พระพุทธะอิสระ โพสต์ตอบโต้ นักวิชาการต่างชาติ หลังมอง สงฆ์ไทยทำศรัทธาศาสนาพุทธลด พวกตลกร้าย-ไร้คุณธรรม
วันนี้(14มี.ค.) พระพุทธะอิสระ เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว หลวงปู่พุทธะอิสระ (Buddha Isara) กรณีนักวิชาการและนักเคลื่อนไหวพุทธอินเดียเตือนว่า ความแตกแยกในหมู่พระสงฆ์ไทย อาจส่งผลให้ความศรัทธาพระพุทธศาสนาทั่วโลกลดน้อยลง เพราะประชาชนทั่วโลกกำลังมองมาที่ไทย เรื่องของการฟื้นฟูพระพุทธศาสนา

พระพุทธะอิสระ เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย
ซึ่งข้อความของพระพุทธะอิสระระบุไว้ดังนี้
หรือว่าพวกเสรีนิยมมองคนละมุม ต่างจากพวกอนุรักษ์นิยมมอง มีคนเอาข่าวของวอลล์สตรีทเจอร์นัล มาให้ฉันอ่าน สรุปใจความเข้าใจได้ว่า
พวกฝรั่งข้างเสรีนิยมเขามองสถานการณ์วงการคณะสงฆ์และพระพุทธศาสนาในประเทศไทยอย่างไร ในกรณีธรรมกายอาจจะเป็นทำให้เกิดความแตกแยกในหมู่พระสงฆ์ไทย โดยมี แอล. อัศวโฆษ นักวิชาการและนักเคลื่อนไหวพุทธอินเดียเตือนว่า ความแตกแยกในหมู่พระสงฆ์ไทย อาจทำให้ศรัทธาต่อพระพุทธศาสนาทั่วโลกลดน้อยถอยลงไปอีก ประชาชนทั่วโลกกำลังมองมาที่ไทย ถึงการฟื้นฟูพระพุทธศาสนา
ฉันอ่านบทความของพวกเสรีชนดังกล่าวแล้ว จึงทำให้เข้าใจมุมมองของคนพวกนี้ว่า พวกเขาเห็นคน เห็นสังคมสำคัญกว่าหลักการของพระธรรมวินัยในพระผู้มีพระภาคเจ้า พวกเขาจะรู้ จะเข้าใจหรือไม่ว่า พระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประทานพระธรรมวินัยให้เป็นศาสดาแทนพระพุทธองค์เช่นนี้ ภิกษุสงฆ์สาวกขององค์พระผู้มีพระภาคเจ้าทุกรูปจึงต้องปฏิบัติพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด ซื่อตรง นอบน้อมเคารพบูชา ดุจดังปฏิบัติต่อพระบรมศาสดา
แต่ถ้ามีภิกษุอลัชชีนอกรีตปฏิเสธหลักธรรมวินัย พระบรมศาสดาทรงเรียกภิกษุพวกนี้ว่า “โมฆะบุรุษ” เป็นผู้เปล่าประโยชน์ เป็นผู้หาสังวาสหรืออยู่ร่วมกับหมู่บริสุทธิสงฆ์มิได้ เช่นนี้จักถือว่าเป็นการแตกแยกได้เช่นไร พระธรรมวินัยนี้ดุจดังคลื่นทะเล พวกอลัชชี โมฆะบุรุษ นอกรีตเปรียบประดุจดังขยะที่ตกลงสู่ทะเล ต้องโดนคลื่นกำจัดซัดสาดขึ้นฝั่งฉันนั้น
การที่หมู่สงฆ์มีพวกอลัชชีเข้ามาปะปน แล้วโดนกำจัดออกไปจะเรียกว่าสงฆ์แตกแยกได้อย่างไร พระบรมศาสดาทรงแสดงเหตุแห่งการแตกแยกของหมู่สงฆ์ คือการมีความเห็นแตกต่างกัน เช่น สงฆ์กลุ่มหนึ่งเป็นสัมมาทิฐิ เรียกว่าทิฏฐิสามัญญตา
แต่สงฆ์อีกกลุ่มหนึ่งเป็นผู้มีมิจฉาทิฐิ สงฆ์กลุ่มหนึ่งเป็นผู้เคร่งครัดในศีล คือสีลสามัญญตา สงฆ์อีกกลุ่มหนึ่งเป็นผู้ย่อหย่อน ละเมิดศีลอยู่เป็นอาจิณด้วย เหตุผลเหล่านี้จึงทำให้สงฆ์แตกแยก คือคนดี พระดี ย่อมอยู่ร่วมกัน คนไม่ดี พระไม่ดี ไม่ได้อยู่แล้ว องค์พระบรมศาสดาทรงให้ขับออกจากหมู่ ซึ่งก็มีมาแล้วในอดีตทุกยุคทุกสมัย
ทีนี้ก็ต้องกลับมาถามบรรดาพุทธบริษัทว่า จะเลือกสงฆ์กลุ่มใด จะเลือกสงฆ์กลุ่มที่มีสัมมาทิฐิ เคร่งครัดในศีล หรือจะเลือกสงฆ์ที่มีมิจฉาทิฐิ มีศีลวิบัติ ดังเช่นเมื่อปี พ.ศ.๒๕๓ พระมหาโมคคัลลีบุตรติสสะเถระพร้อมภิกษุสงฆ์ ๑,๐๐๐ รูป ได้ร่วมมือกับพระเจ้าอโศกมหาราชกำจัดอลัชชีเดียรถีย์ โมฆะบุรุษ ที่ปลอมเข้ามาบวชเพื่อแสวงหาลาภสักการะ จำนวน ๖๐,๐๐๐ รูป
อย่างนี้เรียกว่าสงฆ์แตกแยกด้วยหรือไม่ พวกเสรีนิยมจะบังคับให้บริสุทธิสงฆ์ อยู่ร่วมกินร่วมนอน ร่วมทำสังฆกรรมรวมกับอลัชชีสงฆ์กระนั้นหรือ หากเป็นเช่นนี้ ฉันจะนุ่งห่มผ้ากาสาวพัสตร์อยู่ไปทำไม และจักเรียกว่าเป็นการทำลายศรัทธาของพุทธบริษัทด้วยหรือไม่
เรื่องของพระมหาโมคคัลลีบุตรติสสะกับพระเจ้าอโศกมหาราช ผู้เป็นพุทธบริษัททั่วโลกควรจะตระหนักคิดว่า นอกจากจะปฏิบัติตามพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัดแล้ว ยังต้องมีหน้าที่ในการพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งพระธรรมวินัยอันบริสุทธิ์ บริบูรณ์ ให้ดำรงคงอยู่ แล้วส่งมอบเป็นมรดกธรรมให้แก่อนุชนคนรุ่นต่อๆ ไปด้วย นี่คือหน้าที่ของพุทธบริษัทที่ดีทั่วโลกควรจะกระทำ
มิใช่มาปกป้องรักษาบุคคล สังคมโจร แล้วปล่อยให้หลักชัยของพระพุทธศาสนาโดนอลัชชีย่ำยี ทำลาย อย่างที่เป็นอยู่ พอได้แล้ว เลิกเสียที พวกชอบเสนอแนะชักนำพุทธธรรมให้ตกอยู่ในวังวนของความพึงพอใจ ตลกร้ายอย่างไร้คุณธรรม
MThai News