ทลายคลินิกเสริมความงามอยุธยา ไม่มีใบอนุญาต

สธ.-ตำรวจ บุกจับคลินิกเสริมความงามกลางเมือง อยุธยา พบลักลอบเปิดไม่มีใบอนุญาต พร้อมยึดผลิตภัณฑ์ตรวจสอบหาสารพิษว่ามีหรือไม่

เมื่อวันที่ 18 ก.พ.2558  น.ต.นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพกระทรวงสาธารณสุข พ.ต.อ.ไพฑูรย์ คุ้มสระพรหม รอง ผบก.ปคบ. พ.ต.อ.ภูวดิท ชนะคชภัทร์ รอง ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เข้าตรวจสอบร้านเดอะเฟสอัพ ตั้งอยู่ใกล้ตลาดเจ้าพรหม ต.ประตูชัย อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ลักลอบเปิดเป็นคลินิกเสริมความงามโดยไม่ได้รับอนุญาต

130

คลินิกดังกล่าวเป็นอาคารชั้นเดียว มีการกั้นห้องเป็นส่วนต่างๆมีเตียงบริการผู้ป่วย เบื้องต้นตรวจพบยาโบท๊อกซ์ รกแกะ และยาปฎิชีวนะ ฟิลเลอร์ ยาชา เข็มฉีดยาจำนวนมาก รวมทั้งอุปกรณ์ทางการแพทย์หลายรายการ จึงยึดไว้ตรวจสอบและดำเนินคดี โดยขณะตรวจค้นมี น.ส.ทิพยาดา ศรีสวัสดิ์ อายุ 33 ปี เป็นผู้ดูแล และกำลังให้บริการฉีดยาประเภทวิตามินให้ลูกค้า

คลินิกเสริมความงามแห่งนี้ เปิดให้บริการกับลูกค้า โดยยังไม่ได้รับใบอนุญาตประกอบการ และมีผู้มาใช้บริการบางรายผิวหนังเกิดระคายเคือง จึงร่วมกับตำรวจ ปคบ.ส่งสายลับเข้ามาใช้บริการล่วงหน้าก่อนหลายครั้ง จนพบว่ามีการกระทำจริง จึงบุกเข้าจับกุม คลินิกแห่งนี้ ตั้งอยู่กลาง เกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา มีนักศึกษา พนักงานโรงงานเข้ามาใช้บริการจำนวนมาก ส่วนผู้ดูแลนั้น มีสถานเสริมความงามลักษณะนี้อยู่ในกรุงเทพฯ และมาเปิดสาขาที่ พระนครศรีอยุธยา ส่วนของกลางทั้งหมด จะตรวจยึดนำส่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพื่อตรวจวิเคราะห์ส่วนประกอบว่ามีสารต้องห้าม หรือเป็นอันตรายต่อผู้ใช้

ทำดีต้องชม!สาวใจบุญล้างแผลให้หมาขี้เรือนทุกวัน

ชาวโซเชียลชื่นชม! สาวใจบุญ ล้างแผลให้หมาขี้เรือน ทุกวัน

วันนี้(19 ก.พ.) กลายเป็นกระแสชื่นชมบนโลกออนไลน์ เมื่อสมาชิกเฟซบุ๊คชื่อคุณ Kho Lek Rai Khing‎ ได้โพสต์คลิปเหตุการณ์ที่น่าประทับใจซึ่งเป็นคลิปที่สาวคนหนึ่งนำน้ำยาล้างแผล มาล้างให้สุนัขขี้เรื้อนที่อยู่ในสวนสาธารณะโดยที่ไม่รังเกียจสุนัขตัวนั้นเลย โดยเจ้าของคลิประบุว่า

10978567_586239818180156_3196754358712468422_n

“เรื่องมีอยู่ว่าผมมานั่งเล่นที่สวนสุขภาพ(อ้อมใหญ่)แล้วก็หันไปเห็นผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งไม่รู้เหมือนกันว่ามาจากไหน มาถึงก็มาอุ้มสุนัขที่เป็นขี้เรื้อนทั้งตัวแล้วก็นำยาล้างแผลที่เตรียมมาทำแผลให้สุนัขตัวนั้น ผมเลยถามเธอว่ามาทำอย่างนี้ทุกวันเหรอ เธอบอกใช่เห็นแล้วอดสงสารมันไม่ได้ ภาพที่ผมเห็นคือเธอใช้มือเปล่าๆทำแผลสุนัขขี้เรื้อนตัวนี้ทั้งตัว โดยไม่รังเกียจ คนดีๆอย่างนี้น่ายกย่องครับ”

ทั้งนี้หลังจากคลิปดังกล่าวถูกแชร์บนโลกออนไลน์ได้มีคนเข้ามาแสดงความชื่นชมสาวคนนี้เป็นจำนวนมาก แต่มีบางความเห็นแนะนำให้สาวคนนี้ใส่ถุงมือยางเพื่อป้องกันเชื้อโรคด้วย ซึ่งคลิปนี้เป็นตัวอย่างของเมตตาธรรมไม่ว่าจะมนุษย์หรือสัตว์ หากเกิดมาเป็นเพื่อนร่วมโลกกันแล้ว มีน้ำใจหรือสิ่งใดพอจะช่วยเหลือกันได้ก็เป็นสิ่งดี นอกจากจะได้บุญแล้วยังสร้างความสุขใจให้กับเราด้วย

MThai News

ขอบคุณคลิปจาก Kho Lek Rai Khing

ศาลออกหมายจับ ป๋าชื่น แก็งพงศ์พัฒน์อ้างเบื้องสูงฮุบที่ดิน

ศาลอนุมัติออกหมายจับ “ป๋าชื่น” เจ้าของบ่อนโคลอนเซ่ พระราม 9 อีกหนึ่งคดี หลังแอบอ้างเบื้องสูง หลอกชาวบ้านซื้อที่ดินสร้างวัง ตร.ระบุ “พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์” มีเอี่ยว เตรียมแจ้งความเพิ่ม

เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่าขณะนี้ศาลได้อนุมัติออกหมายจับ นายบุญธรรม บุญเทพประทาน หรือ ป๋าชื่น กรรมการบริษัทบ้านชุมทองจำกัด และบริษัทเขาใหญ่เบเวอร์ลี่ฮิลล์ จำกัด ในข้อหาแอบอ้างเบื้องสูง มาตรา112

เพิ่มหมายจับ! 'ป๋าชื่น'แก็งพงศ์พัฒน์อ้างเบื้องสูง

เพิ่มหมายจับ! ‘ป๋าชื่น’แก็งพงศ์พัฒน์อ้างเบื้องสูง

ที่เป็นกลุ่มนายทุนแอบอ้างเบื้องสูงใช้อุบายหลอกลวง และร่วมกับเจ้าหน้าที่รัฐนำที่ดินของราชการที่มอบให้กับประชาชนไปทำกิน ไปแปรผันออกโฉนดที่ดิน บริเวณเขาหนองเชื่อม ต.ขนงพระ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นพื้นที่นิคมสร้างตนเองลำตะคอง และเป็นต่อเนื่องกับพื้นที่เขตทหาร ค่ายหนองตะกู

หลังจากก่อนหน้านี้มีชาวบ้านกว่า 50 คน ได้มาร้องเรียนกับทางกองปราบว่า ถูกกลุ่มนายทุนหลอกให้นำเอกสารสิทธิ์ไปออก นค3 เพื่อนำไปออกเป็นโฉนดที่ดินให้ถูกต้อง โดยได้ค่าตอบแทนรายละ 10,000 บาท หรือบางรายได้ข้าวสาร 5 กิโลกรัม แต่ภายหลัง ที่ดินกลับเป็นของบริษัท บ่านขุมทอง ที่มีนายบุญธรรมเป็นกรรมการ และชาวบ้านบางรายต้องเสียภาษีการซื้อขายที่ดินนับแสนบาท

ซึ่งโดยหลักการแล้วพื้นที่ดังกล่าว ไม่สามารถออกเอกสารสิทธิ์ใดๆได้ เนื่องจากเป็นพื้นที่สูงชันและเป็นพื้นที่ป่า และพบว่าไม่เคยมีการทำเกษตรกรรมใดๆ เมื่อที่ดินตกเป็นของกลุ่มนายทุนดังกล่าวแล้ว ได้จัดสรรเพื่อขายทำกำไรไร่ละนับล้านบาท เนื่องจากเป็นพื้นที่ทำเลทอง

สำหรับคดีนี้เบื้องต้นนายเสฏฐวุฒิ เพ็งดิษฐ์ ซึ่งเป็นน้องชายแท้ๆของนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ได้มอบตัวและให้การซัดทอดถึงนายบุญธรรมว่าแอบอ้างเบื้องสูง ในการแสวงหาที่ดินจากชาวบ้าน เพื่อสร้างเป็นวัง ทำให้เจ้าหน้าที่กรมที่ดิน และที่เกี่ยวข้องหลงเชื่อ ให้ความร่วมมือ เช่น การเดินไฟฟ้าเพื่อพัฒนาพื้นที่ ใช้งบประมาณกว่า 60 ล้านบาท

จากแนวทางการสอบสวนพบว่า พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้อง และอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อดำเนินการแจ้งความเอาผิดเพิ่มเติม เนื่องจากการจากสอบสวนพบว่า พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ได้เคยเดินทางมาตรวจสอบพื้นที่ด้วยตัวเอง รวมทั้งพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ และพล.ต.ต.โกวิทย์ เคยมีความสนิทสนมกับนายบุญธรรมเป็นอย่างดี และนายบุญธรรมเคยถูกดำเนินคดีไปก่อนหน้านี้ ในฐานะเป็นเจ้าของบ่อนโคลอนเซ่ ย่านพระราม 9 ด้วย

ขอบคุณข้อมูลจาก มติชนออนไลน์

MThai News