ตัวจริง! หนุ่มอังกฤษอาสา ร่วมปราบไอเอสในอิรัก

หนุ่มชาวอังกฤษ ผู้กล้าหาญ เดินทางไปยังตะวันออกกลางเพื่อร่วมกองกำลังติดอาวุธของกลุ่มต่อต้าน ‘ไอเอส’ ในอิรัก

เมื่อวันที่ 21 ก.พ. ที่ผ่านมา เว็บไซต์ข่าว ‘เมโทร’ ของอังกฤษ รายงานข่าว นายทิม ล็อค วัย 38 ปี อาชีพการ์ด ของไนท์คลับแห่งหนึ่ง และเจ้าของธุรกิจส่วนตัว ที่อาศัยอยู่ในเมือง สเตนส์เซอร์เรย์ ในอังกฤษ ที่ละทิ้งชีวิตอันแสนสะดวกสบายด้วยการขายบ้านหลังงาม และย้ายถิ่นฐานไปประจำการร่วมกับกลุ่มองค์กร คริสเตียนชื่อว่า Dwekh Nawsha ของจักรวรรดิอัสซีเรีย ในเมโสโปเตเมีย เพื่อร่วมต่อสู้ ปราบปรามกลุ่มรัฐอิสลาม หรือไอเอสในอิรัก

ไอเอส,กลุ่มไอเอส,อิรัก,ชายชาวอังกฤษ,ทหารอาษา

ทั้งนี้ ‘ทิม ล็อค’ ได้เสพเรื่องราวความโหดร้ายรุนแรงในตะวันออกกลาง ซึ่งมีต้นตอมากจากกลุ่มนักรบญิฮาด จึงเริ่มมีความคิดสุดท้าทายด้วยการทิ้งชีวิตที่ดีพร้อมทุกอย่าง รวมไปถึงครอบครัวของเขา เดินทางไปยังตะวันออกกลาง เพื่อทำในสิ่งที่ยิ่งใหญ่ ด้วยช่วยเหลือผู้ประสบภัยสงครามในพื้นที่สีแดง

ในขั้นแรกเขาเพียงแต่ต้องการเข้าไปยังพื้นที่ดังกล่าว ในฐานะอาสาสมัครเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยสงคราม แต่ในตอนหลังเขากลับถือปืนและร่วมรบกับนักรบอาสาสมัครของกลุ่ม Dwekh Nawshaรายอื่นๆ ที่มาเพื่อจุดมุ่งหมายเดียวกัน พวกเขาอยู่ร่วมกันเสมือนครอบครัวในจังหวัดนีนะเวห์ ของอิรัก

อย่างไรก็ตามเขายังไม่มั่นใจว่าจะเดินทางกลับไปยังอังกฤษหรือไม่ โดยเขาให้เหตุผลว่า จะต้องแน่ใจก่อน ว่ากลุ่มไอเอสและเครือข่ายจะหมดไปจากโลกนี้ แต่แน่นอนว่าเขาอาจต้องตอบคำถามมากมาย จากกองกำลังความมั่นคงของสหราชอาณาจักรเมื่อกลับไปถึง

ไอเอส,กลุ่มไอเอส,อิรัก,ชายชาวอังกฤษ,ทหารอาสา

ทิม ล็อค และนักรบอาสาในอิรัก

MThai News
ที่มา METRO

รู้ตัวแกนนำ บึ้มนราธิวาส! พบเอี่ยวคดี หมวดแชน

รอง ผบ.ตร. ตรวจพื้นที่คาร์บอมบ์นราธิวาส เผยรู้ตัวแกนนำกลุ่มก่อเหตุแล้ว พบมีหมายจำติดตัวกว่า 20 หมาย ชี้เชื่อมโยงคดี “หมวดแชน” และคดีความมั่นคงหลายคดี  

วานนี้ (22 ก.พ.) พล.ต.อ. จักรทิพย์ ชัยจินดา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินทางลงพื้นที่จังหวัดนราธิวาส เพื่อติดตามความคืบหน้าทางคดี และตรวจสอบที่เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดคาร์บอมบ์สถานบันเทิงคาราโอเกะ เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 20 ก.พ.ที่ผ่านมา

พล.ต.อ. จักรทิพย์ ชัยจินดา

ตร.รู้ตัวแกนนำบึ้มนราธิวาส!พบเอี่ยวคดี ‘หมวดแชน’

จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดและกองวิทยาการ จ.นราธิวาส ไม่สามารถตรวจสอบพบตัวจุดชนวนระเบิดได้แต่อย่างใด

พล.ต.อ.จักรทิพย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ฝ่ายสืบสวนของตำรวจภูธร จ.นราธิวาสร่วมกับทางศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศชต.) ซึ่งมี พล.ต.ท.อนุรุต กฤษณะการะเกตุ ผบ.ศชต.และ พล.ต.ท.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ จเรตำรวจ และนายณัฐพงศ์ ศิริชนะ ผวจ.นราธิวาส ได้ลงมาทำงานด้วยตนเอง ซึ่งได้ทำการสืบสวนมาตั้งแต่วันแรกที่เกิดเหตุ ขณะนี้พอจะรู้ตัวคนร้ายแล้ว ซึ่งมาประมาณ 5-6 คน และรู้ตัวชัดๆแล้วประมาณ 2 คน คือ นายอับดุลเลาะห์ อูแล แกนนำปฏิบัติการที่เคลื่อนไหวในพื้นที่ อ.บาเจาะ และ อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส ซึ่งมีหมายจับคดีความมั่นคงกว่า 20 หมาย โดยคดีที่สำคัญ ได้แก่ วางระเบิด ร.ต.ต. แชน วรงคไพสิฐ รองหัวหน้าชุด EOD นราธิวาส เสียชีวิตพร้อมลูกน้องรวม 3 นาย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 28 ต.ค. 2556 ที่ผ่านมา โดยนายอับดุลเลาะห์เป็นเครือข่ายเดียวกันกับ นายมะรอโซ จันทรวดี แกนนำ RKK ที่ร่วมกันบุกถล่มฐานนาวิกโยธิน บ้านยือลอ อ.บาเจาะ เมื่อวันที่ 13 ก.พ. 2556

และอีกรายคือ นายมะซอเร ดือราแม โดยคนร้ายได้มีการวางแผนก่อเหตุเป็นอย่างดี ซึ่งกลุ่มนี้ก็เคยก่อเหตุปล้นรถนักเรียนที่จ.สงขลา แล้วนำรถมาเป็นพาหนะถล่ม อบต.มะกรูด อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี เหตุเกิดเมื่อวันที่ 11 ก.ย. 2557 ที่ผ่านมา และล่าสุดได้นำรถยนต์คันดังกล่าวประกอบเป็นคาร์บอมบ์มาก่อเหตุที่ จ.นราธิวาส

ทั้งนี้ เราจะไม่ใช้หมาย พรก.แต่จะใช้หมาย ป. วิอาญา ส่วนในการรวบรวมพยานหลักฐานจุดเชื่อมโยงต่างๆ ประมาณ 2-3 อาทิตย์คงออกหมายจับได้ ซึ่งขณะนี้ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกำลังสืบสวนสอบสวนถึงความเชื่อมโยงคดีที่นายอับดุลเลาะและพวกเคยก่อเหตุ เพื่อจับกุมตัวมาลงโทษตามกฎหมายต่อไป

พล.ต.อ. จักรทิพย์ ชัยจินดา

ตร.รู้ตัวแกนนำบึ้มนราธิวาส!พบเอี่ยวคดี ‘หมวดแชน’

ด้านพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนราธิวาส เปิดเผยว่า ในเบื้องต้นได้ทยอยเรียกพยานที่อยู่ในที่เกิดเหตุ รวมทั้งผู้ได้รับบาดเจ็บ มาสอบสวนปากคำแล้ว จำนวน 22 คน ซึ่งไม่มีประโยชน์ในแนวทางการสอบสวน เพื่อติดตามจับกุมคนร้ายมาลงโทษ เนื่องจากพยานส่วนใหญ่อยู่ในเหตุการณ์ก็จริง แต่ไม่มีใครสนใจในขณะที่คนร้ายขับรถยนต์คันประกอบระเบิดคาร์บอมบ์มาจอดในการก่อเหตุแต่อย่างใด เพราะแต่ละวันจุดเกิดเหตุเป็นย่านร้านคาราโอเกะ จึงมีบุคคลมากหน้าหลายตานำรถมาจอดอยู่ตลอดเวลา

นอกจากนี้ ในส่วนของเจ้าของร้านค้าคาราโอเกะต่างๆ ที่อาคารถูกระเบิดได้รับความเสียหาย ก็ได้พากันทยอยขนข้าวของออกจากร้าน เพื่อเตรียมความพร้อมที่จะให้ช่างเข้ามาซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพดั่งเดิม หลังจากที่ทางศูนย์เยียวยา จ.นราธิวาส ได้ทยอยจ่ายเงินชดเชยค่าเสียหายในเบื้องต้นตามความเป็นจริงประมาณคนละ 70 เปอร์เซ็นต์ไปก่อน โดยเหตุเกิด 2 วันที่ผ่านมา มีผู้ได้รับความเสียหายมาแจ้งความจำนงขอเงินชดเชย จำนวนทั้งสิ้น 84 คน ส่วนที่ยังหลงเหลือคาดว่าจะทยอยมาแจ้งความประสงค์ในเร็ววันนี้ โดยทางจังหวัดนราธิวาสได้ประเมินความเสียหายจากเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ประมาณ 15 ล้านบาท

แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ในส่วนของพนักงานการไฟฟ้าและโทรศัพท์ ก็ยังคงเข้าซ่อมแซมในส่วนที่เสียหายต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 ซึ่งแล้วเสร็จไปกว่าร้อยละ 70-80 เพื่อที่จะให้ประชาชนในชุมชนจุดเกิดเหตุ สามารถกลับมาใช้เครื่องสาธารณูปโภคได้ตามปกติ

ด้านผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุระเบิดที่เกิดขึ้น จำนวน 13 คน ยังคงนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ จำนวน 10 คน โดย 1 ในนั้น คือ ส.อ.กรกฎ กอทอง ยังคงนอนรักษาตัวอยู่ที่ห้องไอ.ซี.ยู.

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก กลุ่มสายตรงภาคสนาม

MThai News

เส้นตาย 5 ปี! จุฬาฯตะเพิด กรมพละ จากสนามศุภฯ

จุฬาฯ ตะเพิด กรมพละ ออกจากสนามศุภฯ ภายใน5ปี

วันนี้(23 ก.พ.) มีรายงานข่าว ดร.พัฒนาชาติ กฤดิบวร อธิบดี กรมพลศึกษา ได้เปิดเผยว่า ทาง จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย ได้ทำหนังสือถึงกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อขอให้กรมพลศึกษาออกจากพื้นที่ของจุฬาภายในระยะเวลา 5 ปี โดยทางกระทรวงได้ให้กรมพลศึกษาทำตามแผนดังกล่าว แต่ทางกรมพลศึกษายืนยันว่ายังไม่สามารถย้ายออกไปได้

SupStadium1

เนื่องจากต้องรอการตอบรับจากกรมธนารักษ์เกี่ยวกับการประสานขอซื้อเช่าใช้พื้นที่ราชพัสดุ จึงไม่รู้ว่าจะย้ายไปไหนในระยะเวลา5ปี ซึ่งทาง กรมพละ เช่าพื้นที่จุฬาอยู่ปีละ 115ล้านบาท หากปีไหนค่าเช่าขึ้นราคาก็ต้องมีการแจ้งล่วงหน้าเพื่อเสนอของบจากรัฐบาล

แต่ที่ผ่านมา จุฬาฯ ได้ยึดพื้นที่คืนไปแล้วหลายส่วนเช่น สนามจินดารักษ์ อาคารจันทรยิ่งยง  ซึ่งเป็นที่จัดการแข่งขันกีฬานักเรียนและตลอด3ปีที่ผ่านมาก็ไม่ได้มีการจัดการแข่งขันเพราะได้รับผลกระทบจากการยึดคืน ส่งผลกระทบต่อนักเรียนนักศึกษาที่ขาดสนามกีฬาไว้แข่งขัน

ขณะนี้พื้นที่ยังเหลือเพียงอาคารนิมิตบุตร สระว่ายน้ำ สนามเทพหัสดิน สนามศุภชลาศัย ซึ่งจะให้กรมพลศึกษาไปจัดหาสถานที่ใหม่ก็คงเป็นเรื่องยาก

MThai News