แบบนี้มีเซ็ง! จีนสั่งแบนพริตตี้ในงานมอเตอร์โชว์

หนุ่มจีนถึงกับเซ็ง สั่งแบนพริตตี้ในงานมอเตอร์โชว์ อ้างเพื่อให้คนมาดูนวัตกรรมยานยนต์ซึ่งเป็นหัวใจหลักของงาน 

คณะกรรมการผู้จัดงานมหกรรมแสดงรถยนต์ในเซี่ยงไฮ้ หรืองาน ออโต้ เซี่ยงไฮ้ 2015 ซึ่งจะจัดขึ้นวันที่ 22 เมษายนนี้ ประกาศยกเลิกไม่ให้มีพริตตี้สาวสวยมาร่วมภายในงาน ทำให้หนุ่มๆ ถึงกับเซ็งไปตามๆ กัน

พริตตี้, มอร์เตอร์โชว์, ข่าวจีน

มอร์เตอร์โชว์ จีน

โดยรายงานระบุว่า การแบนพริตตี้ในงานแสดงรถ เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยมีจุดประสงค์เพื่อเรียกคืนสาระสำคัญของการจัดแสดงนิทรรศการ และมุ่งเน้นกลับไปที่เทคโนโลยีรวมถึงนวัตกรรมในอุตสาหกรรมยานยนต์ หวังจะให้คนที่มาร่วมงานสนใจรถมากกว่า หลังจากที่ผ่านมามีแต่พวกที่จ้องแต่จะมาดูพริตตี้ จนลืมไปว่างานที่จัดเป็นงานแสดงยานยนต์ไม่ใช่งานโชว์ตัว

ทั้งนี้ แหล่งข่าวด้านอุตสาหกรรมตลาดชี้ว่า งานแสดงรถในเซี่ยงไฮ้ อาจกลายมาเป็นแบบอย่างของการแบนพริตตี้ ในทุกงานแสดงรถและงานแสดงสินค้าทั่วจีนหลังจากนี้ก็เป็นได้

MThai News

โพลชี้ไม่จำเป็นประยุทธ์คุยทักษิณสร้างปรองดอง

กรุงเทพโพลล์ เผยผลสำรวจ ปชช. 47.4 ไม่เห็นด้วยกับการออกกม.นิรโทษกรรม แนะ ประยุทธ์ เป็นคนกลางเจรจา แต่ไม่จำเป็นต้องไปคุย ทักษิณ เห็นด้วยคงกฎอัยการศึกถึงเลือกตั้ง

กรุงเทพโพล, ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ประยุทธ์คุยทักษิณ

ประยุทธ์คุยทักษิณ

ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ หรือ กรุงเทพโพลล์ ได้เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน จากทุกภูมิภาคทั่วประเทศจำนวน 1,163 คน เรื่อง “คนไทยคิดอย่างไรกับกฎหมายนิรโทษกรรมสู่ความปรองดอง” พบว่า
ร้อยละ 47.4 ไม่เห็นด้วยกับการออกกฎหมายนิรโทษกรรมทางการเมือง
ร้อยละ 40.4 เห็นด้วย ซึ่งในจำนวนนี้ร้อยละ 22.4 อยากให้นิรโทษกรรมทั้งประชาชนที่ร่วมชุมนุมและแกนนำการชุมนุม และร้อยละ 18.0 อยากให้นิรโทษกรรมเฉพาะประชาชนที่ร่วมชุมนุม

ทั้งนี้เมื่อถามว่าการออกกฎหมายนิรโทษกรรมจะช่วยสร้างความปรองดองให้สังคมไทยเพียงใด
ร้อยละ 47.9 เห็นว่า ช่วยได้บ้าง
ร้อยละ 27.6 เห็นว่า ไม่ช่วยเลย โดยร้อยละ 67.6 คิดว่า การออกฎหมายนิรโทษกรรมจะเป็นแบบอย่างให้เกิดการชุมนุมประท้วงทางการเมืองอีกในอนาคต

ต่อข้อซักถามที่ว่า การสร้างความปรองดอง จำเป็นหรือไม่ที่จะต้องมี พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นคนกลางในการพูดคุยกับ แกนนำพรรคการเมือง กปปส. นปช. หรือไม่นั้น
ร้อยละ 56.8 เห็นว่า จำเป็น
ร้อยละ 36.4 เห็นว่าไม่จำเป็น
และร้อยละ 6.8 ไม่แน่ใจ

เมื่อถามต่อว่าจำเป็นหรือไม่ที่ พล.อ. ประยุทธ์ ต้องพูดยกับ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร เรื่องความปรองดอง
ร้อยละ 58.6 เห็นว่าไม่จำเป็น
ร้อยละ 32.6 เห็นว่าจำเป็น
และร้อยละ 8.8 ไม่แน่ใจ โดยร้อยละ 52.6 คิดว่า แนวทางการปฏิรูปเพื่อสร้างความปรองดองของรัฐบาลเดินมาถูกทางแล้ว ขณะที่ร้อยละ 38.4 คิดว่ายังไม่มีแนวทางที่ชัดเจน

เมื่อถามว่า “เห็นด้วยหรือไม่ กับการคงกฎอัยการศึก ไว้จนกว่าจะถึงวันเลือกตั้ง”
ร้อยละ 71.6 บอกว่า เห็นด้วย
ร้อยละ 23.6 บอกว่า ไม่เห็นด้วย
และร้อยละ 4.8 ไม่แน่ใจ

MThai News

สนช.ชงกม.ต่ำกว่า18มีสื่อลามก เจอคุก3-5ปี

สนช.ชงออกกฏหมาย ต่ำกว่า 18 ปี ครอบครอง“สื่อลามกอนาจาร” เจอคุก3-5ปี ปรับไม่เกิน1แสนบาท ป้องกัน ปัญหาละเมิดสิทธิและล่วงเมิดทางเพศเด็ก

19 ก.พ.58 สนช.ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ โดยมีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช. เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่.) พ.ศ. ……ที่ น.ส.จินตนันท์ ชญาต์ร ศุภมิตร สนช. กับคณะ เป็นผู้เสนอ

ข่าววันนี้, ข่าวล่าสุด, กฏหมาย, สนช., ออกกฏหมาย, สื่อลามกอนาจารเด็ก, พรเพชร วิชิตชลชัย, สื่อลามกอนาจาร, จินตนันท์ ชญาต์ร ศุภมิตร, อนาจาร, ล่วงเมิดทางเพศ

ชงกฏหมายต่ำกว่า18 ครอบครอง”สื่อลามก”คุก3-5ปี

โดยสาระสำคัญของร่างกฎหมายฉบับนี้ เพื่อกำหนดให้ความผิดเกี่ยวกับการครอบครองสื่อลามกอนาจารเป็นความผิดเฉพาะการมีไว้ครอบครองเพื่อการค้าเพื่อและการแจกจ่ายฯลฯ โดยไม่ได้แยกประเภทของสื่อลามกอนาจารผู้ใหญ่และสื่อลามกอนาจารเด็ก

โดยสื่อลามกเด็ก เป็นการละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานของเด็กประกอบกับการผลิตดังกล่าว เป็นการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาชัดแจ้ง และเป็นปัจจัยหนึ่ง ซึ่งก่อให้เกิดการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็ก สมควรที่จะกำหนดให้มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา

ทั้งนี้ ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ ถือเป็นร่างกฎหมายแรก ที่ สนช.เป็นผู้นำเสนอเข้าสู่การประชุมของ สนช. โดยมีสมาชิก สนช. จำนวน 50 คน เป็นผู้ร่วมเสนอร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว โดยสาระสำคัญของร่างนี้ คือ กำหนดคำนิยามคำว่า “สื่อลามกอนาจารเด็ก” ไว้ในมาตรา 1 ของประมวลกฎหมายอาญา

ข่าววันนี้, ข่าวล่าสุด, กฏหมาย, สนช., ออกกฏหมาย, สื่อลามกอนาจารเด็ก, พรเพชร วิชิตชลชัย, สื่อลามกอนาจาร, จินตนันท์ ชญาต์ร ศุภมิตร, อนาจาร

กำหนดให้ผู้ใดที่มีวัตถุหรือสื่อลามกอนาจารของเด็กอายุเกิน 15 ปี แต่ไม่เกิน 18 ปี ไว้ในความครอบครอง โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี และปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

และหากผู้ใดมีวัตถุหรือสื่อลามกอนาจารของเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไว้ในความครอบครอง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

กรณีการผลิต มีไว้ นำเข้า ส่งออกพาไปหรือทำให้แพร่หลายของสื่อลามกอนาจารของเด็กอายุไม่เกิน 18 ปี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการค้า ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี และปรับไม่เกิน140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ขอบคุณข้อมูล มติชน

MThai News