ไซโคลนแพม ถล่มวานูอาตู ยังเผยยอดตายไม่ได้

ไซโคลนแพม! ถล่ม ‘วานูอาตู’ ยับ ระบุ! ยอดตายยังไม่ชัด

สำนักข่างต่างประเทศ รายงานว่า พายุไซโคลน แพม ซึ่งเป็นไซโคลนสูงสุดระดับ 5 พัดถล่มเกาะวานูอาตูในมหาสมุทรแปซิฟิกทางตอนใต้เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

ด้วยความเร็วลมมากกว่า 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รวมถึงอีก 3 เกาะในแปซิฟิก คือปาปัวนิวกินี คิริบาติ และหมู่เกาะโซโลมอน และอาจยังเป็นอันตรายต่อชายฝั่งนิวซีแลนด์

ทำให้มีผู้เสียชีวิต 44 คนในวานูอาตูจากรายงานอย่างไม่เป็นทางการ และอีก 1 คนในปาปัวนิวกินี รวมยอดผู้เสียชีวิตจากไซโคลนแพมในขณะนี้ 45 คน

ซึ่งขณะนี้ กรุงพอร์ต วีล่า เมืองหลวงวานูอาตู เกิดฝนตกหนักและน้ำท่วม ไฟฟ้าดับ บ้านเรือน เสาไฟฟ้าและสายโทรศัพท์เสียหายทั่วทั้งเมือง และทำให้คิริบาติ หมู่เกาะโซโลมอน และปาปัวนิวกินี เกิดน้ำท่วมฉับพลัน บ้านเรือนพังเสียหายจำนวนมาก ด้าน

ทางด้าน รัฐบาลวานูอาตูประกาศเตือนภัยพายุระดับสีแดงทั่วทั้งเกาะ และเตือนประชาชนกว่า 260,000 คน ให้อพยพออกจากบ้านไปอยู่ที่โรงเรียนและโบสถ์ เพราะกลัวว่าอาคารบ้านเรือนจะพังถล่ม  ส่วน ชาววานูอาตูเกือบทั้งเกาะคือ 250,000 คน จากประชากรทั้งหมด 260,000 คน ตกอยู่ในอันตราย

สำหรับ ไซโคลนแพมเป็นพายุไซโคลนที่รุนแรงที่สุดในแปซิฟิกใต้ในรอบ 40 ปี และมีความรุนแรงเทียบเท่าพายุไต้ฝุ่น “ไห่เยี่ยน” ที่ถล่มฟิลิปปินส์เมื่อปี 2556 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 6,300 คน

อย่างไรก็ตาม ทางหน่วยงานของ สหประชาชาติ (ยูเอ็น) วิตกว่า ยอดผู้เสียชีวิตอาจสูงมาก และเกาะวานูอาตูอาจเสียหายอย่างหนัก เนื่องจากคาดว่าไซโคลนแพมจะทำให้เกิดฝนตกหนัก น้ำท่วม ฉับพลัน ดินถล่ม ลมกระโชกแรง และสตอร์มเซิร์จ หรือน้ำทะเลยกตัวสูง โดยยูเอ็นเตรียมส่งทีมกู้ภัยไปยังวานูอาตูในวันอาทิตย์นี้

MThai News

คสช. วอนอย่าตระหนก ข้อความเตือนทางไลน์

คสช. วอนอย่าตระหนก ข้อความเตือนอย่าไปในบางพื้นที่ ก่อนเผยผลสอบมือบึ้มศาลไม่โยง 2นายพล

พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษก คสช. ได้ออกมาชี้แจงถึงกรณีที่มีการแจ้งเตือนกัน ระหว่างบุคคลในไลน์ และโซเชี่ยลเน็ตเวิร์คให้หลีกเลี่ยงสัญจรเข้าในบางพื้นที่ในช่วงนี้นั้นว่า ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก โดยขอให้มั่นใจว่าจนท.มีความพร้อมสามารถดูแลความเรียบร้อยได้

ระเบิดศาลอาญา, วินธัย สุวารี

วินธัย สุวารี

เพราะ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ผบ.ทบ./เลขาคสช. ได้มีการติดตามกำกับดูแลอย่างใกล้ชิดในช่วงนี้ กับทางกองกำลังรัษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) และตำรวจ เพื่อให้การดูแลเป็นไปตามนโยบาย หัวหน้า คสช. โดยเฉพาะมีการกำชับเจ้าหน้าที่ให้เข้มงวดในการตรวจสอบ เฝ้าระวังและ รปภ. สถานที่สำคัญๆ ต่างๆ อยู่แล้ว ส่วนข้อความที่ปรากฎเป็นเพียงความกังวลของคนบางกลุ่มเท่านั้น

นอกจากนี้ พ.อ.วินธัย ยังได้กล่าวถึงความคืบหน้าการสอบสวน 4ผู้ต้องหา ระเบิดศาลอาญาเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาด้วยว่า คนร้ายมีความเกี่ยวข้องกันหลายกลุ่ม ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมได้อย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่มีข้อมูลที่เชื่อมโยงไปถึง 2 อดีตนายพลที่เป็นข่าวก่อนหน้านี้แต่อย่างใด

ทั้งนี้ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ไม่หนักใจกับการทำคดีเพราะว่าเป็นความผิดซึ่งหน้า ส่วนเรื่องจะขยายผล เชื่อมโยงไปถึงใครได้อีกบ้างนั้น ยังต้องรอหลักฐาน และข้อมูลการสอบสวนเพิ่มเติมอีกครั้ง

MThai News

อึ้ง! สาวยัดซากลูกใส่กล่อง ให้แฟนเก่า น้อยใจไม่รับผิดชอบ

สาวนำร่างลูกน้อยยัดใส่กล่องกระดาษ แนบจดหมายให้แฟนเก่า ขออโหสิกรรม ตัดพ้อฝ่ายชายไม่รับผิดชอบ

วานนี้ (13มี.ค.) เวลาประมาณ21.30น. อาสาสมัคร มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จ.สมุทรปราการ ได้รับแจ้งเหตุว่า พบศพทารกถูกนำมาทิ้ง ซ.เทพารักษ์ 4 (ประจักษ) ต.เทพารักษ์ อ.เมือง

14263055281426305545l

เมื่อเข้าตรวจสอบพบว่า มีศพทารกแรกเกิด เพศชาย อายุครรภ์ 7-8 เดือน พันด้วยผ้าขนหนูสีขาว สายสะดือติดคาอยู่ คาดว่าเสียชีวิตไม่นานเพราะร่างกายยังอุ่น ร่างของทารกอยู่ในกล่องกระดาษสีขาว ภายในกล่องมีจดหมายลักษณะตัดพ้อในตัวของฝ่ายชาย

เนื่องจากฝ่ายชายไม่แสดงความรับผิดชอบ ทอดทิ้งไปคบหาผู้หญิงคนใหม่ จึงตัดสินใจนำเด็กออก อีกทั้งยังอวยพรให้ฝ่ายชายมีความสุขกับแฟนคนใหม่ด้วย และขออโหสิกรรมกับเรื่องที่เกิดขึ้น

เมื่อสอบถามคนในบ้านทราบว่า ก่อนหน้านี้มีหญิงสาวชื่อเอ(นามสมมติ) อายุประมาณ 20 ปี ซึ่งเป็นอดีตแฟนสาวของน้องชายชื่อนายบอย (นามสมมติ) ได้มาหาน้องชายที่บ้านแต่ไม่เจอ จึงฝากกล่องกระดาษพร้อมจดหมายไว้ให้ จากนั้นเธอก็กลับออกไป เมื่อเปิดดูก็พบซากทารกอยู่ข้างใน จึงแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ

เมื่อนายบอยกลับมาจึงทำการสอบถามทำให้ทราบว่า ก่อนหน้านี้ตนเคยคบกับเอและมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกัน จนฝ่ายหญิงตั้งครรภ์ แต่เมื่อไม่นานมานี้เอได้มาบอกว่าจะเอาเด็กออกเพราะอับอาย ตนพยายามห้ามไว้ตลอด ล่าสุดได้รับข้อความทางโทรศัพท์จากเอว่า “นอนอยู่โรงพยาบาล ตกเลือด รู้ตัวว่าคงไม่รอด เราอโหสิกรรมให้เธอนะ กับสิ่งที่เธอทำกับเรา ดูแลตัวเองด้วย”

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่าหญิงสาวอาจ พยายามกินยาขับลูกในครรภ์ออก แต่ปรากฏว่าอายุครรภ์ได้ 7 เดือนแล้ว ทำให้ขับเด็กออกเองไม่ได้ ต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล เมื่อแพทย์ช่วยเหลือดูดร่างเด็กออกมาได้ เอจึงแอบหนีออกมาและเก็บซากเด็กใส่กล่องมาส่งให้ บอย

ทั้งนี้เจ้าหน้าระบุว่า ต้องรอผลการชันสูตรก่อนว่าทารกนั้นได้เสียชีวิตก่อนคลอดออกมา หรือคลอดออกมาแล้วเสียชีวิต ก่อนที่จะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

MThai News
ขอบคุณภาพข่าว บก.ฉุกเฉิน 001 (ร่วมด้วยปราการ002