สามีภรรยาชาวอินเดีย ยกมรดกให้ลิง

สามีภรรยาชาวอินเดีย แต่งตั้งให้ลิงที่เลี้ยงไว้เป็นทายาทผู้เดียว เพื่อรับมรดก เนื่องจากไม่มีบุตรและมีฐานะดีขึ้นหลังจากรับลิงมาเลี้ยง

วันนี้ (20ก.พ.) แม้ใครจะมองว่าเสียสติแต่สามีภรรยาชาวอินเดียคู่นี้ไม่สนใจ พวกเขาแต่งตั้งให้ลิงที่เลี้ยงไว้เป็นทายาทผู้เดียว เพื่อรับมรดกของพวกเขา เนื่องจากไม่มีบุตรและมีฐานะดีขึ้น หลังจากรับลิงมาเลี้ยง เรื่องดังกล่าวได้รับการเปิดเผยจาก สตรีอินเดียซึ่งเป็นทนายความวัย 45 ปี

เธอกล่าวว่า คนอื่นอาจมองว่าพวกเขาเสียสติ แต่พวกเขามองว่าลิงตัวนี้มีค่า  เธอกับสามีแต่งงานกันโดยที่ครอบครัวไม่ยินยอม ทั้งคู่ต้องทนลำบากกัดก้อนเกลือกินมาด้วยกัน จนกระทั่งเมื่อปี 2548ซื้อลิงตัวนี้มาเลี้ยง จากนั้นฐานะความเป็นอยู่ก็ดีขึ้น

ยกมรดกให้ลิง

ยกมรดกให้ลิง

สามีทำธุรกิจหลายอย่างทั้งเคเบิลทีวีและโรงโม่แป้ง ทรัพย์สินทั้งหมดได้ใส่เป็นชื่อลิงตัวนี้ให้เป็นเจ้าของ ตอนนี้มันมีอายุ 10 ปี และมีคู่แล้ว พวกเขาได้ตั้งกองทุนเพื่อดูแลมันหากพวกเขาเสียชีวิต เนื่องจากลิงมีอายุเฉลี่ยอยู่ที่35-40 ปี หากลิงไม่อยู่แล้ว มรดกจะมอบให้แก่องค์กรดูแลสวัสดิภาพลิงทั่วอินเดีย

MThai News

ขอบคุณข้อมูลจาก สำนักข่าวไทย

ทูตอิรักระบุ ไอเอสขายอวัยวะมนุษย์ หาเงินทุนก่อการร้าย

เอกอัครราชทูตอิรักประจำสหประชาชาติ ระบุ กลุ่มไอเอสขายอวัยวะมนุษย์เพื่อหาเงินทุนก่อการร้าย คาดหาเงินได้วันละประมาณ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า นายโมฮาเหม็ด อัลฮาคิม เอกอัครราชทูตอิรักประจำสหประชาชาติ ออกมากล่าวว่า กลุ่มไอเอส ใช้วิธีการค้าอวัยวะมนุษย์เพื่อหาเงินทุนสำหรับการก่อการร้าย และเรียกร้องให้สหประชาชาติเข้าไปตรวจสอบหลุมศพขนาดใหญ่หลายแห่งในอิรัก ที่มีการค้นพบในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา

ไอเอสขายอวัยวะมนุษย์ หาเงินทุนก่อการร้าย

ไอเอสขายอวัยวะมนุษย์ หาเงินทุนก่อการร้าย

โดย ทูตอิรักประจำสหประชาชาติ เปิดเผยต่อสื่อว่า ศพที่พบในหลุมศพดังกล่าวมีร่องรอยของการผ่าตัดและอวัยวะ เช่น ไต หรือส่วนอื่น ๆ หายไป เขายังอ้างด้วยว่า แพทย์ในเมืองโมซูลหลายสิบคนถูกลุ่มไอเอสประหารชีวิต เนื่องจากพวกเขาไม่ยอมให้ความร่วมมือในการผ่าตัดเอาอวัยวะให้ไอเอส

ขณะเดียวกัน นายนิโคไล มลาดีนอฟ ทูตสหประชาชาติประจำอิรัก กล่าวว่า มีรายงานเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ว่ากลุ่มไอเอสใช้การขายอวัยวะมนุษย์หาเงินทุนก่อการร้าย แต่ยังไม่อาจด่วนสรุปได้ก่อนที่พวกเขาจะศึกษารายละเอียดมากกว่านี้

ทั้งนี้ กลุ่มไอเอสถูกยกให้เป็นกลุ่มก่อการร้ายที่ร่ำรวยที่สุดในขณะนี้ โดยเชื่อว่าพวกเขาใช้ทั้งการค้าน้ำมันในตลาดมืด การปล้น และใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ในการหาเงินทุน โดยคาดว่าไอเอสหาเงินได้วันละประมาณ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ญาติร่ำไห้ สาววัย21 คิดสั้นโดดคลองแสนแสบ

ความคืบหน้ากรณีสาวกระโดดคลองแสนแสบดับ ทราบชื่อแล้ว คาดฆ่าตัวตายประชดชีวิต

วานนี้(19ก.พ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีหญิงวัยรุ่นกระโดดลงไปในคลองแสนแสบ จมหายไปต่อหน้าประชาชนที่รอขึ้นเรือคลองแสนแสบจำนวนมาก โดยเบื้องต้น จุดเกิดเหตุอยู่ที่ คลองแสนแสบ ช่วงท่าเรือมหาดไทย มุ่งไปยังห้างเดอะมอลล์บางกะปิ สอบถามผู้เห็นเหตุการณ์ทราบว่า หญิงสาวคนดังกล่าวตั้งใจกระโดดลงคลองเอง จึงแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัย งมหาอยู่ร่วม 1 ช.ม. จึงสามารถงมศพขึ้นมาได้ และนำศพไปยัง สน.หัวหมาก

สาว กระโดดคลองแสนแสบดับ

สาว กระโดดคลองแสนแสบดับ

ล่าสุด ร.ต.ท.พสิษฐ์ กิติสาร พงส.สน.หัวหมาก เปิดเผยถึงความคืบหน้าเหตุหญิงกระโดดลงไปในน้ำบนสะพานข้ามคลองแสนแสบ เมื่อลงตรวจสอบที่เกิดเหตุพบว่า อยู่ใต้สะพานข้ามคลองหน้าหน้ามัสยิดฟัตฮุ้ลบารี เจ้าหน้าที่จึงใช้อาสาสมัครชุดประดาน้ำ 4 นาย ทำการลงน้ำค้นหาบริเวณจุดที่หญิงสาวกระโดดลงไป

พบศพซึ่งห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 10 เมตร ตรวจสอบทราบชื่อต่อมา คือ น.ส.รัชนก หรือ ปุ๋ย สายทอง อายุ 21 ปี เสียชีวิตในสภาพศพสวมเสื้อยืดแขนสั้นลายหมากรุกสีม่วงขาว สวมกางเกงขายาวผ้ายืดสีเทาแทบขาว ไม่สวมรองเท้า ในตัวไม่พบเอกสารใด ๆ เจ้าหน้าที่จึงนำศพส่งไปผ่าชันสูตรที่สถาบันนิติเวช ร.พ.ตำรวจ อย่างละเอียดตามขั้นตอนต่อไป

เบื้องต้น สันนิษฐานว่าสาเหตุทำให้ผู้ตายเกิดคิดสั้นกระโดดน้ำหวังฆ่าตัวตายเพื่อประชดชีวิต เมื่อญาติของผู้ตายมาดูศพแล้ว ต่างร่ำไห้ว่าไม่น่าคิดสั้นเช่นนี้ อย่างไรก็ตาม จะได้ทำการเรียกพ่อและแม่ผู้ตายรวมถึงบุคคลใกล้ชิดมาสอบปากคำหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป

MThai News

ขอบคุณภาพจาก INN