เพื่อไทยซัด ทหารเกาะติดยิ่งลักษณ์ถือว่าคุกคาม

เพื่อไทย ซัด หทาร-ตร.เกาะติด “ยิ่งลักษณ์”  ถือว่า“คุกคาม-ไม่ให้เกียรติ” ชี้ เป็นการควบคุมตัวทางอ้อม

หลังจากเหตุการณ์ ขบวนรถ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตรัฐมนตรี ถูกหทารตรวจค้นและคอยติดตามความเคลื่อนไหวขณะเดินทางพักผ่อนกับญาติ ที่เชียงใหม่ จนหลายฝ่ายต่างวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมาก ขณะที่แม่ทัพภาค 3 สวนทันควันว่า ปฏิบัติตามหน้าที่และรักษาความปลอดภัยให้ผู้มีเกียรติวีไอพี

และยังมีข่าวว่าหทาร-ตร.ได้เฝ้าระวังติดตามความเคลื่อนไหว น.ส.ลักษณ์ตลอด 24 ชั่วโมง หวั่น ลี้ภัยไปต่างประเทศ ทำให้พรรคเพื่อไทย-นปช.และคนใกล้ชิด “น.ส.ยิ่งลักษณ์” ต่างออกโรงโต้ถึงการกระทำในลักษณะดังกล่าว

ยิ่งลักษณ์, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, ค้นรถยิ่งลักษณ์, คสช. ,ทหาร-ตร., วรชัย เหมะ, ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, นรวิชญ์ หล้าแหล่ง, เพื่อไทย, นปช., ทนายปู, ทนาย

นายวรชัย เหมะ อดีตส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ได้ออกมาตอบโต้ว่าการที่ทหารออกมาขอโทษและอ้างว่าไปดูแลรักษาความปลอดภัยให้วีไอพีนั้นคงไม่ใช่ ส่วนตัวคิดว่าเป็นการตรวจค้นแน่นอน เพราะได้มีการตรวจค้นรถของผู้ติดตาม แต่ที่ไม่ได้ตรวจค้นภายในรถของน.ส.ยิ่งลักษณ์นั้น เพราะเป็นอดีตนายกฯ

ขณะที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำนปช. ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ไม่มีประโยชน์ใดที่ฝ่ายมั่นคงจะตาม “กดดัน”หรือถึงขั้น”คุกคาม”นายกฯยิ่งลักษณ์ เพราะเปรียบเป็นการสร้าง”รอย”ความรู้สึกให้อีกฝ่าย จึงเห็นว่าหากมีการกระทำเช่นนี้ต่อไป ทางทหารควรหาแนวปฏิบัติที่สร้างความพอใจทั้ง 2 ฝ่าย พร้อม มั่นใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ มีความเป็นลูกผู้หญิงพอที่ไม่ติดใจเอาความใด และไม่หนีไปไหน เพราะขอสู้ในสนามประชาธิปไตย

ยิ่งลักษณ์, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, ค้นรถยิ่งลักษณ์, คสช. ,ทหาร-ตร., วรชัย เหมะ, ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, นรวิชญ์ หล้าแหล่ง, เพื่อไทย, นปช., ทนายปู, ทนาย

เมื่อ..เพื่อไทยซัด! ทหารคุกคาม”ยิ่งลักษณ์”

ด้าน นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ที่ปรึกษากฎหมายและทนายความ น.ส.ยิ่งลักษณ์ฯ กล่าวถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่า เพราะ คสช.ไม่อนุญาตให้ นส.ยิ่งลักษณ์ เดินทางไปต่างประเทศ จึงเดินทางไปเชียงใหม่ เพื่อทำบุญ แต่ระหว่างเดินทาง กลับประสบเหตุทหารตรวจค้นรถ

และแม้ว่า อดีตนายกฯ จะเดินทางไปที่ใดในจ.เชียงใหม่ พบ มีเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจคอยติดตามตลอดทั้งวัน และกลางคืนยังมีทหารมาเฝ้าหน้าบ้านพัก ซึ่งการกระทำลักษณะดังกล่าว แม้ไม่เป็นการควบคุมตัวโดยตรง แต่ถือได้ว่า เป็นการควบคุมตัวโดยทางอ้อมแล้ว ซึ่งเป็นการลิดรอนสิทธิความเป็นส่วนตัว และจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลด้วย

MThai News 

ตะกละ จระเข้ 100 ปี ตายหลังกินของเซ่นเกินขนาด

ศพจระเข้อายุ 100 ปี ลอยอืดกลางบึงในบังคลาเทศ เนื่องจากมีคนจำนวนมากนำอาหารไปบูชา เพราะเชื่อว่าจะทำให้เกิดโชคลาภ

วานนี้ (11ก.พ.) ผู้ใช้ยูทูบชื่อ ‘Ronny White’โพสต์คลิปวิดีโอ ความยาว 46 วินาที จระเข้อายุ 100 ปีในบังคลาเทศ ที่ตายลอยอืดอยู่กลางบึง โดยสาเหตุการตายนั้นเชื่อว่ามาจากการกินอาหารเกินขนาด หลังจากมีชาวบ้านจากทั่วทุกสารทิศ เดินทางมายังบึงแห่งนี้ ด้วยความเชื่อที่ว่า เมื่อนำอาหารมาบูชาจระเข้ชราตัวนี้ พวกเขาก็จะพบกับโชคลาภ

cats1

คำบรรยาคลิปวีดีโอระบุว่า สถานที่ของบึงแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ศาลเจ้าชื่อว่า ‘ซาดา อุพาซิลลา’ (Sadar Upazila) ในอำเภอเบเกอร์แฮท ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศบังกลาเทศ

จากคำบอกเล่าของประชาชนในระแวกดังกล่าว ระบุว่า ความตะกละของจระเข้เฒ่าตัวนี้ มักจะกินอาหารปริมาณมาก อย่างไม่หยุดหย่อน มีเท่าไหร่กินเท่านั้น ทำให้ตลอดช่วงปีที่ผ่านมาน้ำหนักของมันพุ่งขึ้นเกินมาตรฐาน และถูกพบเป็นศพในที่สุด

MThai News

ที่มา Ronny White สมาชิกเว็บไซต์ยูทูป

สู้ หรือ หนี ?ยิ่งลักษณ์โดนคดีหรือจะตามรอยพี่ชาย

เมื่ออำนาจเปลี่ยน เวียนมาปกครองด้วยระบอบทหาร ชื่อของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็กลายเป็นเพียง “อดีต” นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทยโดยทันที การยุบสภา ก้าวออกมาจากตำแหน่ง  ยังไม่ใช่บทสรุปในบทบาททางการเมือง แต่ถูกพ่วงคดีโครงการรับจำนำข้าวติดตัว ที่วันนี้ยังไม่รู้ชะตากรรมว่าจะออกหัวออกก้อย

ยิ่งลักษณ์ โดนคดี หรือจะตามรอยพี่ชาย

ยิ่งลักษณ์ โดนคดี หรือจะตามรอยพี่ชาย

ความเชื่อมั่นในโครงการจำนำข้าว ที่ผ่านมา เจ้าตัวนั่งยัน นอนยัน ว่าโครงการรับจำนำข้าว ประเทศไทยได้ประโยชน์ มากกว่าเงินที่ใช้ในโครงการ โดยไม่มีเหตุจำเป็นที่จะยกเลิกโครงการนี้  สุดท้าย อสส.สั่งฟ้อง ในคดีอาญา แม้จะไม่เป็นน่าพอใจสำหรับฝ่ายคนเสื้อแดง แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่พลิกโผตะลึงงัน เพราะคาดกันอยู่แล้วว่า จะเป็นไปในทิศทางใด

การที่ถูกอัยการสูงสุดสั่งฟ้อง ต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีโกงจำนำข้าว คาดว่าจะฟ้องได้ภายในวันที่ 21 กุมภาพันธ์นี้ เรื่องนี้ จะอยู่ หรือ หนี ตามรอยพี่ชาย กลายเป็นเรื่องที่น่าจับตา เพราะแม้กระทั่งจะเดินเหิน ไปมายังบ้านเกิดที่จ.เชียงใหม่ ก็ถูกจับตาอย่างใกล้ชิดจากฝ่ายทหาร ถึงขนาดส่งเจ้าหน้าที่ดูแลทุกฝีก้าว พร้อมตั้งด่านตรวจรถด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย

อย่างไรก็ดี เมื่ออัยการสูงสุดยังไม่ได้ส่งฟ้อง น.ส. ยิ่งลักษณ์ ก็เป็นเพียงผู้ต้องหา มีการถกเถียงกันว่า เหตุใด คสช. จึงไม่อนุญาตให้บินออกนอกประเทศ  หลังจากที่ได้ทำเรื่องขอเดินทางไปฮ่องกง ในวันที่ 8 ก.พ. 58 ที่ผ่านมา เหตุผลของ คสช. บอกชัดว่า เป็นอำนาจกฎอัยการศึกที่ได้ประกาศออกไป  ใครจะบินออกนอกประเทศก็ต้องเข้ามารายงานตัว หรือหากขืนไฟเขียวให้ออกนอกประเทศ หลายคนหวั่นว่า อาจจะเล่นตุกติก ตามไปอยู่กับทักษิณ ชินวัตร ก็เป็นได้

และหลังจากนี้ เมื่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ตกเป็นจำเลยตามคำฟ้องของอัยการที่จะระบุความผิดว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์กระความผิดในคดีรับจำนำข้าว ฐานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต จนศาลฎีกาฯประทับรับฟ้องแล้ว  การขอออกนอกประเทศ ก็ต้องไปยื่นเรื่องขอต่อศาลฎีกาฯ ไม่ทายก็ตอบถูกว่า คงจะเป็นเรื่องยากหากศาลฎีกาฯ จะปล่อยโบยบินหนีไป

จะอยู่สู้คดี หรือจะหนีไม่ยอมรับคำตัดสิน วันนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ต้องยอมรับชะตากรรม ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลบริหารประเทศ ก่อนจะปิดฉากทางการเมืองด้วยคำตัดสินตามกระบวนการยุติธรรม

มาถึงตรงนี้ ฝ่ายเพื่อไทยเองตั้งข้อสังเกตว่า มีการพยายามเอาผิดคนในตระกูลชินวัตร ไหนจะ ป.ป.ช. เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ สั่งสลายการชุมนุมปี 2551  ซึ่งจะมีการนัดฟังคำสั่ง 24 กุมภาพันธ์ นี้ ส่วนคดีสั่งสลายการชุมนุมเมื่อปี 2553 ในสมัยรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กลับไม่มีความคืบหน้า

อย่างไรก็ตาม โอกาสที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์จะชนะคดีหรือไม่ ต้องรอดูการสู้คดีตามขั้นตอนกระบวนการยุติธรรม กว่าคดีจะขึ้นไปชั้นศาล อาจจะยังคงต้องใช้เวลา วันนี้  น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็ยังคงใช้ชีวิตปกติ ยืนยันจะไม่หนี เพราะหากทำเช่นนั้น ก็เหมือนกับหนีความผิด ยอมรับไปโดยปริยาย และจะกลายเป็นอีกหนึ่งประวัติศาสตร์ ให้กล่าวขวัญถึงแบบซ้ำรอยเดิม

เพชรพิริยะ

MThai News