ผ่านไปหมาดๆ กับ “เทศกาลตรุษจีน”ของชาวไทยเชื้อสายจีน ที่กระตุ้นเศรษฐกิจไทยให้คึกคักและสร้างความผ่อนคลายให้กับประชาชน ห้วงความสุข กลับ กระตุกอารมณ์เศร้า ในเหตุการณ์ลอบวางระเบิดคาร์บอมบ์เมืองนราธิวาส ที่มีผู้บาดเจ็บหลายราย และเหตุเครื่องบินขับไล่แบบ F16 ของฝูงบิน 103 กองบิน 1 นครราชสีมา ที่คร่าชีวิตนักบิน 1 ราย เมื่อวันที่ 20 ก.พ. ที่่ผ่านมา
ผ่านความเศร้า เข้าสถานการณ์ศึก “ผ้าเหลือง” ปม มหาเถรสมาคมชี้ชัด “ธัมมชโย” ไม่ต้อง อาบัตปาราชิก ฉีกพระลิขิตพระสังฆราชฯปี 2542 จนเป็นเรื่องโด่งดังข้ามฝั่ง “พระพุทธะอิสระ” ออกทัพนำมวลชน ไล่จี้ให้ตรวจสอบทรัพย์ “มหาเถร” ลามไปจน “ยื่นฟ้อง DSI ให้รื้อคดี “วัดพระธรรมกาย” มาเป็นคดีพิเศษ ในวันที่ 22-23 ก.พ.58
ห้วงเหตุการณ์ “รับตรุษจีน” ยังไม่สิ้นสุด กลับกระหน่ำซ้ำเข้าสถานการณ์ “การเมืองร้อนๆ” 22 ก.พ.ที่ผ่านมา ถึง 2 จุด ในวันเดียว !!!
ร้อนแรก(ร้อนมาก)…กับกลุ่มเคลื่อนไหว นาม “เสรีชนไทยแลนด์ 58” เคลื่อนพลแจกเสื้อเชิงสัญลักษณ์และใบปลิวแถลงการณ์ที่อนุสาวรีย์ชัยฯเรียกร้องให้รัฐบาลเปิดเวทีกลางรับฟังความคิดเห็นประชาชนและยกเลิก “กฏอัยการศึก”

เป็นอีกกลุ่ม น้องใหม่ แต่ อายุรุ่นใหญ่ “อยากกางปีก”แสดงออกความคิดและเสรีภาพ ขึ้นสังเวียนท้าท้าย อำนาจ คสช.!
ย้อนไป เมื่อวันที่ 22 ก.พ. เวลา 10.00 น. นายอัครกฤษ นุ่นจันทร์ ประธานกลุ่มเสรีชน Thailand 58 พร้อมพวกอีก 3 คน ได้มีการนำเสื้อกลุ่มเสรีชนไทยแลนด์ 58 ที่มีรูปนกถูกมัดปากและขา พร้อมด้วยใบปลิวเเถลงการณ์ของกลุ่ม เเจกให้กับประชาชนในบริเวณนั้น
โดยเนื้อหาระบุ ไม่ได้มาชุมนุมประท้วง หรือกระทำการท้าท้ายกฎอัยการศึก เพียงเเต่เพื่อต้องการแสดงความคิดเห็นให้รัฐบาลเปิดเวทีกลางเพื่อระดมความคิดเห็นจากประชาชนทั่วไป เพื่อแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเเพง ลดค่าครองชีพ และปัญหาในด้านต่างๆ
แต่…ยังไม่ทันอ่านแถลงการณ์ กลับถูก เจ้าหน้าที่ตำรวจ รวบตัวทันที
ปิดปากประชาชน ผมโดนมัดปากแล้วพี่น้อง !!!

“คำโวย” ดังลั่นตลอดเส้นทางที่ถูกคุมตัวของกลุ่ม กลุ่มเสรีชน Thailand 58 ที่พยายามสะท้อนให้เห็นว่า
“ยังไม่ทันกางปีก แสดงเสรีภาพ ปีก กลับถูกหักเสียแล้ว”
ผ่านไป 4 ชั่วโมง ที่สน.พญาไท หลังถูกสอบปากคำและปรับทัศคติ พร้อมจ่ายค่าปรับ คนละ 100 บาท ข้อหา “ก่อความรำคาญ”
“จุดยืน” กลายเป็น “จุดเปลี่ยน”
เมื่อประธานกลุ่มฯ กลับออกมาขอโทษและแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
“ต้องขอโทษและแสดงความเสียใจด้วยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารด้วย เนื่องจากตามที่ได้ยื่นแถลงการณ์จัดกิจกรรมไปในวันนี้นั้น ก็เพราะเข้าใจผิดคิดว่ารัฐบาลไม่มีเวทีให้ประชาชนได้แสดงความคิดเห็น ซึ่งทางกลุ่มไม่ทราบมาก่อนว่าก่อนหน้านี้ทางรัฐบาล ได้จัดเวทีให้แสดงความคิดเห็นที่ทำเนียบรัฐบาล และที่ศูนย์ดำรงธรรมตามจังหวัดต่างๆ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ก็ได้พูดคุยทำความเข้าใจแล้ว อย่างไรก็ตามหลังจากนี้พวกตนจะให้ความร่วมมือกับทางรัฐบาลในการพัฒนาประเทศเต็มที่ในฐานะประชาชน พร้อมทั้งฝากประชาชนทั่วไปว่าอย่าเข้าใจผิดแบบพวกตน”
ถือว่า หลักการ “ปรับทัศนคติ” ของรัฐบาลทหาร ได้ผลชนิดทันควัน !
ร้อนสอง(ร้อนน้อย)…กับเวทีเสวนา ย้อนรำลึกขบวนการประชาธิปไตย 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2492 (กบฏวังหลัง)โดยนายปรีดี พนมยงค์ จัดขึ้นโดย นายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล คณะกรรมการห้องสมุดสันติประชาธรรม ที่ประกอบไปด้วยกลุ่มนักเรียน นักศึกษา ที่ห้องสมุดสันติประชาธรรม ถนนเจริญนคร เขตคลองสาน กทม.

งานนี้ … ขออนุญาตจัดเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน และ มีนายทหารใหญ่ ร่วมเฝ้าสังเกตการณ์ !
ประวัติศาสตร์ “สมัยกบฏวังหลวง” ถูกนำมาเป็นหัวข้อการเสวนา พร้อม “ธงความเชื่อ” ที่ว่า หากนายปรีดีทำการสำเร็จในครั้งนั้น อาจได้เห็นการสถาปนาประชาธิปไตยที่ยั่งยืน
อนึ่งว่า “จากการรัฐประหารล้มรัฐบาลของ พล.ร.ต.ถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ เมื่อปี 2490 นายปรีดีจึงได้รวบรวมพรรคพวกที่มีแนวความคิดเชื่อมั่นในหลักของประชาธิปไตยต่อต้านกลุ่มคณะรัฐประหาร จึงจำเป็นต้องใช้วิธีการรัฐประหารซ้อนขึ้นมา ไม่ได้อยากยึดอำนาจมาเป็นของตัวเอง แต่เพื่อต้องการฟื้นฟูประชาธิปไตย สุดท้ายแล้วเลยทำไม่สำเร็จ กลายเป็นความพ่ายแพ้ของฝ่ายประชาธิปไตยให้กับฝ่ายรัฐประหาร จากนั้นจึงเห็นการรัฐประหารอยู่เรื่อยมา”

เมื่อการเสวนา…ไม่มีการพูดพาดพิงสถาบัน – ปลุกระดมปลุกปั่น กิจกรรมนี้ จึงเป็นไปโดยราบรี่น
2 เหตุการณ์ความเคลื่อนไหว “ทั้งสำเร็จ-ไม่สำเร็จ”
ต่างมาพร้อมข้อสังเกตว่า ขณะนี้เริ่มมี “ปีกเล็ก-ปีกใหญ่” ออก “เคลื่อนไหว ใต้อัยการศึก” และที่สำคัญ มักเกิดในห้วง “เทศกาล” ?
ย้อนไป…เทศกาลแห่งความรัก 14 กุมภา วาเลนไทน์ กับ กิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ “เลือกตั้งที่(ลัก) รำลึกการเลือกตั้ง 2 ก.พ.2557 ที่โมฆะ ของกลุ่มพลเมืองโต้กลับ Resistant Citizen ที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวเช่นกัน แต่ ….ถูกดำเนินคดี !

ขณะนี้ เหตุการณ์ “กางปีกเสรีภาพ” เริ่มปรากฏ”กลุ่มต่างๆ ออกมาเคลื่อนไหว “ท้าทายอำนาจ” อย่างต่อเนื่อง จนถึงขั้น “เรื่องละสัปดาห์” ภายใต้กฏอัยการศึกนี้
เป็นเรื่องน่าจับตา ! ว่าจะมีใคร หรือ กลุ่มใด จะขึ้น “สังเวียน” งัดข้อ “อัยการศึก” กับ รัฐบาลทหาร นี้อีกเมื่อใด และ เป็นเรื่องท้าท้าย รัฐบาล เช่นกัน ที่จะหามาตรการ หรือ แนวทางใด มาใช้ จัดการปัญหานี้ ให้จบสิ้นไปได้
เพราะ … เห็น “ไก่ถูกเชือด” มาหลายตัวแล้ว แต่…บังเอิญ “ลิง”คงไม่ได้ดู กระมัง ???
ขอบคุณภาพ เพจ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน / serichon.us
ชัยพัฒน์
MThai News