ระทึก! สาวลาวเจ็บท้อง คลอดลูกชาย บนรถทัวร์

สาวลาวเจ็บท้องคลอดบนรถทัวร์ นักสังคมสงเคราะห์ ต่อสายตรงถึงแพทย์ ช่วยทำคลอดบนรถ ปลอดภัยทั้งแม่และลูก

ผู้สื่อข่าว สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น.ประจำจังหวัดนครพนม ได้รับแจ้ง เมื่อเวลาประมาณ 05.40 น.วันนี้ (23 ก.พ.) เกิดสาวท้องแก่คลอดลูกบนรถทัวร์ VIP 999 สายกรุงเทพฯ-นครพนม เลขข้างรถ ม.4 (ก)/26 -1123 ทะเบียน 15-5818 กรุงเทพมหานคร ขณะรถวิ่งผ่านผาเสวยกลางภูพาน มุ่งหน้าจังหวัดสกลนคร

ระทึก! สาวลาวเจ็บท้องคลอดลูกบนรถทัวร์

ระทึก! สาวลาวเจ็บท้องคลอดลูกบนรถทัวร์

นายประสิทธิ์ ธงทอง คนขับรถ กล่าวว่า ตนขับรถออกจากกรุงเทพฯ เมื่อเวลาประมาณ 20.30 น. พร้อมผู้โดยสาร 7 คน เป็นหญิง 2 คน ขณะขับรถขึ้นผ่านผาเสวย หญิงได้เจ็บท้องและคลอดในเวลาต่อมา ขณะนั้น น.ส.กีรติยา อุ่นเจริญ ทำงานที่โรงพยาบาลจิตเวชราชนครินทร์นครพนม ตำแหน่งนักสังคมสงเคราะห์ เป็นผู้โดยสารที่นั่งเบาะข้าง และพนักงานประจำรถ ได้ช่วยกันทำคลอด โดยโทรศัพท์สอบถามวิธีทำคลอดจากเพื่อนที่เป็นหมอ จนเด็กคลอดออกมาอย่างปลอดภัยและติดต่อ ร.พ.พระอาจารย์แบน ฐานังกะโร ที่อยู่ใกล้เคียงมารับตัวไป

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปยังโรงพยาบาล ทราบว่า หญิงที่คลอดลูกบนรถชื่อ นางเสริฐ มาลากุล อายุ 30 ปี สัญชาติลาว กำลังจะเดินทางกลับบ้านไปคลอดลูกที่แขวงคำม่วน สปป.ลาว นั่งรถโดยสารจากกรุงเทพฯ จะไปลงที่จังหวัดนครพนม โดยทารกเป็นเพศชาย น้ำหนัก 2,300 กรัม สมบูรณ์แข็งแรงทั้งแม่และลูก

MThai News

ชาวจีนเม้งแตก! ด่าหมอพรทิพย์ หน้าเหมือนผี

ดราม่าไม่จบ! ชาวเน็ตจีน สวดยับ หมอพรทิพย์ แต่งซูสีไทเฮา

จากกรณีที่แฟนเพจเฟซบุ๊คนิตยสาร VOLUME ได้เผยแพร่ภาพ แพทย์หญิงคุณหญิง พรทิพย์ โรจนสุนันท์ ถ่ายแบบลงนิตยสารโดยมีเครื่องแต่งกายเป็น พระนางซูสีไทเฮา หรือ สมเด็จพระจักรพรรดินีซูสี พระพันปี แห่งราชวงศ์จีน โดยภาพดังกล่าวจะถูกตีพิมพ์ในนิตยสารฉบับ200ภาพประทับใจ กลายเป็นที่พูดถึงบนโลกออนไลน์ในประเทศไทย

10994785_773695489382569_1434913211_n

ล่าสุดเฟซบุ๊คของนายสงวน คุ้มรุ่งโรจน์ นักข่าวอาวุโสและ ผู้เชี่ยวชาญภาษาจีน ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ค Sa-nguan Khumrungrojระบุว่า เรื่องราวของหมอพรทิพย์ผแต่งกายเลียนแบบ”ชูสีไทเฮา”(ฉือซีท่ายโฮ่ว)ขึ้นปกนิตยสารVOLUME
วันนี้ถูกตีแผ่ลงในเวยโป๋ สื่อสังคมออนไลน์ที่มีสมาชิกมากที่สุดของประเทศจีน โดยชาวจีนบนโลกออนไลน์ส่วนใหญ่วิจารณ์ข่าวนี้ในทางลบ มีผู้คอมเมนท์เธอ”หน้ายังกะผี”(กึนกุ่ยอีย่าง) รวมถึงระบุว่าพระนางซูสีไทเฮาเป็นบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์จีน ไม่ควรนำมาหมิ่นประมาทย่ำยี

MThai News

ย้อนคดีโหด! ศักดิ์ ปากรอ ฆ่ายกครัว พ้นโทษประหาร โดนสังหารนอกคุก

จากกรณีข่าวคนร้ายสังหารนายเนติราษฎร์ นพวงศ์ หรือ ศักดิ์ ปากรอ อดีตมือฆ่ายกครัวเมื่อปี 2540 วันนี้ MThaiขอพาทุกท่านไปย้อนไปอ่านคดีนี้อีกครั้ง

หากย้อนกลับไปเมื่อปี2540 คดีที่สะเทือนขวัญคนไทยมากที่สุดคือ ศักดิ์ ปากรอ กับคดีฆ่าแขวนคอ5ศพ ครอบครัวบุญทวี ที่จังหวัดสงขลา เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเพื่อนร่วมงานของ นายประภาส บุญทวี หัวหน้าสถานีอนามัยบ้านระวะ ได้ไปตามนายประภาสที่บ้านแต่กลับไม่มีคนมาเปิดประตู เพื่อนนายประภาสเห็นผิดสังเกตจึงเข้าไปดูในตัวบ้านพบภาพน่าสยดสยองเป็นศพของครอบครัวบุญทวีถูกแขวนคอกับราวบันได

ภาพคดีศักดิ์ ปากรอ ฆ่ายกครัว จากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์

ภาพคดีศักดิ์ ปากรอ ฆ่ายกครัว จากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์

โดยพบศพ นายประภาส บุญทวีและลูกชาย 3 คนของเขา ประกอบด้วย ด.ช.กัมปนาท,ด.ช.ชัชวาลย์,ด.ช.ปรนนท์ ส่วนศพของ นางเจียมจิต บุญทวี ภรรยาของประภาส ถูกมัดมือมัดเท้าทุบศีรษะและใบหน้าด้วยของแข็งตายอนาถอยู่บนเตียงนอน

ข่าวปรากฎไปทั่วทุกสื่อเป็นที่สะเทือนขวัญเป็นอย่างมากจนกรมตำรวจไล่เช็คประเด็นความขัดแย้งของครอบครัวบุญทวี แต่ก็ไม่พบปมแค้นใดๆที่นำมาสู่การฆ่ายกครัวในครั้งนี้ ทีมสืบสวนลงพื้นที่สถานที่เกิดเหตุพบ ลุงอ่ำ อายุ 70 ปี เพื่อนบ้านครอบครัวบุญทวีที่กลายเป็นพยานสำคัญที่เล่าว่า ตนได้เห็นคนร้ายจับเด็กในบ้านแขวนคอ คนร้ายเป็นวัยรุ่น2 คนที่ไม่ใช่คนแถวนี้และไม่เคยเห็นมาก่อน

ตำรวจพุ่งเป้าการฆ่ายกครัวไปเป็นการฆ่าเพื่อชิงทรัพย์สิน เนื่องจากพบว่าข้าวของในบ้านถูกรื้อกระจุยกระจาย จึงพบว่าพระเครื่องหลายร้อยองค์ที่นายประภาสร่วมจัดสร้างกับเจ้าอาวาสวัดป่าขาด ใน อ.สทิงพระ หายไปทั้งหมด ในขณะเดียวกันตำรวจเมืองยะลาได้แจ้งมาว่ามีวัยรุ่น 2 คน เอาพระเครื่องรุ่นดังกล่าวไปให้ ผู้ใหญ่บ้านที่ อ.ธารโต จ.ยะลา

จากการสอบถามพบว่าคนที่เอาพระมาให้ผู้ใหญ่บ้าน ชื่อ เรืองศักดิ์ ทองกุล หรือ ศักดิ์ ปากรอ การตามล่า  จึงเริ่มต้นขึ้น โดยทางญาติของศักดิ์เผยว่า ศักดิ์ ได้หนีไปกบดานกับญาติที่กาญจนบุรีแล้ว เจ้าหน้าที่จึงตามไปจับกุม จนกระทั่งวันที่ 21 พฤษภาคม 2540 มีคนเห็นศักดิ์ ปากรอ กำลังยืนอ่านหนังสือพิมพ์ข่าวของตัวเองอยู่และแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าล็อคตัวคาหน้าแแผงหนังสือ

จากการสอบสวน ศักดิ์ ปากรอ ปิดปากเงียบ จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ต้องใช้หลักจิตวิทยา ทำเป็นชื่นชมว่า ศักดิ์ ปากรอใจกล้ามากๆ ทำให้มันยอมเปิดปากว่าเขาเป็นคนฆ่ายกครัวจริงๆ โดยร่วมมือกับเพื่อนอีกคนหนึ่ง คอยดูต้นทางซึ่งสาเหตุคือจะไปปล้นเงิน เนื่องจากได้ยินมาว่านายประภาสขายวัวชนได้1ล้านบ้าน เมื่อเข้าไปในบ้านที่เกิดเหตุเห็นเด็ก3คนกลับมาบ้านจึงได้จับมัดมือมัดเท้า ต่อมาภรรยาประภาสกลับมาถึง ก็จับมัดมือมัดเท้าไว้ที่เตียงนอนในห้อง ตอนนั้นยังไม่ได้ลงมือฆ่าใคร

เมื่อหมอประภาสเข้ามาในบ้านก็จับล็อคตัว มัดมือมัดเท้าแล้วถามหาเงินแต่หมอประภาส ปฏิเสธว่าไม่มีเงิน จึงจับหัวเมียหมอประภาส โขกกับเตียงจนเสียชีวิต แต่นายประภาสไม่ยอมบอกที่ซ่อนเงิน ศักดิ์ ปากรอจึงใช้เชือกแขวนคอลูกชายทั้งสามผูกกับบันไดแล้วถีบให้ตกลง สุดท้ายก็จับนายประภาสแขวนคอตายศพเรียงกันเป็นภาพที่สยดสยอง เมื่อเจ้าหน้าที่ถามว่า ฆ่าคนตายแบบนี้ไม่รู้สึกอะไรบ้างหรือ

ศักดิ์ ปากรอ กลับตอบว่า ” ไม่นี่ ไม่เห็นเป็นไร คนจะตายมันก็ต้องตาย ” จากการสอบสวนพบว่า ศักดิ์ ปากรอมีปัญหาเก็บกด เคยจับวัวแขวนคอและมีปัญหากับครอบครัวในช่วงวัยเด็ก

คดีฆ่ายกครัวนี้ศาลตัดสินให้ประหารชีวิต ศักดิ์ ปากรอ แต่คำรับสารภาพเป็นประโยชน์จึงลดโทษให้เหลือเพียงจำคุกตลอดชีวิต วันเวลาผ่านไป ศักดิ์ ปากรอ ได้รับลดหลั่นโทษเรื่อยมาจนได้รับอภัยโทษในที่สุด รวมระยะเวลาในคุกเพียง 15 ปี ก่อนที่เขาจะมาจบชีวิตด้วยการถูกมือปืนสังหารตาย เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

MThai News

ขอบคุณภาพจาก เดลินิวส์