ผู้การชลบุรีถกชุดสืบสวน เร่งสางคดียิง’ตี๋ใหญ่ตะเคียนเตี้ย‘ดับสยอง คนร้ายน่าจะรู้จักกับผู้ตายเป็นอย่างดี
วันที่ 19 ก.พ.58 คนร้ายไม่ทราบจำนวนซิ่งเก๋งชักอาวุธปืนกระหน่ำยิงนายวัชรา แก้วสุวรรณ์ หรือฉายา ‘ตี๋ใหญ่ ตะเคียนเตี้ย’ จนเสียชีวิต เหตุเกิดที่หน้าร้านรับและให้เช่าพระเครื่อง ของชมรมพระเครื่องพัทยา-นาเกลือ ที่มีนายนิรันดร์ วัฒนศาสตร์สาธร อดีตนายกเมืองพัทยา เป็นเจ้าของกิจการ ตั้งอยู่เลขที่ 62 ถนนพัทยา-นาเกลือ หมู่ 5 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ส่วนสาเหตุของการสังหารโหดในครั้งนี้เบื้องต้นตำรวจพุ่งเป้าไปที่ความแค้นส่วนตัวตามที่รายงานไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 19 ก.พ.58 พล.ต.ต.นิติพงศ์ เนียมน้อย ผบก.ภ.จว.ชลบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รอง ผบก. พ.ต.อ.ศักดิ์รพี เพียวพนิช รอง ผบก. ได้เรียกนายตำรวจฝ่ายสืบสวนทั้งในส่วนของ สภ.บางละมุง และ กก.สส.ภ.จว.ชลบุรี เข้าร่วมประชุมหาแนวทางคลี่คลายคดี นอกจากนี้ยังได้อายัดรถยนต์เก๋งต้องสงสัย ยี่ห้อโตโยต้า ยาริส สีขาว ทะเบียนป้ายแดง ก-3536 ชลบุรี ของ น.ส.กุลสตรี ช่อยเพ็ง อายุ 17 ปี นักเรียนโรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.บางละมุง ซึ่งจอดทิ้งไว้ในวัดสว่างฟ้าพฤฒาราม มาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานทำการตรวจสอบเก็บลายนิ้วมือแฝงและคราบเขม่าดินปืนไว้เป็นหลักฐาน พร้อมกับเชิญมารดาและญาติผู้ตายมาสอบปากคำ ก่อนลงพื้นที่ไปตรวจสอบวิถีกระสุนยังจุดเกิดเหตุอีกครั้ง

พ.ต.อ.ชนพัฒน์ นวลักษณ์ ผกก.สภ.บางละมุง ได้ออกมาเปิดเผยว่า ชนวนเหตุในการสังหารโหดในครั้งนี้ทางตำรวจพุ่งเป้าไปที่ความแค้นส่วนตัว เพราะจากการตรวจสอบประวัติผู้ตายพบว่ามีหมายจับในคดีฆ่าคนตายในพื้นที่ สภ.บางละมุง เมื่อปี 2550 และทำร้ายร่างกายผู้อื่นเมื่อปี 2554 ซึ่งก่อนหน้านี้ผู้ตายได้หลบหนีคดีไปกบดานในพื้นที่อื่นอยู่นานนับปีและเพิ่งกลับเข้ามาพื้นที่บางละมุงได้ไม่นาน ส่วนประเด็นอื่นๆ ไม่ว่าจะเรื่องชู้สาว หรือเรื่องความขัดแย้งในวงการพระเครื่องเบื้องต้นยังไม่ได้ตัดทิ้งไป
ส่วนคนร้ายที่อยู่ในรถทั้งหมดน่าจะมีประมาณ 3 คนและรู้จักกับผู้ตายเป็นอย่างดี โดยก่อนลงมือก่อเหตุได้มาจอดรถดักรอดูความเคลื่อนไหวอยู่หน้าธนาคารไม่ไกลจากจุดเกิดเหตุ กระทั่งพอวงสุราเลิกจึงอาศัยจังหวะเผลอขับรถมาจอดประกบ จากนั้นคนร้ายที่นั่งอยู่เบาะหลังด้านซ้ายและสวมหมวกไหมพรมปิดบังใบหน้า จึงชักอาวุธปืนออกมากระหน่ำยิงใส่จนล้มฟุบจมกองเลือดได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล
จากการค้นในกระเป๋าสะพายของผู้ตายยังพบอาวุธปืนลูกโม่ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก และคาดว่าผู้ตายน่าจะรู้ตัวว่าถูกปองร้ายจึงพกอาวุธปืนติดตัวตลอดเวลา ในส่วนของรถยนต์เก๋งที่นำมาตรวจสอบในครั้งนี้ เป็นเพียงรถที่ลักษณะคล้ายรถของคนร้าย แต่เชื่อว่าไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับคดีนี้ อย่างไรก็ตาม คดีนี้ทาง พล.ต.ต.นิติพงศ์ เนียมน้อย ผบก.ภ.จว.ชลบุรี ให้ความสนใจเป็นพิเศษ เพราะกลุ่มคนร้ายลงมืออย่างอุกอาจ จึงได้สั่งการให้ชุดสืบสวนแบ่งหน้าที่กันออกหาข่าว และตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามรายทางที่คาดว่าคนร้ายจะใช้หลบหนี เพื่อติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีต่อไป
ขอบคุณข้อมูลจาก แนวหน้าออนไลน์
ขอบคุณภาพจาก ข่าวสดออนไลน์
MThai News