แม่ลูกอ่อนวอน เคารพสิทธิการใช้ห้องให้นม

คุณแม่ท่านหนึ่ง ขอให้ช่วยรณงค์เรื่องการใช้ห้องให้นมแม่ อยากให้คนไทย เคารพสิทธิการใช้ห้อง

วันนี้ (15มี.ค.) แฟนเพจ Drama-addict ได้โพสต์เรื่องราวของคุณแม่ท่านหนึ่ง ที่ต้องการให้ช่วยรณรงค์เรื่องการใช้ห้องให้นม เนื่องจากมีบุคคลอื่นที่ไม่ใช่แม่ที่ต้องให้นมลูกเข้าไปใช้ห้อง แม้จะมีป้ายบอกชัดเจนแล้วก็ตาม ทำให้ส่งผลกระทบต่อผู้ที่ต้องการใช้ห้องจริงๆ

10407355_10153201399278291_1795356576052495481_n

ข้อความระบุไว้ดังนี้

“…อยากจะขอให้ช่วยรณรงค์เรื่องการใช้ห้องให้นมแม่ โดยดิชั้นไม่ขอเปิดเผยตัวตน ไม่ได้ต้องการต่อว่าใคร แค่อยากให้คนไทยช่วยเคารพสิทธิการใช้ห้องให้นม เนื่องจากวันที่ผ่านมา ได้พาลูกคนโตและคนเล็กไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์เด็กแห่งที่ 1 มีห้องสำหรับให้นมแม่

แต่พอเข้าไป เพลียทันที เจอวัยรุ่นนั่งเล่นมือถือ เจอคุณป้ามานอนคุยเล่น แต่ที่หนักสุด คือ เจอผู้ชายมานั่งนอนคุยเล่น และอ่านหนังสือในห้องให้นมด้วย ดีที่มีผ้าคลุมให้นม เคยเจอกรณีไปเที่ยวห้าง จะเจอคุณแม่บางท่าน ไม่มีผ้าคลุม แต่ทางห้างจะดีกว่ามาก เพราะห้องค่อนข้างจะมีความเป็นส่วนตัว ไม่ได้ต้องการให้เป็นส่วนตัวหรือดีเลิศแบบระดับห้าง แต่อยากให้คนไทยเคารพสิทธิการใช้ห้อง …”

ชาวสังคมออนไลน์ต่างแสดงความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า เรื่องราวที่คุณแม่ท่านนี้นำมาเผยแพร่ บางท่านอาจจะมองเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่เรื่องเช่นนี้มันกระทบต่อบุคคลที่ต้องการใช้ห้องจริง เพราะการเปิดอกให้นมบุตรคุณแม่บางท่านก็ไม่สะดวกที่จะทำในที่สาธารณะแม้จะมีผ้าคลุมก็ตาม ทางสถานที่ต่างๆจึงมีการจัดเตรียมห้องไว้รองรับคุณแม่ลูกอ่อน ฉะนั้นแล้วการเคารพกฎระเบียบของสถานที่จึงเป็นเรื่องที่คนในสังคมต้องกระทำตาม

MThai News

ขอบคุณข้อมูลจากแฟนเพจ Drama-addict

ทางหลวงโต้ อุโมงค์ไม้เมืองน่านยังไม่ถูกตัด

ผู้อำนวยการสำนักงานทางหลวงที่ 2 (แพร่) ยืนยันอุโมงค์ต้นไม้ จ.น่าน ยังอยู่ที่เดิม ระบุรูปที่แพร่ว่อนเน็ตเป็นการตัดต้นไม้ไล่ทางการขยายถนนช่วงอื่น

หลังจากที่ก่อนหน้านี้ในโลกโซเชียลได้มีการแชร์ภาพการตัดต้นไม้บริเวณไหล่ทาง โดยระบุว่าเป็นภาพของอุโมงค์ต้นไม้ จ.น่าน ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่เข้ามาตัดและขนไม้ขึ้นรถบรรทุกไป ทั้งที่ยังไม่มีการทำประชาพิจารณ์ จนก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ไปทั่วโลกออนไลน์นั้น

ทางหลวงยัน 'อุโมงค์ต้นไม้เมืองน่าน'ยังไม่ถูกตัด

ทางหลวงยัน ‘อุโมงค์ต้นไม้เมืองน่าน’ยังไม่ถูกตัด

ล่าสุด นายอภิสิทธิ์ พรหมเสน ผู้อำนวยการสำนักงานทางหลวงที่ 2 (แพร่) ได้ออกมายืนยันว่า แขวงการทางน่านยังไม่ได้ดำเนินการขยายถนนหรือตัดต้นไม้บริเวณอุโมงค์ต้นไม้ หรืออุโมงค์ไม้สัก หลังจากที่กรมทางหลวงได้สั่งระงับการขยายไหล่ทางถนนสายน่าน-ท่าวังผา ตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เพื่อให้เปิดรับฟังความเห็นจากภาคประชาชนอีกครั้งในวันที่ 18-19 มีนาคมนี้ ที่สำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลผาสิงห์

ส่วนการแชร์ภาพว่าอุโมงค์ต้นไม้ถูกตัดแล้วนั้น จริงแล้วต้นไม้ในภาพเป็นต้นไม้ที่อยู่ในแนวไหล่ทางของการขยายถนนในช่วงอื่น ไม่ใช่บริเวณอุโมงค์ต้นไม้ และไม่ใช่ไม้หวงห้าม โดยให้ผู้รับเหมาเป็นผู้ดำเนินการ ส่วนไม้หวงห้ามที่อยู่ในแนวขยายไหล่ทางอื่น ๆ แขวงการทางฯ ได้ล้อมต้นไม้บางส่วนออกไปบ้างแล้ว แต่หลังจากที่มีเสียงคัดค้านการขยายถนนสายดังกล่าว จึงได้ยุติการดำเนินการทั้งหมดไว้ชั่วคราว

'อุโมงค์ต้นไม้เมืองน่าน'

‘อุโมงค์ต้นไม้เมืองน่าน’

'อุโมงค์ต้นไม้เมืองน่าน'

‘อุโมงค์ต้นไม้เมืองน่าน’

ขอบคุณภาพจาก voicetv

MThai News

คนร้ายหลับลึก ตำรวจย่องใส่กุญแจมือไม่รู้ตัว

ตำรวจสุราษฎร์ธานีจับคนร้ายปล้นแผงพระเครื่อง โดยละม่อมและนุ่มนวลที่สุด ด้วยวิธีย่องเข้าห้องพัก สวมกุญแจมือคนร้ายขณะนอนหลับ 

เฟซบุ๊กเพจ @Thailand Police Story ได้โพสต์คลิปวิดีโอชื่อว่า “สัมผัสใหม่แห่งการนอน” พร้อมคำบรรยายระบุว่า “ตำรวจ สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี จับกุมนายภักดี อักษรพิน (ผู้ต้องหาคดีใช้อาวุธปืนยิงและปล้นพระเครื่อง) ขณะนอนหลับ ด้วยวิธีนุ่มนวลที่สุดในโลก”

คนร้ายหลับลึก ตร.ย่องใส่กุญแจมือไม่รู้ตัว

คนร้ายหลับลึก ตร.ย่องใส่กุญแจมือไม่รู้ตัว

โดยคลิปดังกล่าวความยาว 44 วินาที เป็นภาพเหตุการณ์ ขณะตำรวจ สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี ย่องเข้าใส่กุญแจมือนายภักดี อักษรพิน ผู้ต้องหาในคดีร่วมกันปล้นพระเครื่อง ขณะนอนหลับอยู่ในห้องพัก ในอ.เมืองสุราษฎร์ธานี จนกระทั่งสามารถสวมกุญแจสำเร็จทั้ง 2 ข้าง นายภักดีจึงรู้สึกตัวลืมตาขึ้นมาอย่างงงๆ ก่อนจะรู้ตัวว่าถูกตำรวจจับกุมเสียแล้ว ซึ่งเรียกว่าเป็นการจับกุมโดยละม่อม และไม่มีการต่อสู้แต่อย่างใด นอกจากนี้ตำรวจยังได้ขยายผลจับกุมเพื่อนร่วมก่อเหตุอีก 5 คนด้วย

สำหรับนายภักดี มีฉายาว่า “ไทย ตลาดล่าง” ซึ่งได้ร่วมกับพวกอีก 7 คน ปล้นแผงพระในตลาดล่าง เขตเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี และยังใช้ปืนยิงนายสมบูรณ์ รักเขียว เจ้าของแผงพระได้รับบาดเจ็บ โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 27 ก.พ.ที่ผ่านมา ได้พระเครื่องไป 43 องค์ และปืนอีก 2 กระบอก

โดยนายภักดี ให้การสารภาพว่า นายสมบูรณ์เคยคุยว่า มีพระเครื่องราคาแพงหลายองค์ จึงร่วมกับพวกปล้นพระจากนายสมบูรณ์ โดยตั้งใจว่าจะนำพระไปขายเอาเงินไปเที่ยวเตร่ แต่ปรากฎว่าพระที่ได้มาเป็นพระเครื่องปลอม กับพระเครื่องที่ไม่มีราคา จึงไม่ได้นำไปขายตามที่ตั้งใจ จนมาถูกจับกุมได้ดังกล่าว

ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการติดตามจับกุม ผู้ต้องหาอีก 2 คนที่ยังหลบหนีอยู่

ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊คเพจ Thailand Police Story

MThai News