หลังมติมหาเถรสมาคม(มส.) ออกโรงยัน คดี”พระธัมมชโย” สิ้นสุดแล้วปี 2552 หากรื้อคดี ต้องฟ้องใหม่ จบมหากาพย์ “ปมร้อนธรรมกาย” ภายใต้ความงุนงงของมหาชนที่ติดตามเรื่องร้อนนี้มาแต่อดีต และกระแสฮือฮาใหม่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
คดีเก่าจบไป แต่ คดีใหม่ กำลังไล่ล่าหาผู้กระทำผิดและเครือข่ายปมทุจริตสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น โดย “พระธัมมชโย”อาจมีเอี่ยว !!!
ในหลายเรื่อง ที่ “ร้อน” วงการสงฆ์ “พระธัมมชโย” มักมีบทบาท … แถมยังรับ “บทเด่น”
ไม่แพ้ อีก 1 พระ…ที่ขณะนี้ “เด่น” และ “ดัง” โดยเฉพาะ เรื่อง “เคลื่อนไหว” ซึ่งแต่เดิม เคยเคลื่อนการเมือง ปักหลักแถวเเจ้งวัฒนะ ครั้งนี้ เคลื่อนการสงฆ์ เป้าหมาย คือ เอาผิด และ “สึก” “พระธัมมชโย” ให้ได้

“หากทำให้ ธัมมชโย สึกไม่ได้ ฉันจะสึกเอง”
วาจาเด็ด ของ “พระพุทธะอิสระ” ที่ลั่น จะลาสิกขาทันที หากทำให้ “พระธัมมชโย”สึกจากความเป็นพระไมได้ เพราะละอายที่ไม่สามารถช่วยรักษาพระธรรมวินัยไว้ได้ โดยชีวิตนี้ ขอทุ่มเทเพื่อปกป้องชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ย้ำชัดๆ ไม่ฝักใฝ่การเมืองใดให้ใครมาจูงจมูกได้
วาจานี้ ลั่น ได้เพียง 3 วัน ก่อนมีมือมืดดอดบุกยิงถล่มหน้าวัดอ้อน้อย เมื่อคืนวันที่ 9 มี.ค. คืนเดียวกันกับ “เหตุระเบิดศาลอาญา” แต่ คดีศาล ตำรวจตามจับกุมคนร้ายและผู้จ้างวานได้เกือบหมด โยงปมการเมือง ยกเว้น คดีวัด ยังไม่รู้ผู้ก่อเหตุ และ จะโยงปม….?

นับตั้งแต่ มส. มีมติไม่ “ปาราชิก พระธัมมชโย”เมื่อกลางเดือน ก.พ. เรื่องราววงการสงฆ์ บานปลายใหญ่โต โดยปรากฏ”พระพุทธะอิสระ” ออกเคลื่อนไหวตั้งแต่เกิดเรื่อง ยัน จบเรื่อง ทั้งเรื่องการนำ “สังฆทานกางเกงในดอกไม้จันทร์” ถวายเหล่า มส. ณ วัดปากน้ำ
การยื่นหนังสือต่อนายไพบูลย์ นิติตะวัน สมาชิก สปช.ในฐานะ คกก.ปฏิรูปศาสนาฯ สปช. ให้ตรวจสอบ ความไม่โปร่งใสใน มติ มส.ไม่ปาราชิก”พระธัมมชโย” และเส้นทางการเงินของวัดพระธรรมกาย
การยื่นหนังสือต่อ มล.ปนัดดา ดิศกุล รมต.สำนักนายกฯ เสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ผลักดันปฏิรูปศาสนาและตั้งคณะพิทักษ์คุ้มครองพระพุทธศาสนา โดยบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญ
การขอให้ DSI รื้อฟืนคดีพระธัมมชโย และรับเป็นคดีพิเศษ การขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน ตรวจสอบกรณีอัยการมีคำสั่งฟ้องคดีพระธัมมชโย ปี 2549
การเข้าแจ้งความกับกองปราบปรามดำเนินคดีพระธัมมชโยข้อหาหลอกลวงประชาชนและฉ้อโกง รวมถึงเอาผิดเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี และกรรมการ มส. ฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ กรณีพระธัมมชโย

โดยทั้งหมดนี้ “พระพุทธอิสระ” ย้ำหนักหนาว่า ทำเพื่อ “ปกป้องพระธรรมวินัย”
ตลอดการเคลื่อนไหวของ”พระพุทธอิสระ” ใช่จะเดินสบายเท้าได้เสมอ เพราะแม้ได้พื้นที่ข่าวในแต่ละวัน แต่ต้องเดินสะดุด กับผู้ไม่เห็นด้วยเกี่ยวกับการกระทำดังกล่าว ทั้งฆาราวาส และ พระสงฆ์ รวมถึงองค์กรศาสนา ต่างออกมาติเตือน “การเคลื่อนไหว” เหมาะสมหรือไม่ ทั้งที่อยู่ใน “คราบพระ”
ที่สำคัญ ภายใต้กฏอัยการศึกของรัฐบาลทหาร “บิ๊กตู่” การออกเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องเช่นนี้ กระทำได้หรือ ? … และไม่ฝ่าฝืนกฏ คสช.แต่อย่างใด ตามที่เหล่าคณะนิสิต ม.จุฬาฯ เรียกร้องให้ดำเนินคดี “พระพุทธะอิสระ” นำมวลชนเกินกว่า 5 คน บุกวัดปากน้ำฯ
ตามมาติดๆ คู่ปรับ “พริกกะเกลือ” อย่าง “พระมหาโชว์ ทัสสนีโย” ที่ปรึกษาสมาคมนักวิชาการเพื่อพระพุทธศาสนา (สนพ.) ก็ไม่นิ่งนอนใจ กับการเคลื่อนไหวรายวัน “พระพุทธะอิสระ” ออกโรงป้องชื่อเสียงสมเด็จวัดปากน้ำฯและคณะกรรมการ มส. แจ้งความกองปราบฯ
(รอบแรก) เอาผิด “พระพุทธะอิสระ” เหตุพฤติกรรมไม่เหมาะสม ทั้งการแสดงออกผ่าน facebook และนำมวลชนคุกคาม ปฎิบัติ หน้าที่สมเด็จพระสังฆราช
พร้อมทั้งยัง เปรย วาทะเน้นๆ“อย่าว่าใครอาบัติปาราชิก เพราะ “พุทธอิสระ” เข้าข่ายอาบัติปาราชิกนานแล้ว ตั้งแต่ขัดขวางการเลือกตั้ง และนำมวลชนไปยังโรงแรมเอสซีปาร์ค เพื่อเรียกรับเงิน !!!
(รอบสอง) ล่าสุด 15 มี.ค. พระมหาโชว์ เข้ายื่นหนังสือให้ พระครูอุดมพัฒนคุณ เจ้าอาวาสวัดพระไกรสีห์ และเจ้าคณะแขวงบางกะปิ-วังทองหลาง “สึก” พระสุวิทย์ ธีรธมฺโม หรือ “พระพุทธอิสระ” เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย กรณีนำมวลชนไปเข้าพักที่โรงแรมเอสซีปาร์ค และ ข่มเหงหรือกรรโชกทรัพย์ ต้องอาบัติปาราชิก

โดยจะรอผลพิจารณา 15 วัน ว่าจะ ดำเนินการ “สึก” หรือไม่ … หากไม่! จะดำเนินเข้ายื่นหนังสือต่อเจ้าคณะตามลำดับสงฆ์ต่อไป
การเข้ายื่นหนังสือ 2 รอบ ของ “พระมหาโชว์” ยังยืนกราน “ปาราชิก” สึก “พระพุทธอิสระ” ปมจากเหตุการเมืองเมื่อครั้ง “ม๊อบ กปปส. เล่นประเด็นเดิม แต่จัดหนัก เอาความเหมาะสมเป็นหลัก ให้คนไทยได้ร่วมตัดสิน
เพราะตลอดการเคลื่อนไหวของ “พระพุทธอิสระ” ทั้งเรื่องการเมือง และ เรื่องสงฆ์ ที่ผ่านมา ยังไร้ผู้ใดมา “ต่อกร”
แต่….ครั้งนี้ ลมเปลี่ยนทิศ สะกิดศึกผ้าเหลืองร้อน มี “พระธัมมชโย” เป็นชนวนจุดไฟ ให้ “พระพุทธะอิสระ” – พระมหาโชว์” ท้ารบ เรียกได้ว่า …”เปลี่ยน(เป้า)ปาราชิก”
สงครามใดที่แน่ อาจต้องแพ้ สงครามพระไทย เป็นทีน่าจับตา … ใน 15 วัน จะมีการสึกหรือไม่ ? ไม่ว่าผลออกมาอย่างไร การเคลื่อนไหวยังไม่จบสิ้น และคงทวีความร้อนเเรงมากขึ้น
จะมีหน่วยงานใด ออกมายับยั้ง “ศึกครั้งนี้” ได้ เพราะ หากเป็น มส. คงจะเลี่ยง เนื่องจากยังมีชนักติดหลัง เรื่องความโปร่งใสกรณีพระธรรมชโย หากเป็นสำนักพุทธฯ คงเป็นเสือคาบดาบ ที่ฟันไม่เข้าสักที และหากเป็น คกก.ปฏิรูปศาสนา สปช. คงจะไม่ได้แล้ว เพราะเพิ่งประกาศยุบตัวเองไปช่วงสัปดาห์ก่อน หลังทนกระแสกดดันหลายฝ่ายไม่ไหว
งานนี้…คงหนี ไม่พ้น “นายก ประยุทธ์” เป็นแน่ ที่ต้องบรรจุเรื่องนี้ ใส่กระเป๋าแบกบ่า เดินหน้าแก้ปัญหาให้ประเทศ แล้วกระมัง…
แกล้วนลิน
MThai News