หลายหลายสมุมุติฐาน ‘เยอรมันวิงส์’ กรณีเงื่อนงำใหม่ เมื่อห้องนักบินถูกล็อกจากด้านใน จนทำให้หนึ่งในนักบินไม่สามารถเข้า cockpit ได้ก่อนเครื่องพุ่งชนเทือกเขาแอลป์
เป็นข่าวช็อกโลก ในกรณีเครื่องบินโดยสารแอร์บัส เอ320 เที่ยวบิน 4U 9525 เครื่องบินโดยสารของสายการบิน ‘เยอรมันวิงส์’ หลังจากการถอดเทปจากกล่องดำที่ยังคงสภาพและใช้ได้ดี ล่าสุดวันนี้สื่อนอกตีข่าว พบหลักฐานใหม่ ที่แสดงถึงเงื่อนงำบางอย่าง ของการเกิดโศกนาฏกรรมพุ่งชนบริเวณเชิงเขาของเทือกเขาแอลป์ ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศฝรั่งเศส ขณะเดินทางจากเมืองบาร์เซโลนา ของสเปน ไปยังเมืองดุสเซลดอร์ฟ ในเยอรมนี เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา

วันนี้ ทีมข่าวเอ็มไทยได้เกาะติดกระแสการไขปริศนาดังกล่าว จากรายงานของสำนักข่าว ‘ดิ อินดิเพนเดนธ์’ ที่ออกมาตั้งสมมุติฐานเกี่ยวกับกรณีที่ประตูห้องนักบิน หรือ ‘cockpit’ เกิดล็อกจากด้านในก่อนเครื่องจะดิ่งลงบริเวณที่เกิดเหตุ อันน่าสนใจดังนี้
1.ระบบการรักษาความปลอดภัย
เนื่องจากเครื่องบินส่วนใหญ่ จะมีฉากกั้นระหว่างห้องโดยสารและห้องนักบินที่ค่อนข้างบาง สายการบินส่วนใหญ่จึงมีความกังวลเรื่องความปลอดภัย ยกตัวอย่างจากกรณี เหตุการณ์ วินาศกรรมก้องโลก 9/11 เมื่อมีผู้ก่อการร้ายใช้อาวุธจี้ข่มขู่นักบินเพื่อเข้าควบคุมการบินในขณะทำการก่อความไม่สงบ หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว สายการบินต่างๆได้ตระหนักถึงภัยจากการก่อการร้าย และเริ่มทุ่มทุนเพื่อทำการติดตั้งประตูเสริมสร้างความปลอดภัย ป้องกันห้องนักบิน ซึ่งเป็นห้องควบคุมเครื่องจากการบุกรุก และสามารถกันกระสุน ซึ่งน่าจะหมายรวมถึงระบบการป้องกันการลุกล้ำเข้าไปอย่างรัดกุมดังกล่าว คือการล็อกประตูจากด้านในนั่งเอง
2.มีวิธีที่ลูกเรือจะสามารถเข้าไปในห้องดังกล่าวหรือไม่ ?
ในความเป็นจริงแล้ว หากนักบินออกมาทำธุระนอกห้อง cockpit สายการบินส่วนใหญ่จะมีระบบคีย์การ์ดหรือรหัสมาตรฐานที่จะสามารถนำพาลูกเรือกลับเข้าไปในห้องควบคุมได้ แต่ประตูจะไม่สามารถเปิดจากด้านนอกได้ในระยะเวลาที่ตั้งเวลาไว้ล่วงหน้า ประมาณ 5-20 นาที ซึ่งเป็นไปได้ว่า หลักฐานจากการถอดเทป คือเสียงที่ทำการเคาะประตู อาจจะเกิดขึ้นในช่วงระยะเวลา 5 -20 นี้ก็เป็นได้

3.มาตรฐานการบิน กับจำนวนของนักบิน มีความสำคัญมากน้อยแค่ไหน ?
ปัจจุบันมีสายการบินมากมายที่กำหนดให้เครื่องทะยาน ภายใต้การปฏิบัติงานของนักบินเพียงหนึ่งได้ จะสามารถควบคุมการบินแต่แบบเดี่ยวๆ จากสายการบิน มาเลเซีย แอร์ไลน์ กระนั้นเยอรมันวิงส์ มีนโยบายให้ประตูระหว่างห้องโดยสารและcockpit ถูกเปิดออกน้อยครั้งที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
4.สองทฤษฏีที่ขัดแย้ง จนนำไปสู่โศกนาฏกรรม !
สองข้อสังเกตที่อาจเป็นไปได้ในกรณีของ เยอรมันวิงส์ คือนักบินผู้ที่ทำการควบคุมอยู่เพียง 1 รายใน cockpit มีร่างกายที่ไม่สมบูรณ์ต่อการปฏิบัติงาน เช่นเจ็บป่วย และพยายามจะนำเครื่องลงฉุกเฉิน โดยเริ่มต้นจากการลดระดับความสูงลง แต่อาจจะเป็นไปได้ว่าโชคร้ายที่ไม่สามารถดำเนินการต่อได้ หรืออาจเป็นเพราะระบบ keycode ล้มเหลว
และอีกหนึ่งข้อสงสัยคือ นักบินที่ยังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่นั้น จงใจให้เกิดเหตุร้ายขึ้น กล่าวคือ มูลเหตุจากการฆ่าตัวตาย สองสมมุติฐานที่มีความเป็นไปได้ ถูกตั้งขึ้นท่ามกลางข้อกังขา
5.สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป
BEA หน่วยงานที่ทำหน้าที่ในการไขปริศนา โศกนาฏกรรม ‘เยอรมันวิงส์’ จะถูกกดดันทั้งจากญาติผู้เสียชีวิตและสังคม ให้เปิดเผยสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดเหตุการณ์สลดใจ ซึ่งอาจจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้สายการบินน้อยใหญ่เปลี่ยนแปลงนโยบายการดำเนินงาน เพื่อเรียกคืนความเชื่อมั่นของผู้ใช้บริการสายการบินทั่วโลก
MThai News