แพทย์แอฟริกาใต้ ปลูกถ่ายอวัยวะเพศชายสำเร็จ

ประเทศแอฟริกาใต้ แถลงความสำเร็จ ในการผ่าตัดปลูกถ่ายอวัยวะเพศชายเป็นครั้งแรกของโลก

วันนี้ (15 มี.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ศาสตราจารย์อังเดร แวน เดอร์ เมอร์วี หัวหน้าแผนกระบบปัสสาวะของมหาวิทยาลัยสเตลเลนบอสช์  เผยว่า ทางคณะแพทย์จากมหาวิทยาลัยสเตลเลนบอสช์และโรงพยาบาลทีเกอร์เบิร์กที่เมืองเคปทาวน์ ใช้เวลาประมาณ 9 ชั่วโมง ผ่าตัดปลูกถ่ายอวัยวะเพศชาย

จากผู้บริจาคไปยังคนไข้หนุ่มชาวแอฟริกาใต้วัย 21 ปี เนื่องจากเขาต้องสูญเสียอวัยวะเพศเมื่อ 3 ปีก่อน จากการขลิบตามความเชื่อ แต่แผลติดเชื้อจนอวัยวะเพศของเขาเน่า

cats

หลังจากรอดูอาการ 3 เดือนหลังผ่าตัด ผลปรากฏว่า การผ่าตัดประสบความสำเร็จ นอกจากคนไข้จะไม่มีอาการข้างเคียงอวัยวะเพศที่ปลูกถ่ายยังใช้งานได้เหมือนปกติ

ศาสตราจารย์แวน เดอร์ เมอร์วี กล่าวต่อไปอีกว่า ในแต่ละปีจะมีผู้ที่ต้องเสียอวัยวะเพศจากการติดเชื้อ หลังการขลิบตามประเพณีเพราะทำกันอย่างไม่ถูกต้อง ถือว่าความสำเร็จในครั้งนี้นำไปสู่การรปลูกถ่ายอวัยวะเพศให้กับผู้ที่ต้องเสียอวัยวะส่วนนี้ไปจากโรคมะเร็งหรือผู้ที่มีปัญหาหย่อนสมรรถภาพทางเพศแบบรุนแรง

ทั้งนี้ทีมแพทย์ ยืนยันว่า หลังการผ่าตัด คนไข้จะสามารถใช้งานอวัยวะเพศได้ตามปกติทุกอย่าง ทั้งการปัสสาวะ และการสืบพันธุ์

EyWwB5WU57MYnKOuFqLyMUpTbEF01Yk07iAWSHUEqo8Wn2i1dqFjhI

MThai News

ขอบคุณข้อมูลจาก บีบีซีไทย – BBC Thai

ได้ซอสซองเดียว สาวชี้หน้าด่า พนักงานยับ

วิจารณ์สนั่น ลูกค้าโวย ได้ซอสซองเดียว จัดหนักพนักงาน

วันนี้ (15มี.ค.) บนโลกออนไลน์ได้มีการแชร์คลิป จากสมาชิกเฟซบุ๊คชื่อ Kanokwan Poolkhum ภายในคลิปเผยให้เห็นหญิงสาวคนหนึ่ง กำลังด่าพนักงงานร้านอาหารด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย เนื่องจากเธอไม่พอใจที่สั่งอาหารจากทางร้านกลับบ้าน แต่ได้ซอสเพียงซองเดียว

cats

เธอชี้หน้าด่าพนักงานหญิงที่เป็นคนจัดอาหารให้เธอ พร้อมระบุว่าพนักงานท่านนี้แสดงสีหน้าไม่ดีตั้งแต่เธอมาซื้ออาหารแล้ว แม้พนักงานสาวจะพยายามอธิบายว่าสามารถขอซอสเพิ่มได้หากลูกค้าต้องการ แต่เธอก็ยังคงด่าต่อ พร้อมท้าให้พนักงานสาวออกมาเจอ จากนั้นเธอได้เอาถ้วยเปล่าที่ถือติดมือมาด้วยบีบซอสเกือบเต็มถ้วยกลับ

เมื่อคลิปถูกเผยแพร่ชาวสังคมออนไลน์ต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์ไปในทิศทางเดียวกันว่า หากพนักงงานให้ซอสน้อยเกินไป ลูกค้าก็ควรขอเพิ่มดีๆเหตุการณ์เช่นนี้ก็จะไม่เกิดขึ้น ซึ่งหน้าที่ของพนักงานร้านก็ต้องบริการลูกค้าอยู่แล้ว แต่ตัวลูกค้าเองก็ต้องให้เกียรติพนักงงานเช่นกัน

MThai News

ขอบคุณคลิปจาก สมาิกเฟซบุ๊คชื่อ Kanokwan Poolkhum

5ความเชื่อผิดๆเรื่อง ‘ขับรถประหยัดน้ำมัน’ ใครทำบ้างเช็คด่วน!

5 ความเชื่อผิดๆกับการขับรถประหยัดน้ำมันของคนไทย ใครทำบ้างมาเช็คกันเลย

ทางทีมวิจัยของ เชลล์ ประเทศไทย สำรวจพบว่าวิธีประหยัดน้ำมันในการเดินทาง ที่ถูกสั่งสอนจากผู้เชี่ยวชาญในเรื่องดังต่อไปนี้ อาจจะไม่ถูกต้องเสมอไป

5ความเชื่อผิดๆเรื่อง 'ขับรถประหยัดน้ำมัน'

5ความเชื่อผิดๆเรื่อง ‘ขับรถประหยัดน้ำมัน’

1. สตาร์ตเครื่องยนต์ทิ้งไว้ ก่อนการเดินทาง เป็นความเข้าใจที่มีมายาวนานว่า การสตาร์ทเครื่องยนต์ทิ้งไว้เพื่อให้มีระดับอุณหภูมิต่อการขับขี่จะช่วยในความประหยัด ทั้งที่กลับเป็นการผลาญน้ำมันอย่างไร้ประโยชน์ และการอุ่นเครื่องยนต์ทำได้ดีกว่า เมื่อคุณเริ่มเคลื่อนรถออกไปช้าๆ ในซอยบ้าน

2. เปลี่ยนเกียร์ไปมา เรียกว่าสนุกสนานในการขับขี่ แต่หลายคนอาจจะไม่คิดว่าการเปลี่ยนเกียร์ไปมาบ่อยๆ นั้น จะทำให้รถสิ้นเปลือง อย่างที่เรารู้ว่าเกียร์ที่ดีที่สุดในการเดินทางคือเกียร์ตำแหน่งสูงสุด แต่ว่าการเปลี่ยนเกียร์ไปมา ไม่ว่าจะเกียร์ธรรมดา และรวมถึงการคิกดาวน์ในเกียร์ออโต้นั้น ต่างมีผลทำให้เครื่องเร่งรอบสูงและไม่ประหยัดน้ำมัน

3. เติมน้ำมันตอนกลางคืน เพราะอุณหภูมิลดต่ำลง เชื่อว่าเคยมีคนบอกคุณใช่ไหม ว่าการเติมน้ำมันตอนกลางคืนคุ้มกว่าเพราะน้ำมันเย็นตัว แต่ความจริงแล้ว แม้เรื่องนี้มีข้อเท็จจริงอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด เนื่องจากหัวจ่ายน้ำมันยังคงจ่ายน้ำมันเท่าที่คุณเติม ไม่มีทางที่จะขาดหรือเกิน

4. ไม่ดับเครื่องยนต์ ขณะจอดอยู่กับที่ ยังคงเป็นเรื่องที่หลายคนยังไม่ตระหนักในการขับขี่มากมายนัก และมักติดเครื่องทิ้งไว้อย่างเปล่าประโยชน์ เพียงความสบายในการโดยสาร หรืออาจจะคิดว่าเดี๋ยวเดียว ทั้งที่จริงแล้วทุกครั้งที่เครื่องยนต์ทำงานจะยังมีการจ่ายน้ำมันอยู่ดี และไม่ว่ามากหรือน้อย ก็ยังคือน้ำมัน แล้วจะเรียกว่าประหยัดได้อย่างไร

5. เติมน้ำมันเพียงครึ่งถัง เพื่อลดน้ำหนักของเครื่องยนต์ หรือเพื่อลดการระเหย บางคนเป็นเจ้าพ่อรถซิ่ง มักได้ไอเดียการเติมครึ่งถัง เพื่อการที่ไม่ต้องแบกน้ำหนักอีกนิดหน่อยจากน้ำมันอีกครึ่งถังที่ไม่ได้ใช้ ความจริงของเรื่องนี้อาจจะมีส่วนถูกอยู่บ้างแต่ท้ายที่สุด สิ่งที่ไม่ถูกต้องอยู่ที่ความเข้าใจผิดในสาระสำคัญ เพราะน้ำมันเต็มถังอาจจะมีน้ำหนักมากกว่าก็จริง แต่คุณก็จะใช้ได้ยาวนานกว่า มีความคุ้มค่ากว่า ที่สำคัญลดในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงค่าการตลาด ที่คุณต้องเข้าไปเติมน้ำมันบ่อยๆด้วย

MThai News