โปรดเกล้าฯแต่งตั้งเอกอัครราชทูตไทยใน 3 ประเทศ

ราชกิจนานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี แต่งตั้งข้าราชการพลเรือน สังกัดกระทรวงการต่างประเทศ ให้ดำรงตำแหน่ง ‘เอกอัครราชทูต‘ ใน 3 ประเทศ

วันที่ 12 กุมภาพันธ์ ราชกิจนานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการพลเรือน

มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ สังกัดกระทรวงการต่างประเทศ ให้ดํารงตําแหน่งประเภทบริหารระดับสูง จํานวน ๓ ราย ดังนี้

เอกอัครราชทูต, ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ราชกิจนานุเบกษา, กระทรวงการต่างประเทศ, สํานักนายกรัฐมนตรี, เชิดชู รักตะบุตร, รัศมี จิตต์ธรรม, อังสนา สีหพิทักษ์

๑. นายเชิดชู รักตะบุตร อัครราชทูต สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน สหพันธ์ สาธารณรัฐเยอรมนี ดํารงตําแหน่ง เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอํานาจเต็มประจําเนการาบรูไนดารุสซาลาม

๒. นายรัศมี จิตต์ธรรม กงสุลใหญ่ สถานกงสุลใหญ่ ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ดํารงตําแหน่ง เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอํานาจเต็มประจําสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน

๓. นางสาวอังสนา สีหพิทักษ์ รองผู้อํานวยการสํานักงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ ดํารงตาแหน่ง เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอํานาจเต็มประจํารัฐอิสราเอล

พระราชสาส์นตราตั้ง ลงวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๕๘

ประกาศ ณ วันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๘

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา

นายกรัฐมนตรี

MThai News

เพราะจน! 2 ด.ญ.เดินเท้าไปโรงเรียน 16 กม.

สองเด็กหญิงเดินเท้าไปโรงเรียน 16กม. ส่วนพ่อแม่ไปรับ-ส่ง เดินเท้า 32 กม. หนูน้อยมุ่งมั่นอยากเรียนจบให้สูง กลับมาเลี้ยงดูพ่อแม่

วันนี้(12ก.พ.)ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างเดินทางอยู่บนถนนสายช้างทูน-หนองบอน ต.ช้างทูน อ.บ่อไร่ จ.ตราด  ได้พบกับชายหญิงวัยกลางคน กับอีก 2 เด็กหญิงสวมชุดนักเรียนกำลังเดินอยู่ข้างถนน จึงได้เข้าไปสอบถามจนทราบชื่อทั้ง 4 คน คือ นายประจักษ์ เอมอ่อน อายุ 39 ปี นางแต เอมอ่อน อายุ 40 ปี ด.ญ.ชนาพร เอมอ่อน อายุ 11 ปี และ ด.ญ.ทศพร เอมอ่อน อายุ 10 ปี

สองดญ.เดินเท้าไปรร.16กม.

สองดญ.เดินเท้าไปรร.16กม.

ส่วนสาเหตุที่ทั้ง4คนต้องมาเดินอยู่ข้างถนนเพราะ ครอบครัวกำลังเดินทางกลับบ้าน โดยได้เดินมาจากโรงเรียนอัมพรจิตกานนท์ ที่อยู่ใน ต.หนองบอน อ.บ่อไร่ จ.ตราด โรงเรียนแห่งนี้อยู่ห่างจากบ้านประมาณ 8 กิโลเมตร ทางครอบครัวจะต้องเดินไปกลับเช่นนี้ทุกวัน

เมื่อผู้สื่อข่าวติดตามไปยังบ้านที่ครอบครัวนี้พักอาศัยอยู่ พบว่าบ้านอยู่ในสภาพเก่ามากแล้ว อีกทั้งยังต้องอาศัยเทียนไขไว้ส่องสว่าง นางแตผู้เป็นแม่ของสองเด็กหญิงเปิดเผยว่า หลังจากแต่งงานกับนายประจักษ์ ก็ได้ตั้งท้องลูกสาวทั้งสอง จากนั้นสามีก็มีอาการป่วยทางสมอง จนไม่สามารถช่วยทำมาหากินได้ ทางบ้านมีรายได้ไม่ถึง 200 บาท บางวันก็ไม่มีเลย ส่วนสามีได้รับเบี้ยคนพิการจากอบต.ช้างทูน

เมื่อลูกสาวคนโตต้องเข้าโรงเรียนตนและสามีก็ต้องเดินไปส่งลูกไปโรงเรียนทุกวัน ระยะทางห่างจากบ้านประมาณ 8 กิโลเมตร ออกเดินเท้าจากบ้านตอนตี 5 ถึงโรงเรียนประมาณ 8 โมง หรือ 9 โมง บางวันหากลูกปวดขาก็ไม่ได้ไปเรียน หลังจากส่งลูกไปเรียนก็ต้องเดินกลับบ้านเพื่อทำงาน เมื่อตกเย็นก็ต้องเดินกลับไปรับลูก กว่าจะถึงบ้านก็ประมาณ 2 ทุ่ม รวมระยะทางที่ตนต้องเดินประมาณ32 กิโลเมตรต่อวัน และลูกสาวทั้ง 2 คน ก็ต้องเดินทาง 16 กิโลเมตรต่อวัน

สาเหตุที่ต้องเดินทางไปรับส่งลูกสาวเองนั้น เนื่องจากฐานะยากจน รายได้ไม่เพียงพอที่จะซื้อรถจักรยานยนต์ขี่ไปส่งลูก หากจะให้ลูกเดินไปโรเรียนเพียงลำพังเส้นทางก็อันตราย

ด้าน ด.ญ.ชนาพร กล่าวว่า รู้สึกเหนื่อยและปวดขาที่ต้องเดินไปโรงเรียน อยากจะขอผู้ใจบุญเข้ามาช่วยเหลือ โดยเฉพาะจักรยานคันเล็กๆ ที่จะขี่เล่นและขี่ไปโรงเรียน ส่วนความฝันต้องการให้เรียนจบสูงๆ เพื่อจะกลับมาเลี้ยงพ่อแม่ให้มีความสุข

เด็กเดินเท้าไปรร.16กม.

เด็กเดินเท้าไปรร.16กม.

เด็กเดินเท้าไปรร.16กม.

เด็กเดินเท้าไปรร.16กม.

MThai News

ขอบคุณข้อมูลจาก ข่าวสด

ลมใส่! กู้เงินนอกระบบ 6 หมื่น ขาดส่ง 8 เดือนกลายเป็น 7 ล้าน!

บ้าไปแล้ว! กู้เงิน 6 หมื่น – ขาดส่ง 8 เดือน กลายเป็น 7 ล้าน! แถมเจ้าหนี้ขู่ยึดที่ 80 ไร่ เจ้าตนผวาโร่! ร้องเรียน คสช.

นาย อรัญ โพธิญาณ ชาวบ้านจังหวัดระนอง อาชีพรับเหมาก่อสร้าง เปิดเผยว่า ตนได้ไปกู้เงินนอกระบบ มาจำนวน 60,000 บาท ในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 10 ซึ่งที่ผ่านมาได้ชำระดอกเบี้ย อย่างต่อเนื่องไม่เคยขาด

แต่ช่วงหลังประสบปัญหาทางการเงินจึงได้ค้างชำระดอกเบี้ย ไปประมาณ 7-8 เดือน ส่งผลให้ได้รับการเเจ้งเตือนจากเจ้าหนี้ ที่เป็นนายทุนรายใหญ่ ว่ายอดหนี้รวมทั้งหมดเพิ่มขึ้นเป็น 7 ล้านบาท

จากนั้น ตนจึงได้พยายามขอไกล่เกลี่ย และขอคืนเงินทั้งต้นทั้งดอกตามความจริง แต่นายทุนไม่ยอม รวมถึงมีการข่มขู่ครอบครัว และญาติพี่น้อง รวมทั้งจะทำการยึดที่ดินทั้งหมดของคนในครอบครัวราว 80 ไร่

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้รับเรื่องร้องเรียนดังกล่าวไว้เเล้ว เพื่อรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และจะเชิญคู่กรณีมาพูดคุยทำความเข้าใจแต่ถ้าหากไม่มา ทางทหารจะรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

เพื่อความปลอดภัยของครอบครัวดังกล่าวและเพื่อความเป็นธรรมแก่ทั้ง 2 ฝ่าย รวมถึงได้ ทำการร้องทุกข์ ที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดระนองต่อ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ในเรื่องของการข่มขู่ เนื่องจากถือว่าเป็นคดีอาญา

MThai News