แพทย์ภารตะผ่าก้อนผมยาว4ฟุตจากท้องเด็ก4ขวบ

เด็กชายวัย 4 ขวบ ป่วยประหลาด มีอาการปวดท้องรุนแรงผอมโซ รักษามาหลายที่แต่ไม่หาย สุดท้ายพบก้อนผมยาว 4 ฟุตอยู่ในท้อง

วันนี้ (15 มี.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานข่าว ‘สิแวม คูมาร์’ เด็กชายวัย 4 ขวบ ซึ่งอาศัยอยู่ในกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย ซึ่งได้รับการวินิจฉัยในภายหลังว่าป่วยในภาวะ ‘ราพันเซลซินโดรม’ ซึ่งเป็นภาวะที่หาได้ยาก โดยมีก้อนเสันผม อยู่ภายในกระเพาะอาหาร

PAY-Sivam-Kumar

หลังมีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง รวมทั้งยังขาดสารอาหารและมีรูปร่างผ่ายผอมผิดปกติ ในขั้นแรก แพทย์วินิจฉัยว่า เขามีอาการติดเชื้อในกระเพราะอาหาร ที่สามารถรักษาให้หายด้วยยาตามปกติเท่านั้น แต่หลังจากเวลาผ่านไป อาการก็ยังไม่ดีขึ้น ครอบครัวของหนูน้อยได้พยายามเปลี่ยนแพทย์ที่ทำการรักษาหลายครั้ง แต่อาการก็ยังไม่ดีขึ้น จนพ่อแม่ของเด็กคิดว่าเด็กคงต้อยเสียชีวิตในสักวัน

อย่างไรก็ตาม ดร. Shilpa Sharma ผู้ช่วยศาสตรจารย์แผนกเด็ก ประจำสถาบันวิทยาศาสตร์การแพทย์ของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงนิว เดลี สามารถไขปริศนาอาการป่วยประหลาดของหนูน้อยได้ในที่สุด และค้นพบว่า กระเพาะอาหารของเขาเต็มไปด้วยเส้นผมที่ปิดทางเดินอาหารไว้

โดยท้ายที่สุดแล้วการผ่าตัดได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 4 มี.ค. ที่ผ่านมา เพื่อนำก้อนเส้นผม ยาว 4 ฟุต ออกจากกระเพาะหนูน้อย ซึ่งมีความยาวครอบคลุมพื้นที่ของกระเพาะอาหาร รวมไปถึงส่วนของลำไส้ ซึ่งสาเหตุหลัก เกิดจากการที่หนูน้อย กลืนเส้นผมของตัวเองลงท้องสะสมเป็นระบะเวลานานกว่า 9 เดือน จนกลายเป็นก้อนผมขนาดใหญ่ที่อุดตันทางเดินอาหาร และทำให้เกิดความผิดปกติที่กล่าวมาในข้างต้น

PAY-Sivam-Kumar (1)

PAY-Sivam-Kumar (2)

MThai News
ที่มา madworldnews

ไฟไหม้โรงสีบุรีรัมย์ ข้าว สารวอด100ตันสูญ 40ลบ.

ไฟไหม้โรงสีข้าว บุรีรัมย์ รถดับเพลิงระดมฉีดน้ำสกัดเพลิงนานกว่า 2 ชั่วโมง เครื่องจักรเสียหาย ข้าวสารเตรียมส่งออกวอด 100 ตัน มูลค่ากว่า 40 ล้านบาท

เมื่อเวลา 04.30 น.วันนี้ (16 มี.ค.) ตำรวจสภ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ รับแจ้งเกิดเหตุเพลิงไหม้โรงสีข้าว บริษัท ยูนิเวอร์แซลไรส์ จำกัด ตั้งอยู่ถนนสายประโคนชัย – ปราสาท เลขที่ 134 ม.5 ต.ประโคนชัย อ.ประโคนชัย จึงประสานรถดับเพลิงเทศบาลตำบลประโคนชัย และพื้นที่ใกล้เคียง รุดไปยังที่เกิดเหตุอย่างเร่งด่วน

ไฟไหม้โรงสีบุรีรัมย์ ข้าวสารวอด100ตัน

ไฟไหม้โรงสีบุรีรัมย์ ข้าวสารวอด100ตัน

ที่เกิดเหตุพบเพลิงกำลังโหมลุกไหม้เครื่องจักรที่ใช้สำหรับสีข้าว ซึ่งอยู่ภายในอาคารไม้อย่างรุนแรง และเพลิงได้ลุกลามไหม้ข้าวสารที่อยู่ภายในด้วย จากนั้นเจ้าหน้าที่ดับเพลิงทั้งเทศบาล และ อบต.ได้ช่วยกันระดมฉีดน้ำสกัดเพลิงที่กำลังโหมลุกไหม้ แต่เนื่องจากจุดเกิดเหตุเป็นอาคารไม้ ประกอบกับมีกระสอบบรรจุข้าวจำนวนมาก จึงเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ทำให้ยากต่อการควบคุมเพลิง โดยเจ้าหน้าที่ต้องทำการฉีดน้ำสกัดเพลิงนานกว่า 2 ชั่วโมง เพลิงจึงสงบ

จากการตรวจสอบพบว่า เครื่องจักรซึ่งมีกำลังการผลิต 150 ตันต่อวัน และข้าวสาร ได้ถูกเพลิงไหม้เสียหายเกือบทั้งหมด แต่โชคดีที่เพลิงไม่ได้ลุกลามไปยังโกดังที่อยู่ใกล้เคียง และไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด

จากการสอบถาม นายโชติพัฒน์ บุญมาตระพัฒน์ ผู้จัดการโรงสี กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุตนและครอบครัวนอนอยู่บ้านพักด้านหน้า กระทั่งช่วงเช้ามืดได้ยินเสียง รปภ.ตะโกนบอกว่าไฟไหม้ จึงรีบวิ่งออกมาดู ก็พบเพลิงกำลังลุกไหม้อาคารที่ใช้สำหรับสีข้าว ซึ่งภายในมีข้าวหอมมะลิ ที่ทางโรงสีรับซื้อไว้ และได้ทำการสีเตรียมไว้ส่งออก ได้รับความเสียหายกว่า 100 ตัน ซึ่งจากการประเมินเบื้องต้นทั้งเครื่องจักร ข้าวสาร และอาคารที่ถูกเพลิงไหม้ คาดว่ามูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 40 ล้านบาท

เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเหตุดังกล่าว เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร อย่างไรก็ตาม ต้องรอผลตรวจพิสูจน์ของเจ้าหน้าที่กองวิทยาการอีกครั้ง

ขอบคุณข้อมุลจาก ข่าวสดออนไลน์

MThai News

ศึกผ้าเหลือง พุทธะอิสระ-มหาโชว์ สะเทือนวงการสงฆ์

หลังมติมหาเถรสมาคม(มส.) ออกโรงยัน คดี”พระธัมมชโย” สิ้นสุดแล้วปี 2552 หากรื้อคดี ต้องฟ้องใหม่ จบมหากาพย์ “ปมร้อนธรรมกาย” ภายใต้ความงุนงงของมหาชนที่ติดตามเรื่องร้อนนี้มาแต่อดีต และกระแสฮือฮาใหม่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

คดีเก่าจบไป แต่ คดีใหม่ กำลังไล่ล่าหาผู้กระทำผิดและเครือข่ายปมทุจริตสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น โดย “พระธัมมชโย”อาจมีเอี่ยว !!!

ในหลายเรื่อง ที่ “ร้อน” วงการสงฆ์ “พระธัมมชโย” มักมีบทบาท … แถมยังรับ “บทเด่น”

ไม่แพ้ อีก 1 พระ…ที่ขณะนี้ “เด่น” และ “ดัง” โดยเฉพาะ เรื่อง “เคลื่อนไหว” ซึ่งแต่เดิม เคยเคลื่อนการเมือง ปักหลักแถวเเจ้งวัฒนะ ครั้งนี้ เคลื่อนการสงฆ์ เป้าหมาย คือ เอาผิด และ “สึก” “พระธัมมชโย” ให้ได้

พุทธะอิสระ, มหาโชว์, ธัมมชโย, วัดพระธรรมกาย, สหกรณ์ยูเนี่ยนคลองจั่น
“หากทำให้ ธัมมชโย สึกไม่ได้ ฉันจะสึกเอง”

วาจาเด็ด ของ “พระพุทธะอิสระ” ที่ลั่น จะลาสิกขาทันที หากทำให้ “พระธัมมชโย”สึกจากความเป็นพระไมได้ เพราะละอายที่ไม่สามารถช่วยรักษาพระธรรมวินัยไว้ได้ โดยชีวิตนี้ ขอทุ่มเทเพื่อปกป้องชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ย้ำชัดๆ ไม่ฝักใฝ่การเมืองใดให้ใครมาจูงจมูกได้

วาจานี้ ลั่น ได้เพียง 3 วัน ก่อนมีมือมืดดอดบุกยิงถล่มหน้าวัดอ้อน้อย เมื่อคืนวันที่ 9 มี.ค. คืนเดียวกันกับ “เหตุระเบิดศาลอาญา” แต่ คดีศาล ตำรวจตามจับกุมคนร้ายและผู้จ้างวานได้เกือบหมด โยงปมการเมือง ยกเว้น คดีวัด ยังไม่รู้ผู้ก่อเหตุ และ จะโยงปม….?

พุทธะอิสระ, มหาโชว์, ธัมมชโย, วัดพระธรรมกาย, สหกรณ์ยูเนี่ยนคลองจั่น

นับตั้งแต่ มส. มีมติไม่ “ปาราชิก พระธัมมชโย”เมื่อกลางเดือน ก.พ. เรื่องราววงการสงฆ์ บานปลายใหญ่โต โดยปรากฏ”พระพุทธะอิสระ” ออกเคลื่อนไหวตั้งแต่เกิดเรื่อง ยัน จบเรื่อง ทั้งเรื่องการนำ “สังฆทานกางเกงในดอกไม้จันทร์” ถวายเหล่า มส. ณ วัดปากน้ำ

การยื่นหนังสือต่อนายไพบูลย์ นิติตะวัน สมาชิก สปช.ในฐานะ คกก.ปฏิรูปศาสนาฯ สปช. ให้ตรวจสอบ ความไม่โปร่งใสใน มติ มส.ไม่ปาราชิก”พระธัมมชโย” และเส้นทางการเงินของวัดพระธรรมกาย

การยื่นหนังสือต่อ มล.ปนัดดา ดิศกุล รมต.สำนักนายกฯ เสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ผลักดันปฏิรูปศาสนาและตั้งคณะพิทักษ์คุ้มครองพระพุทธศาสนา โดยบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญ

การขอให้ DSI รื้อฟืนคดีพระธัมมชโย และรับเป็นคดีพิเศษ การขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน ตรวจสอบกรณีอัยการมีคำสั่งฟ้องคดีพระธัมมชโย ปี 2549

การเข้าแจ้งความกับกองปราบปรามดำเนินคดีพระธัมมชโยข้อหาหลอกลวงประชาชนและฉ้อโกง รวมถึงเอาผิดเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี และกรรมการ มส. ฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ กรณีพระธัมมชโย

พุทธะอิสระ, มหาโชว์, ธัมมชโย, วัดพระธรรมกาย, สหกรณ์ยูเนี่ยนคลองจั่น

โดยทั้งหมดนี้ “พระพุทธอิสระ” ย้ำหนักหนาว่า ทำเพื่อ “ปกป้องพระธรรมวินัย”

ตลอดการเคลื่อนไหวของ”พระพุทธอิสระ” ใช่จะเดินสบายเท้าได้เสมอ เพราะแม้ได้พื้นที่ข่าวในแต่ละวัน แต่ต้องเดินสะดุด กับผู้ไม่เห็นด้วยเกี่ยวกับการกระทำดังกล่าว ทั้งฆาราวาส และ พระสงฆ์ รวมถึงองค์กรศาสนา ต่างออกมาติเตือน “การเคลื่อนไหว” เหมาะสมหรือไม่ ทั้งที่อยู่ใน “คราบพระ”

ที่สำคัญ ภายใต้กฏอัยการศึกของรัฐบาลทหาร “บิ๊กตู่” การออกเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องเช่นนี้ กระทำได้หรือ ? … และไม่ฝ่าฝืนกฏ คสช.แต่อย่างใด ตามที่เหล่าคณะนิสิต ม.จุฬาฯ เรียกร้องให้ดำเนินคดี “พระพุทธะอิสระ” นำมวลชนเกินกว่า 5 คน บุกวัดปากน้ำฯ

ตามมาติดๆ คู่ปรับ “พริกกะเกลือ” อย่าง “พระมหาโชว์ ทัสสนีโย” ที่ปรึกษาสมาคมนักวิชาการเพื่อพระพุทธศาสนา (สนพ.) ก็ไม่นิ่งนอนใจ กับการเคลื่อนไหวรายวัน “พระพุทธะอิสระ” ออกโรงป้องชื่อเสียงสมเด็จวัดปากน้ำฯและคณะกรรมการ มส. แจ้งความกองปราบฯ

(รอบแรก) เอาผิด “พระพุทธะอิสระ” เหตุพฤติกรรมไม่เหมาะสม ทั้งการแสดงออกผ่าน facebook และนำมวลชนคุกคาม ปฎิบัติ หน้าที่สมเด็จพระสังฆราช

พร้อมทั้งยัง เปรย วาทะเน้นๆ“อย่าว่าใครอาบัติปาราชิก เพราะ “พุทธอิสระ” เข้าข่ายอาบัติปาราชิกนานแล้ว ตั้งแต่ขัดขวางการเลือกตั้ง และนำมวลชนไปยังโรงแรมเอสซีปาร์ค เพื่อเรียกรับเงิน !!!

(รอบสอง) ล่าสุด 15 มี.ค. พระมหาโชว์ เข้ายื่นหนังสือให้ พระครูอุดมพัฒนคุณ เจ้าอาวาสวัดพระไกรสีห์ และเจ้าคณะแขวงบางกะปิ-วังทองหลาง “สึก” พระสุวิทย์ ธีรธมฺโม หรือ “พระพุทธอิสระ” เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย กรณีนำมวลชนไปเข้าพักที่โรงแรมเอสซีปาร์ค และ ข่มเหงหรือกรรโชกทรัพย์ ต้องอาบัติปาราชิก

พุทธะอิสระ, มหาโชว์, ธัมมชโย, วัดพระธรรมกาย, สหกรณ์ยูเนี่ยนคลองจั่น

โดยจะรอผลพิจารณา 15 วัน ว่าจะ ดำเนินการ “สึก” หรือไม่ … หากไม่! จะดำเนินเข้ายื่นหนังสือต่อเจ้าคณะตามลำดับสงฆ์ต่อไป

การเข้ายื่นหนังสือ 2 รอบ ของ “พระมหาโชว์” ยังยืนกราน “ปาราชิก” สึก “พระพุทธอิสระ” ปมจากเหตุการเมืองเมื่อครั้ง “ม๊อบ กปปส. เล่นประเด็นเดิม แต่จัดหนัก เอาความเหมาะสมเป็นหลัก ให้คนไทยได้ร่วมตัดสิน

เพราะตลอดการเคลื่อนไหวของ “พระพุทธอิสระ” ทั้งเรื่องการเมือง และ เรื่องสงฆ์ ที่ผ่านมา ยังไร้ผู้ใดมา “ต่อกร”

แต่….ครั้งนี้ ลมเปลี่ยนทิศ สะกิดศึกผ้าเหลืองร้อน มี “พระธัมมชโย” เป็นชนวนจุดไฟ ให้ “พระพุทธะอิสระ” – พระมหาโชว์” ท้ารบ เรียกได้ว่า …”เปลี่ยน(เป้า)ปาราชิก”

สงครามใดที่แน่ อาจต้องแพ้ สงครามพระไทย เป็นทีน่าจับตา … ใน 15 วัน จะมีการสึกหรือไม่ ? ไม่ว่าผลออกมาอย่างไร การเคลื่อนไหวยังไม่จบสิ้น และคงทวีความร้อนเเรงมากขึ้น

จะมีหน่วยงานใด ออกมายับยั้ง “ศึกครั้งนี้” ได้ เพราะ หากเป็น มส. คงจะเลี่ยง เนื่องจากยังมีชนักติดหลัง เรื่องความโปร่งใสกรณีพระธรรมชโย หากเป็นสำนักพุทธฯ คงเป็นเสือคาบดาบ ที่ฟันไม่เข้าสักที และหากเป็น คกก.ปฏิรูปศาสนา สปช. คงจะไม่ได้แล้ว เพราะเพิ่งประกาศยุบตัวเองไปช่วงสัปดาห์ก่อน หลังทนกระแสกดดันหลายฝ่ายไม่ไหว

งานนี้…คงหนี ไม่พ้น “นายก ประยุทธ์” เป็นแน่ ที่ต้องบรรจุเรื่องนี้ ใส่กระเป๋าแบกบ่า เดินหน้าแก้ปัญหาให้ประเทศ แล้วกระมัง…

แกล้วนลิน

MThai News