารที่อยู่ในตำแหน่งสำคัญอย่าง “ผู้บัญชาการทหารบก”  ต่อจาก “บิ๊กโด่ง”

มันเป็นเรื่องน่าสนใจไม่น้อยว่าคนๆ นั้นจะมีคุณสมบัติอย่างไร และครบถ้วนตามแบบฉบับ“บูรพาพยัคฆ์” อย่างที่ท่านเป็นอยู่หรือไม่…??

น่าสนใจกับอนาคตเบื้องหน้า…แม้จะเป็นอนาคตที่เห็นภาพตั้งแต่ปัจจุบันก็ตามที!!

ข้อมูลจาก นสพ.บางกอกทูเดย์

MThai News

ด่วน! วอนหยุดแชร์ รูปผู้ต้องสงสัยขืนใจยาย ยันไม่ใช่คนร้าย

โฆษก สตช. วอน ประชาชน หยุดแชร์ รูปผู้ต้องสงสัย ขืนใจยาย ยัน ไม่ใช่คนร้ายแน่

พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า กรณีที่โลกโซเชียลมีเดียมีการแชร์ภาพของผู้ต้องสงสัยที่มีหน้าตาคล้ายคลึงกับภาพสเกตช์ของผู้ต้องหาที่ก่อเหตุฆ่า-ข่มขืนหญิงชราต่อเนื่อง รวม 10 คดี

ล่าสุด ขอยืนยันว่า ชายในภาพดังกล่าวนั้น มิใช่คนร้ายอย่างแน่นอน เนื่องด้วยผลการตรวจ DNA ไม่ตรงกัน ทั้งนี้ จึงขอวอนให้ประชาชนทุกท่าน กรุณาหยุดแชร์ เพราะนอกจากจะเป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้องแล้ว ยังสร้างความเสื่อมเสียให้กับบุคคลในภาพด้วย

cbf711e9dac648f42d6f00df4888f23b

ขอบคุณภาพจาก จส.100

MThai News