อำนวย หนุนกม.ปรองดอง ชวนดักคอออกกม.นิรโทษ

‘อำนวย คลังผา‘ สนับสนุน คณะกก.ปรองดองแห่งชาติ แนะให้โอกาสคู่ขัดแย้งร่วมหาทางออก ด้าน‘ชวน’ แนะต้องยึดถูกผิดกฎหมาย-อย่าคิดออกกฎหมายนิรโทษฯ

นายอำนวย คลังผา อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย และอดีตประธานคณะกรรมการประสานงานสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือ วิป รัฐบาล เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ถึงกรณีที่ทางคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญกำหนดให้มีคณะกรรมการปรองดองแห่งชาติไว้ในรัฐธรรมนูญ ว่า เป็นเรื่องที่ดี เห็นด้วยอย่างยิ่ง ที่คณะกรรมาธิการฯจะบรรจุเรื่องความปรองดองไว้ในรัฐธรรมนูญ

ปรองดอง, กฏหมายปรองดอง, กฏหมายนิรโทษกรรม, นิรโทษกรรม, รัฐธรรมนูญ, กมธ.ยกร่าง รธน., ชวน หลีกภัย, อำนวย คลังผา, เพื่อไทย, ประชาธิปัตย์ ข่าวการเมือง ข่าววันนี้

เพราะหลายรัฐบาลที่ผ่านมาได้มีการดำเนินการมาหลายครั้งแต่ไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากฝ่ายหนึ่งยอมแต่อีกฝ่ายหนึ่งไม่ยอม ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดีที่คณะกรรมาธิการฯ จะได้ศึกษาถึงผลกระทบต่าง ๆ ว่า ความผิดแบบไหนบ้างที่จะสามารถอภัยโทษได้

เพราะสังคมไทยเกิดความแตกแยกมานาน ถึงเวลาที่จะต้องทำให้คนไทยกลับมารักสามัคคี ปรองดองกันได้แล้ว และเห็นว่าคณะกรรมาธิการฯ เป็นคนกลางที่ไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

นอกจากนี้ นายอำนวย ยังได้เสนอให้ทางคณะกรรมาธิการฯ ได้เปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายที่เป็นคู่ขัดแย้งเข้ามาเป็นคณะกรรมการปรองดองแห่งชาติ เพื่อที่จะได้ร่วมกันแสดงความคิดเห็นว่าจะแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่มีอยู่อย่างไร และหาข้อตกลงร่วมกันที่ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย เพื่อเดินหน้าไปสู่การปรองดองในอนาคต

‘ชวน’แนะปรองดองยึดกม.เตือนอย่าออกกม.นิรโทษฯ

นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี และประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ถึงกรณีที่ทางคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญกำหนดให้มีคณะกรรมการปรองดองแห่งชาติไว้ในรัฐธรรมนูญ ว่า การปรองดองนั้นเป็นสิ่งที่ดีที่ทุกคนพึงปรารถนา แต่ต้องอยู่บนความถูกต้อง เป็นไปตามข้อของกฎหมาย ผิดก็คือผิด ถูกก็คือถูก อย่าทำให้เรื่องผิดกลายเป็นเรื่องถูก

ปรองดอง, กฏหมายปรองดอง, กฏหมายนิรโทษกรรม, นิรโทษกรรม, รัฐธรรมนูญ, กมธ.ยกร่าง รธน., ชวน หลีกภัย, อำนวย คลังผา, เพื่อไทย, ประชาธิปัตย์ ข่าวการเมือง ข่าววันนี้

โดยเฉพาะการกระทำใด ๆ ที่ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายของบ้านเมือง ซึ่งการปรองดองที่จะเป็นการปรองดองแบบยั่งยืนนั้น คือ การที่ยึดถือความถูกต้องตามกฎหมาย โดยจะต้องมองในระยะยาว ไม่ใช่มองแค่ระยะสั้น ๆ แบบแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

นอกจากนี้ อดีตนายกรัฐมนตรี ยังกล่าวว่า อย่าคิดที่จะออกกฎหมายเกี่ยวกับการนิรโทษกรรม เพราะไม่ได้เป็นการนำไปสู่การสร้างความปรองดองในอนาคตแต่อย่างใด

จะมีผู้โชคดี 4 ราย ที่ตายบนดาวอังคาร (คลิป)

‘มาร์วัน’ เฟ้นหา ผู้โชคดีเดินทางไปดาวอังคาร พร้อมตั้งรกรากและตาย ในอาณานิคมถาวรประชาชนทั่วโลกแห่ร่วมโครงการกว่า 2 แสนราย

เมื่อวันที่ 11 ก.พ. เว็บไซต์ออนไลน์ ‘เอ พลัส’ นำเสนอเรื่องราวสุดทึ่ง จากการนำเสนอของ เดอะการ์เดียน เมื่อโครงการ มาร์ส วัน (Mars One) ประกาศแผนก่อตั้งอาณานิคมถาวรบน ‘ดาวอังคาร’ ในปี 2567 พร้อมทั้งเฟ้นหามนุษย์ ในฐานะนักบินอวกาศ ที่จะย้ายไปตั้งรกรากยังดาวอังคารครั้งละ 4 คน ในทุกๆ 2 ปี  ผู้เข้ารอบจะได้รับตั๋วเดินทางเที่ยวเดียวเฉพาะขาไปเท่านั้น และนั่นหมายความพวกเขาจะไม่มีโอกาสได้กลับมายังโลกอีกเลย

page001

โครงการดังกล่าวเริ่มต้นเมื่อปี 2556 มาร์สวัน เป็นโครงการเที่ยวบินอวกาศเอกชนจัดตั้งโดยนาย บัส ลันสดอร์ป (Bas Lansdorp) ผู้ประกอบการชาวดัตช์ ในขั้นแรกผู้คิดค้นโครงการ คาดการณ์ว่าอาจจะมีผู้เข้าร่วมไม่มากนัก แต่ผลที่ออกมากลับผิดคาด เนื่องจากผู้สมัครจากทั่วทุกสารทิศ ตบเท้าร่วมโครงการกว่า 200,000 ราย ซึ่งเบื้องต้นได้มีการคัดเลือกให้เหลือเพียง 660 ราย

ทั้งนี้จากสารคดีจาก ‘เดอะ การ์เดียน’ นำเสนอเรื่องราวของผู้สมัครในโครงการดังกล่าวจากตัวแทน 3 ราย ได้แก่ ไรอัน แมคโดนัล,เจอร์รีเมียร์ และ ไดน่า แสดงให้เห็นว่าบุคคลเหล่านี้ล้วนแล้วแต่มีปมชีวิตในจิตใจ

หนึ่งในนั้นคือ ‘ไรอัน แมคโดนัล’ นักฟิสิกส์จากประเทศอังกฤษ ที่กล่าวอ้างว่าตนเองไม่มีความต้องการทางเพศ และไม่เคยมีความสัมพันธ์ในเช่นนั้นกับใคร เขาถูกทอดทิ้งตั้งแต่อายุได้เพียง 2 ขวบ และต้องการประสบความสำเร็จในชีวิตด้วยการเป็นผู้ชนะ เนื่องจากโครงการนี้อาจทำให้เขาเป็นที่จดจำไปตลอดการ

อย่างไรก็ตาม โครงการดังกล่าวอ้างว่า จะมีเพียงผู้ชนะ 4 รายเท่านั้นที่สามารถตั้งรกราก อาศัยอยู่ที่ดาวอังคาร แม้การโยกย้ายไปยังสถานที่ที่เราไม่มีความคุ้นเคยจะไม่ง่ายนัก แต่ผู้เข้าร่วมโครงการบางรายให้ความเห็นว่า โลกที่เราอาศัยอยู่ล้วนแล้วแต่มีปัญหาที่ไม่สามารถแก้ไขได้ ดังนั้นการเดินทางไปเริ่มต้นยังดาวเคราะห์ดวงใหม่น่าจะเป็นเรื่องที่ดีกว่า

MThai News
ที่มา dose

บังอาจ!! ม.จ.จุลเจิม ซัด มหาเถรสมาคม หมิ่นเบื้องสูงปม พระธัมมชโย

ม.จ.จุลเจิม ซัด มหาเถรสมาคม บังอาจหมิ่นเบื้องสูง

วันนี้(23 ก.พ.) มีรายงานข่าวว่าที่เฟซบุ๊คของ  ม.จ.จุลเจิม ยุคล  ได้โพสต์แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับมติของมหาเถรสมาคมที่ชี้ว่า พระธัมมชโยไม่ต้องปราชิก โดยระบุว่า  ตามที่ มหาเถรสมาคม ได้พิจารณา ให้ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ นำความขึ้น กราบบังคมทูล ชื่อ ธัมมชโย แห่ง วัดพระธรรมกาย ขอพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ ขึ้นเป็น พระเทพญาณมหามุนี เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2554

10417549_10152569484593371_3018008641709490537_n

ซึ่งระยะเวลาช่วงดังกล่าว สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ซึ่งทรงสมณะศักดิ์สูงสุดฝ่ายพุทธจักรของคณะสงฆ์ไทย และทรงเป็นประธานการปกครองคณะสงฆ์ ที่ พระมหากษัตริย์ไทย ทรงสถาปนา ได้ทรงมีพระลิขิตตั้งแต่เมื่อปี 2542 ชี้ว่า “ธัมมชโย ปาราชิกพ้นจากความเป็นพระ”

แต่ทำไม มหาเถรสมาคม และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จึงได้นำมลทิน ของธัมมชโย แห่งวัดพระธรรมกาย ขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อขอพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ ธัมมชโย แห่งวัดพระธรรมกาย ขึ้นเป็น พระราชาคณะชั้นเทพที่ “พระเทพญาณมหามุนี” เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ทั้งๆที่รู้ ว่า ธัมมชโย แห่งวัดพระธรรมกาย ยังมีมลทิน (ในขณะนั้น) ตามพระลิขิต สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก ประธานการปกครองคณะสงฆ์ ตั้งแต่เมื่อปี 2542 จึงเป็นการมิบังควร ที่จะนำมลทิน ของธัมมชโย แห่งวัดพระธรรมกาย ขึ้นกราบบังคมทูล ให้ระคาย เคือง เบื้องพระยุคลบาท ทั้งที่ยังหาข้อสรุป ยังมิได้ ในช่วงเวลาดังกล่าว หรืออาจจะเกรงใจ ปัจจัย ไทยทานจาก วัดธรรมกายกัน ทุกรูป ทุกคน

“…ผมจึงขอร้องเรียนให้ คณะกรรมาธิการการศาสนา นายไพบูลย์ นิติตะวัน สภาปฏิรูปแห่งชาติ ช่วยกรุณาพิจารณา ในเรื่อง มหาเถรสมาคม และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ผิด ม. ๑๑๒ ด้วย อย่าหลงในประเด็นในเรื่องนี้ด้วยครับ มิใช่จะ ปล่อยให้ประชาชน ตนใด ตนหนึ่ง ที่หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ติดคุกติดตะรางกันฝ่ายเดียว………เมื่อ มหาเถรสมาคม และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ในขณะนั้น ได้มีเจตนาโดยตั้งใจ ทั้งๆที่รู้ว่า ธัมมชโย แห่งวัดพระธรรมกาย มีมลทิน (ในขณะนั้น) ตามพระลิขิต สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก ประธานการปกครองคณะสงฆ์ นำขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อขอพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ บังอาจกันจริงๆ…”

MThai News