ลูกใคร? สาวออสซี่โพสต์หาพ่อ หลังรักสนุกจนท้อง

ชาวสังคมออนไลน์ รุมประณาม หญิงสาวชาวออสเตรเลีย ประกาศหาพ่อของลูกผ่านเว็บไซต์ ‘กัมทรี’ หลังมีความสัมพันธ์แบบวันไนท์ สแตนด์

วานนี้ (15 มี.ค.) เว็บไซต์ข่าวสารออนไลน์ ‘มิรเรอร์’ รายงานเรื่องราวของ ‘เบียนการ์ ฟาเซย์’ วัย 25 ปี หญิงสาว ที่ตัดสินใจโพสต์ข้อความ ประกาศตามหาชายหนึ่งชื่อว่า เจเรมี่ วัย ประมาณ 20 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ในเมืองมอร์ลี่ย์ ประเทศออสเตรเลีย ผ่านเว็บไซต์คลาสสิฟายด์ ‘กัมทรี’ เนื่องจากเธออ้างว่าเขาคือบิดาของลูก หลังจากที่ทั้งสองมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งแบบชั่วข้ามคืนกันเมื่อปีที่แล้ว

MAIN-Bianca-Fazey (1)

เนื้อความระบุว่า ‘ฉันตามหาชายคนหนึ่ง ชื่อ เจเรมี่ เราสองคนพลัดพรากจากกัน’

‘ฉันพบเขาในวันที่วันพุธที่ 23 เมษายน 2014 ที่ฮาเล็มแห่งหนึ่ง เรามีความสัมพันธ์กันในที่สุด ฉันรู้เพียงว่าเขาอาศัยอยู่ในเมืองมอร์ลี่ย์ ฉันหวังว่าจะมีใครบางคนรู้จักเขา เขาทั้งหล่อ มีมนุษยสัมพันธ์ดี น่ารัก และเป็นสุภาพบุรุษ’

ซึ่งขณะนี้ ยังไม่แน่ชัดว่าพ่อหนุ่มคนดังกล่าวออกมาแสดงความรับผิดชอบหรือไม่ แต่หลังจากที่เธอโพสต์ข้อความดังกล่าว ผู้ใช้สื่อสังคมหลายราย เข้ามากระหน่ำโจมตี แสดงความเกลียดชัง ต่อการตัดสินใจประกาศหาชายคนดังกล่าว บางคนถึงขั้นแสดงความเห็น ว่าเธอควรจะทำแท้งเสีย เนื่องจากเธอไม่มีคุณสมบัติของการเป็นแม่คน แต่กระนั้น เธอออกมาตอบโต้ว่า เธอรักลูกของเธอ และเป็นแม่ที่ดีได้อย่างแน่นอน

Bianca-Fazey

MThai News
ที่มา mirror

ชาญวิทย์แก๊งบึ้มศาลฯ ปัดทุกข้อหา ยันไม่รู้จักเดียร์

ตำรวจนำตัว 4 ผู้ต้องหาบึ้มศาลอาญา ขออำนาจศาลทหารกรุงเทพฝากขังผลัดแรก พร้อมคัดค้านการประกันตัว ชาญวิทย์ปฏิเสธทุกข้อหา ยืนยันไม่รู้จัก ‘เดียร์-อเนก’

วันนี้ (16 มี.ค.) พนักงานสอบสวนจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล คุมตัวนายสรรเสริญ หรือสัน ศรีอุ่นเรือน, นายชาญวิทย์ จริยานุกูล, นายวิชัย อยู่สุข และนายนรภัทร หรือบาส เหลือผล ผู้ต้องหาชุดที่2 ร่วมกันวางแผนก่อเหตุปาระเบิดอาร์จีดี 5 ใส่ลานจอดรถศาลอาญารัชดาภิเษก เมื่อวันที่ 7 มี.ค.ที่ผ่านมา

ชาญวิทย์ แก๊งบึ้มศาลอาญา ปัดทุกข้อหายันไม่รู้จัก 'เดียร์'

ชาญวิทย์ แก๊งบึ้มศาลอาญา ปัดทุกข้อหายันไม่รู้จัก ‘เดียร์’

มายื่นคำร้องขออำนาจศาลทหารกรุงเทพฝากขังผัดแรก เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 16-27 มี.ค.2558 พร้อมคัดค้านการประกันตัวเนื่องจากเป็นคดีสำคัญ มีอัตราโทษสูง เกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี หลังได้รับส่งมอบตัวจากทหารที่ควบคุมตัวตามกฎอัยการศึก

ในข้อกล่าวหาร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน,กระทำให้เกิดระเบิดจนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์ของผู้อื่น,มีและใช้กระสุนปืนสงคราม,มีและใช้อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน,พกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านและสาธารณะโดยไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์, มียุทธภัณฑ์ทางทหารไว้ในครอบครองไว้โดยไม่ได้รับอนุญาต, ยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้านหรือชุมชน รวมถึงฝ่าฝืนคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่50/2557 ทั้งนี้ ในส่วนของนายนรภัทรได้ถูกแจ้งข้อกล่าวหาก่อการร้าย อั้งยี่ ซ่องโจรเพิ่มเติมด้วย

ทั้งนี้นายชาญวิทย์ กล่าวก่อนเข้ารับฟังการพิจารณาคำร้องของศาลทหารกรุงเทพฯ โดยยอมรับว่าได้มีการประชุมจริงที่จ.ขอนแก่น แต่ไม่เกี่ยวข้องกับการวางแผนปาระเบิดศาลอาญา โดยเป็นเพียงการประชุมหารือทางการเมือง เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ตนจะปฎิเสธทุกข้อกล่าวหาของพนักงานสอบสวน โดยที่ผ่านมาตนให้ความร่วมมือในการตอบข้อซักถามของเจ้าหน้าที่ทหาร พร้อมยืนยัน ไม่รู้จักนางสุภาพร มิตรอารักษ์ หรือนางเดียร์ และนายมนูญ ชัยชนะ หรืออเนก ซานฟราน แต่ยอมรับว่าเคยติดตามข้อมูลข่าวสารของอเนกผ่านโซเชียลมีเดีย

สำหรับคดีดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจออกหมายจับผู้ต้องหารวม 14 คน สามารถจับกุมได้แล้ว 12 คน และอยู่ระหว่างหลบหนีอีก 2 คน

ขอบคุณข้อมูลจาก ข่าวสดออนไลน์

MThai News

เอาแน่! คลังรับปากลุยภาษีที่ดิน เริ่มในรัฐบาลนี้

‘คลัง’ รับปากจะดันภาษีที่ดินภายในรัฐบาลนี้ ระบุจะช่วยหนุนการลงทุนภาครัฐ ในอนาคต 

นายสมหมาย ภาษี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า จะผลักดันร่างพระราชบัญญัติภาษีบ้านและที่ดินให้ เกิดขึ้นใน รัฐบาลนี้ เนื่องจากมีความจำเป็นที่จะต้องปฏิรูประบบการคลังและการหารายได้ของภาครัฐ

เพื่อรองรับการใช้จ่ายในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ของรัฐบาลในอนาคต ซึ่งภายในระยะเวลา 2 สัปดาห์นี้จะมีการปรับปรุงร่างกฎหมายใหม่ ก่อนที่จะนำร่างที่แก้ไข ส่งให้กับนักวิชาการ รวมถึง ผู้ที่เกี่ยวข่องได้แสดงความคิดเห็น

และเมื่อรัฐบาลมีความพร้อมจึงจะนำเข้าสู่การพิจารณาของ คณะรัฐมนตรี หรือ ครม. โดยยจะยกตัวอย่าง การลดหย่อนภาษีที่เพิ่มขึ้นของบ้านที่อยู่อาศัย ล่าสุด

เช่น บ้านที่อยู่อาศัยมูลค่าไม่เกิน 2 ล้านบาท มีภาระภาษี ร้อยละ 25 ของฐานภาษีร้อยละ 0.01 หรือ คิดเป็นภาระภาษีเพียง 250 บาท ต่อ 1 ล้านบาท

ส่วนบ้านที่มีมูลค่า 3-4 ล้านบาท คิดเป็นภาระภาษีร้อยละ 50 หรือ 500 บาท ต่อ 1 ล้านบาท ทำให้บ้านที่มีมูลค่า 4 ล้านบาทจะเสียภาษีเพียง 1,500 บาท ต่อ ปี

อย่างไรก็ตาม หากกฎหมายนี้มีผลบังคับใช้ในปี 2560 จะทำให้ภาครัฐสามารถจัดเก็บรายได้เพิ่มขึ้นอีก 200,000 ล้านบาท จากปัจจุบันที่สามารถจัดเก็บภาษีโรงเรือนได้เพียง 20,000 ล้านบาท ต่อ ปี
MThai News