จะดีหรอ!! รถเมล์-รถไฟฟรี รอบใหม่ผู้ใช้ ต้องเงินเดือนต่ำกว่า 2,422 บ.

จะดีหรอ!! รัฐบาล เล็งแนวทาง ‘รถเมล์ – รถไฟฟรี’ รอบใหม่ผู้ใช้บริการ ต้องเงินเดือนต่ำกว่า 2,422 บ.

กระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ได้ประชุมร่วมกับ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร หรือ สนข. และ กรมการขนส่งทางบก เพื่อหารือเรื่องมาตรการลดภาระรายจ่ายของประชาชน ในส่วนของรถเมล์และรถไฟฟรี

ที่จะสิ้นสุดในวันที่ 31 กรกฎาคม นี้ จึงเตรียมความพร้อมออกมาตรการใหม่ในวันที่ 1 สิงหาคม 2558  นอกจากนี้ ยังเตรียมจะหารือ ร่วมกับกระทรวงแรงงาน เพื่อพิจารณา เตรียมหารือมาตรการช่วยเหลือผู้ที่มี รายได้น้อย

โดยเสนอส่วนลดค่าบริการ 50% ซึ่งผู้ใช้สิทธิต้องมีหลักฐานตรวจสอบได้ เบื้องต้นสำนักงานสถิติแห่งชาติเคยให้นิยามสำหรับผู้มีรายได้น้อย คือมีรายได้ต่อเดือนต่อคนต่ำกว่า 2,422 บาท ขณะนี้ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะออกมาในรูปแบบใด

MThai News

ผมนี่อึ้งเลย! รวมพฤติกรรมแสบ นักท่องเที่ยวจีน

เป็นข่าวกันถี่ซะเหลือเกินสำหรับพฤติกรรมนักท่องเที่ยวจีน ที่มักจะทำอะไรแปลกๆไม่แคร์สายตาผู้คน เรียกได้ว่าถ้าพูดถึงข่าวแปลกๆ เรามักจะนึกถึงเขาก่อนเลย MThai ข่าวภาคซ่าส์ วันนี้จึงขอสรุปข่าวเกี่ยวกับพฤติกรรมนักท่องเที่ยวชาวจีนที่ได้มาแผลงฤทธิ์ในไทยให้ทุกท่านได้ชมกัน

เรื่องเด็ดๆที่พึ่งผ่านมาเห็นจะเป็นกรณีนักท่องเที่ยวสาวชาวจีนรายหนึ่ง ได้นำชุดชั้นในสีชมพู และกางเกงในสีดำตากไว้บนเก้าอี้ผู้โดยสาร ภายในสนามบินนานาชาติจังหวัดเชียงใหม่ และยังนั่งเล่นมือถือ โดยไม่สนใจใคร ขณะที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของสนามบิน ยืนยันว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง

อีกกรณีคือลูกชายของอาจารย์ถวัลย์ ดัชนี ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) ได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊ค ตำหนิ นักท่องเที่ยวจีน หลังจากไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์บ้านดำ ที่ตั้งอยู่ที่ ต.นางแล อ.เมือง จ.เชียงราย แต่ดันไปทำหัวเสาบันไดที่เรียกว่า ‘เม็ดทรงมัณฑ์’ อายุกว่า 30 ปี หักซ้ำยังลักขโมยทรัพย์สินบ่อยครั้ง 

รวมพฤติกรรมนักท่องเที่ยวจีน

รวมพฤติกรรมนักท่องเที่ยวจีน

และประเด็นล่าสุดที่ทำ อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ เดือด ถึงขั้นประกาศห้ามนักท่องเที่ยวที่ไม่มีไกด์นำเที่ยวเข้าเขตวัดร่องขุ่นเด็ดขาด หลังนักท่องเที่ยวชาวจีนไปสร้างความวุ่นวาย ปัสสาวะและอุจจาระเรี่ยราด ทำสกปรกในห้องน้ำวัดร่องขุ่น ซึ่งทางสถานี CCTVของจีน ยังได้นำเรื่องดังกล่าวไปออกอากาศเมื่อวันที่ 6 ก.พ.58ที่ผ่านมา ทำให้โด่งดังไปทั่วโลก

ห้องน้ำวัดร่องขุ่น

ห้องน้ำวัดร่องขุ่น

อย่างไรก็ตามทางการจีนไม่ได้นิ่งนอนใจแต่อย่างใดซึ่งก่อนหน้านี้เว็บไซต์ของหนังสือพิมพ์ พีเพิลส์ เดลี ของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ได้รายงานคำกล่าวของ นายวาง  ยาง หนึ่งในผู้ช่วยนายกรัฐมนตรีจีน ที่ระบุว่า หน่วยงานทุกฝ่ายควรแนะนำนักท่องเที่ยวจีนให้เคารพหลักปฏิบัติและศีลธรรมทางสัมคม เคารพศาสนาและประเพณี ระวังคำพูดและการกระทำ รวมทั้งรักษาสิ่งแวดล้อม อย่างเช่น  พฤติกรรมที่ “ไร้ซึ่งความซิวิไลซ์” การส่งเสียงดัง และการถ่มน้ำลายของนักท่องเที่ยวกำลังทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศแย่ลง

บันไดพิพิธภัณฑ์บ้านดำ

บันไดพิพิธภัณฑ์บ้านดำ

ในที่นี้เราไม่ได้จะโจมตีเพียง นทท.จีนเพียงอย่างเดียว คนไทยเองก็เช่นกัน เมื่อปีที่ผ่านมาคนญี่ปุ่นได้โพสต์รูปและข้อความตำหนิคนไทย ว่า “อนาจใจ คนไทยอ่านภาษาไทยกันไม่ออก” เนื่องจาก  ยืนบนบันไดเลื่อนไม่ ‘ชิดขวา’ จนเป็นเหตุให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์และเกิดข้อถกเถียงถึงระเบียบปฏิบัติกันขึ้นในสังคมออนไลน์

และอีกกรณีที่ตกเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนัก หลังสมาชิกเว็บไซต์พันทิปท่านหนึ่งได้ไปตั้งกระทู้แฉเรื่องราวของคนไทยที่เกิดขึ้นเมื่อปีที่ผ่านมาว่า ได้ไปพบกับคนไทย 2คน คุยกันเสียงดังในรถไฟ และเมื่อถึงสถานีโตเกียวซึ่งเป็นสถานีที่คนลงเยอะ ซึ่งคนไทย2คนก็ยังไม่ลงแต่ยืนขวางทางพร้อมคุยกันอย่างสนุกสนาน จนลุงญี่ปุ่นคนหนึ่งชนพวกเธอและผลักออกไปข้างนอก คนไทย2คนก็ชักสีหน้าใส่แล้วตะโกน เป็นภาษาไทยว่า “อะไรวะ” ลุงญี่ปุ่นคนนั้นก็พูดกลับด้วยภาษาอังกฤษแบบชัดๆว่า “ประเทศไร้มารยาท”

ซึ่งเจ้าของกระทู้เผยว่า พักหลังมานี้นักท่องเที่ยวไทยเป็นชนชาติที่คนญี่ปุ่นมองว่าไร้มารยาทมากที่สุด เพราะแซงคิว เสียงดัง ชอบนั่งตามพื้นห้าง ทิ้งขยะ และชอบพูดจาแย่ๆกับพนักงานขายของ และในหลายๆสถานที่ท่องเที่ยวมีการติดป้ายประกาศเตือนในเรื่องมารยาทเป็นภาษาไทยภาษาเดียวเลย

อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะเป็นใคร ก็ทำผิดได้ด้วยกันทั้งนั้น ฉะนั้นแล้วหากรักที่จะท่องเที่ยวก็ควรช่วยกันอนุรักษ์ดูแลสถานที่ๆเราไปเยี่ยมเยียนกันด้วย ยิ่งปัจจุบันสื่อโซเชียลมันรวดเร็ว ถ้าถูกโพสต์แฉอาจจะได้รับความอับอายกันทั้งประเทศก็ได้

MThai News

หดหู่! เฒ่าวัย78เร่ร่อนออกจากบ้าน หลังยกที่ดินร้อยไร่ให้ลูก

สังคมหดหู่ พ่อเฒ่าวัย 78 เร่ร่อนออกจากบ้าน หลังยกสมบัติให้ลูก 6 คน

ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า พ่อเฒ่าวัย 78 ปี ชาวบางระกำ พิษณุโลก เร่ร่อนออกจากบ้าน เพราะทนอยู่กับลูกไม่ไหว ทั้งที่ยกทรัพย์สมบัติที่ดินร้อยไร่ให้ลูก 6 คนไปหมด เมื่อสอบถามข้อมูลทำให้ทราบว่า ท่านชื่อ จิบ ทองมี ภูมิลำเนาเดิมอยู่ ต.นิคมพัฒนา อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ได้ตัดสินใจออกจากบ้านโดยที่ไม่มีเงินติดตัวเลย

จนกระทั่งนายวิรัตน์ แดงซิว อดีตผู้ใหญ่บ้าน ม.6 บ้านยางแขวนอู่ อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ขับรถผ่านมาเจอและได้สอบถามเรื่องราว ทำให้ทราบว่าคุณตาจิบ ได้ออกจากบ้านมา เพราะทนอยู่กับลูกไม่ไหว นายวิรัตน์ จึงให้พามาพักอาศัยอยู่ที่บ้านได้เดือนกว่าแล้ว

นายวิรัตน์ เปิดเผยว่า ลุงจิบท่านออกจากบ้านมาเนื่องจากทนอยู่กับลูกไม่ไหว ก่อนหน้านี้ลุงจิบมีที่นาจำนวนหลายร้อยไร่ ได้ยกให้ลูกๆ จำนวน 6 คนไปทั้งหมด และก่อนที่จะออกจากบ้าน ได้อาศัยอยู่ในที่ดินที่ยกให้ลูกสาวในเขต อ.บางระกำ แต่ก็ทนลูกสาวไม่ไหว จึงตัดสินใจเดินออกมาจากบ้านไปเรื่อยๆ

เมื่อตนไปพบเจอเข้าจึงได้อุปการะพามาพักอาศัยอยู่ที่บ้าน เพราะสงสารมาก และมองว่าสังคมเราทำไมย่ำแย่ขนาดนี้ ลูก 6 คนไม่มีใครเลี้ยงพ่อ ซ้ำร้ายลุงจิบแกก็เป็นอัมพฤกษ์ด้วยเดินขาลาก ไม่ค่อยมีแรง เมื่อลุงจิบมาอยู่กับตน ลูกของลุงจิบก็รู้ แต่ไม่สนใจมารับกลับบ้าน ตนเห็นแล้วสงสารมาก จึงอุปการะให้พักอาศัยอยู่ที่บ้านตนจนถึงปัจจุบัน

ด้านคุณตาจิบก็ได้เปิดเผยว่า หลังจากได้แบ่งที่ดินให้ลูกๆไปหมดแล้ว ก็ได้ปลูกกระต๊อบอาศัยอยู่คนเดียวในที่ดิน ซึ่งยกให้ลูกสาวไปแล้ว ตลอดเวลาที่ผ่านมาตนไม่ได้อยู่นิ่ง เลี้ยงเป็ด เลี้ยงไก่ปลูกผักบ้าง ลูกสาวจึงคิดว่าตนจะไปเอาที่ดินคืน ทำให้รู้สึกน้อยใจ จึงต้องออกจากบ้านมา