อยากให้เข้าใจ! ทำไมตำรวจต้องตั้งด่าน MThai ข่าวภาคซ่าส์

MThai ข่าวภาคซ่าส์วันนี้ ได้หยิบยกเอาประเด็นที่เรียกได้ว่า เป็นกระแสดราม่าตลอดสัปดาห์ที่ผ่านเลยก็ว่าได้สำหรับ กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้อาวุธปืนยิงหนุ่มขับขี่บิ๊กไบค์จนได้รับบาดเจ็บสาหัส

เนื่องจากขับรถฝ่าด่านตรวจ ที่อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี จากนั้นผู้บาดเจ็บจากเหตุดังกล่าวก็ได้เสียชีวิต หลังถูกนำตัวเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ความคืบหน้าล่าสุดพบว่า ผู้การฯชลบุรี สั่งให้ ด.ต.สุพรรณ ชำนิจ ผบ.หมู่ ป. สภ.หนองขาม  มือยิงหนุ่มบิ๊กไบค์ ออกจาราชการพร้อมทั้งถูกแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา

เรื่องราวด้านลบของเจ้าหน้าที่ตำรวจมีให้เราเห็นอยู่บ่อยครั้ง จนประชาชนหลายท่านเกิดความไม่ไว้วางใจ และกรณีตำรวจใช้ปืนยิงหนุ่มขับขี่บิ๊กไบค์ เนื่องจากฝ่าด่านตรวจ ทำให้ชาวสังคมออนไลน์จำนวนมากเกิดความสงสัยว่า พวกเขามักจะเห็นด่านตรวจตามมุมมืดมุมอับลับตาคน จนทำให้คิดว่าเจ้าหน้าที่ มีจุดประสงค์อื่นแบบแฝง เรื่องราวในลักษณะเช่นนี้ ตกเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อยู่ตลอด

page

ซึ่งทางแฟนเพจ Thailand Police Story เพจที่มักจะนำเอาเรื่องราวการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจมาเผยแพร่ ได้มีการโพสต์ข้อความชี้แจงเกี่ยวกับการตั้งด่านตรวจในวันที่เจ้าหน้าที่ตำรวจยิงหนุ่มขี่บิ๊กไบค์ว่า การตั้งด่านของตำรวจนั้นอยากให้ทุกคนเข้าใจว่า มีทั้งด่านของจราจรกับด่านอาชญากรรม ซึ่งวันเกิดเหตุเป็นด่านอาชญากรรม มีสารวัตร พันตำรวจโทเป็นหัวหน้าด่าน ตรวจค้นสิ่งผิดกฎหมายจำพวกรถหาย อาวุธปืนหรือยาเสพติด การทำงานเป็นเรื่องละเอียดอ่อน

สภาพการตั้งด่านต้องรู้จุดหรือซอยที่คนร้ายมักผ่าน ซึ่งทำให้หลายคนมองว่าตำรวจซุ่มหรือดูน่ากลัวก็ตาม ถ้าตำรวจไม่ตั้งด่านป้องปรามอาชญากรรมรับรองว่า สิ่งผิดกฎหมายจะเคลื่อนไหวง่ายกว่านี้

และผลร้ายจะย้อนกลับไปที่ประชาชนเอง จึงอยากขอความร่วมมือ เมื่อเจอด่านให้ชะลอรถไว้ก่อน ถ้าตำรวจขอตรวจให้จอด การไม่จอดนั่นหมายถึง พุ่งมอเตอร์ไซค์ เหล็กทั้งดุ้น ใส่ตำรวจและไม่ให้เกียรติต่อกฎหมาย

เป็นตำรวจคนไหนก็ต้องโกรธ เพราะตำรวจก็บาดเจ็บหรือเสียชีวิตเป็นเหมือนกัน และให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า คนนั้นอาจมีสิ่งผิดกฎหมาย ถ้าเป็นต่างประเทศที่กฎหมายเข้มงวดก็มีมาตรการรุนแรงเหมือนกัน อยากให้เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์แก่ทุกๆฝ่าย ที่ตำรวจและประชาชนจะให้เกียรติกันและกัน จะได้ไม่เกิดการสูญเสียขึ้นอีก

43-e1425716025602

ทั้งนี้เราไม่อาจหลบหลีกหรือรู้ได้ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งด่านหรือจุดตรวจที่ไหนบ้าง แต่เราสามารถเช็คหรือตรวจสอบได้ว่า ด่านที่เราพบเป็นด่านถูกกฎหมายหรือไม่ ตามข้อมูลดังนี้  การตั้งด่าน เป็นคำเรียกใช้ในภาษาชาวบ้านทั่วไป ตำรวจมีมาตรการเกี่ยวกับการตั้งด่านตรวจ จุดตรวจ และจุดสกัด 3 กรณี ดังนี้

ด่านตรวจ หมายถึง สถานที่ทำการที่เจ้าพนักงานตำรวจออกปฏิบัติหน้าที่ในการตรวจค้น เพื่อจับกุมผู้กระทำความผิดในเขตทางเดินรถ โดยระบุสถานที่ไว้ชัดแจังเป็นการถาวร การตั้งด่านตรวจ จะต้องได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี หรือผู้มีอำนาจตามกฎหมายว่าด้วยทางหลวง หรือกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรแล้วแต่กรณี

จุดตรวจ หมายถึง สถานที่ที่เจ้าพนักงานตำรวจออกปฏิบัติหน้าที่ตรวจค้น เพื่อจับกุมผู้กระทำผิดความผิดในเขตทางเดินรถหรือทางหลวงในกรณีปกติเป็นการชั่วคราว โดยมีกำหนดระยะเวลาเท่าที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งในการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว แต่ต้องไม่เกิน 24 ชั่วโมง และเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจแล้ว จะต้องยุบเลิกจุดตรวจดังกล่าวทันที

จุดสกัด หมายถึง สถานที่เจ้าพนักงานตำรวจออกปฏิบัติหน้าที่ตรวจค้นเพื่อจับกุม ผู้กระทำความผิดในเขตทางเดินรถ หรือทางหลวง ในกรณีที่มีเหตุการณ์ฉุกเฉินหรือจำเป็นเร่งด่วนเกิดขึ้นเป็นการชั่วคราวและจะต้องยุบเลิกเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจดังกล่าว

– การ ปฎิบัติหน้าที่ของตำรวจ ณ จุดตรวจนั้นจะต้องมีนายตำรวจชั้นสัญญาบัตรเป็นหัวหน้า (ยศตั้งแต่นายร้อยตำรวจตรีขึ้นไป) และต้องแต่งเครื่องแบบให้ถูกต้องในการปฎิบัติหน้าที่ดังกล่าวด้วย

– การปฎิบัติในการตรวจค้น จับกุม จะต้องปฎิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาและระเบียบการของตำรวจ

– ตรง จุดตรวจหรือด่านตรวจของตำรวจนั้นจะ ต้องมีแผงกั้นที่มีเครื่องหมายจราจรคำว่า “หยุด” หรือ “หยุดตรวจ” ในเวลากลางคืนจะต้องมีแสงไฟส่องสว่างให้เห็นอย่างชัดเจนระยะไม่น้อยกว่า 150 เมตร

– ก่อนถึงจุดตรวจ และให้มีแผ่นป้ายแสดงยศ ชื่อ นามสกุล และตำแหน่งของหัวหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ประจำด่านตรวจและจุดตรวจดังกล่าวนอกจากนั้นให้มีแผ่นป้ายแสดงข้อความว่า “หากพบเจ้าหน้าที่ทุจริต หรือประพฤติมิชอบให้แจ้ง ผู้บังคับการ โทร………………………….” (ให้ใส่หมายเลขโทรศัพท์ของ ผบก. ไว้ ข้อความดังกล่าวข้างต้นให้มองเห็นได้ชัดเจนในระยะไม้น้อยกว่า 15 เมตร

596588-01

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีกระแสข่าวด้านลบของเจ้าหน้าที่ตำรวจออกมาให้เราเห็นอยู่บ่อยครั้ง จนหลายๆคนรู้สึกไม่ไว้วางใจตำรวจไปแล้ว บางคนตำหนิเจ้าหน้าที่เพียงเพราะเขาตั้งด่านตรวจ ทั้งๆที่นั่นคือหน้าที่ของเขา หากเขาไม่ทำก็เหมือนการละเลยการปฎิบัติหน้าที่ ฉะนั้นแล้วอย่าตัดสินว่าตำรวจทุกคนไม่ดี ทุกสิ่งทุกอย่างต้องว่ากันด้วยเหตุผลและความถูกต้อง

MThai News

ขอบคุณภาพและข้อมูลจากThailand Police Story ,เรารักด่านตรวจ

นายก ของขึ้น! ท้า’คอลัมนิสต์’ ถ้าเก่งจริงลงเลือกตั้ง

ประยุทธ์ ท้าคอลัมนิสต์ ลงเลือกตั้ง มาบริหารประเทศ หลังวิจารณ์หนักรัฐบาลทำงานล้มเหลว ยันยังไม่ปรับคณะรัฐมนตรี เพราะเปลี่ยนคนก็ทำให้การแก้ปัญหาดีขึ้น วอนสื่อควรวิจารณ์ให้เหมาะสม

วันนี้ (25 มี.ค. 58) ในช่วงหนึ่งก่อนเดินทางไปประเทศบรูไนฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อขาวด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวมีอารมณ์ หลังถูกถามถึงการปรับคณะรัฐมนตรี

ประยุทธ์ จันทร์โอชา,

ประยุทธ์ จันทร์โอชา

เนื่องจากเกิดความขัดแย้งในรัฐบาล ระหว่างพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และ มรว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี ก่อนจะบานปลายไปถึงเรื่องการนำเสนอข่าวของสื่อ โดยเฉพาะการนำเสนอข่าวคดีความทางการเมือง ควรให้เป็นไปตามกระบวน อย่าไปเขียน อย่าไปยุ่งมากนัก เพราะจะมีแต่เพิ่มความวุ่นวาย สร้างแตกแยก

อะไรกันนักหนา ผมไม่เข้าใจ จะต้องเมื่อนี่ เมื่อนั่น โดยเฉพาะของผู้จัดการเปิดอ่านดูไม่ได้สักหน้าหนึ่ง เป็นบ้ากันไปหรืออย่างไร เขียนอะไรไม่รู้กันทุกวัน จะเอาอะไรกันหนักหนา เก่งหนักหนา มึงมาบริหารงานมา มาเป็น สส.เลย ไอ้ชัชวาล ไอ้โสภณ(คอลัมน์นิสต์ นสพ.ผู้จัดการ) พวกนี้ รัฐบาลนี้พูดจาแบบนี้จะว่าผมก็ว่ามา ยังไงก็รับอยู่แล้ว แต่ผมเป็นมนุษย์ ไม่ใช่เป็นนายกฯ ที่ไม่ใช่มนุษย์ก็มีจิตใจ มีชีวิตและจิตใจ

ส่วนการเข้าพบตนของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม และ มรว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี เมื่อบ่ายวันที่ 24 มี.ค.ที่ผ่านมาว่า เป็นการปรึกษาเรื่องการงานเท่านั้น ไม่ได้ปรับความเข้าใจหรือทะเลาะกันอย่างที่เข้าใจ มีแต่สื่อเท่านั้นที่ชวนจะให้ทะเลาะหากจะทะเลาะก็มีแค่ตนคนเดียวเท่านั้นที่ชวนทะเลาะได้ เพราะทำงานไม่ดีก็ต้องตำหนิ แต่ทำดีก็ต้องชม ทั้งนี้ยืนยันว่ารัฐบาลยังไม่จำเป็นที่ต้องปรับคณะรัฐมนตรี เพราะการปรับคนก้ไม่สามารถแก้ปัญหาได้

ประเทศชาติมีคนเกือบ 70 ล้านคน มีปัญหาร้อยกว่าเรื่องจนถึงวันนี้ขึ้นเป็นพันกว่าเรื่อง แทนที่จะมาช่วยกันเพราะวันนี้เป็นโอกาสดีที่รัฐบาลชุดนี้เข้ามาแบบนี้ ไปรวมพลังคนมาให้ได้มาช่วยกันแก้ปัญหา รวมกันทุกพวกไม่ใช่ตีให้แตกไปทุกเรื่อง เหมือนรัฐบาลปกติ มันไม่เข้าใจกันหรืออย่างไร

เสรีภาพให้ก็ให้แล้ว ทุกอย่างไม่เคยห้ามอะไรเลย ไม่มีใครเขาให้แบบนี้หรอก เดี๋ยวผมจะดูอีกระยะหนึ่งนะ สำหรับการทำงานของสื่อ ที่ผมและรัฐบาลทำมาทั้งหมดก็เพื่อคนไทยทุกคน แต่พอจะมีกลไกอะไรต่างๆ ออกมาก็ไม่ยอมกันจะกลับไปยืนที่เก่า สื่อก็คล้อยตามกันไปเรื่อย ยิ่งทำให้สังคมแตกแยก แล้วผมจะได้อะไรขึ้นมากับสิ่งที่ผมทำ ผมไม่ใช่การเมือง ผมไม่ได้ผลประโยชน์ ผมไม่มีธุรกิจ

ที่พูดไม่ได้มาทวงอะไร ทั้งหมดผมทำให้คนไทย ถ้าใครมันไม่เข้าใจ มันก็ไม่ใช่คนไทย สื่อต้องช่วยกัน ต่อจากนี้ผมจะดูทุกสื่อและถ้าจำเป็นผมก็จะใช้อำนาจของผมทุกคน ไม่ได้ ไม่ให้มาวิจารณ์ วิจารณ์ได้แต่ต้องเข้าใจเสียหน่อย วันนี้คำสั่ง คสช.มีอยู่แล้วไม่ใช่หรือ หรือลืมกันไปหมดแล้ว ลืมหรืออย่างไร สบายกันเกินไปแล้วมั้ง

ดังนั้นหากสื่อจะวิจารณ์ก็ให้มันเหมาะสมหน่อย ถ้าวิจารณ์ทั่วๆ ไป ติติงนิดหน่อยผมก็รับได้นะ แต่ถ้าพูดทุกวันว่าล้มเหลว มันจะล้มเหลวได้อย่างไรว่ะ ก็ของเก่ามันยิ่งกว่าล้มเหลวอีก เมื่อเราเข้ามาแก้ จากความล้มเหลวเดี๋ยวมันก็ดีขึ้น คิดแบบนี้กันบ้างสิ

MThai News

สุดยอดคัมภีร์! 10 เคล็ดลับ ทำอย่างไร ไม่ให้จน

สุดยอดคัมภีร์หนีจน! รวม 10 เคล็ดลับ วิธีบริหารสุขภาพการเงินสุดเจ๋ง ไม่ว่าคุณเป็นใคร ถ้าทำได้ครบ รับรองชีวิตไม่จบด้วยความจน ได้เวลาดูแลกระเป๋าสตางค์กันแล้ว!

ในภาวะเศรษฐกิจที่ไม่รู้จะเดินไปทิศทางไหน เครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศเกือบทุกตัวดับหมด ตัวเลขเศรษฐกิจถูกหั่นทิ้งรายวัน ประชาชนคนตาดำ ๆ ยิ่งต้องระมัดระวังในการใช้ชีวิต โดยเฉพาะการดูแลสุขภาพทางการเงิน ที่จะทำให้ทุกคนสามารถผ่านวิกฤต หนีความยากจนได้ วันนี้ทีมข่าวเศรษฐกิจ MThai จะพาไปรู้จัก 10 เคล็ดลับ ทำอย่างไร ไม่ให้จน!

10 เคล็ดลับ, บริหารการเงิน, การออม, การลงทุน

สุดยอดคัมภีร์! 10 เคล็ดลับ ทำอย่างไร ไม่ให้จน

1.‘ขยันขันแข็ง และพยายามหารายได้เพื่อกระจายความเสี่ยง’ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพนักงานออฟิศที่ทำงานประจำ ซึ่งมีความเสี่ยงจากการถูกปลดจากงานอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว เราจึงต้องมองหารายได้เสริมเพื่อรองรับความเสี่ยงทางการเงินด้วย

2.‘เก็บวันนี้ มีวันหน้า ออมก่อน รวยก่อน’ วิธีนี้ใช้ได้เสมอนะครับไม่ว่าจะยุคสมัยไหน และไม่ว่าจะคนปกติ หรือมหาเศรษฐี เพราะการออมเป็นรากฐานที่สำคัญของอนาคต เคล็ดลับง่าย ๆ คือแบ่งเงินออมก่อนที่จะใช้ครับ รับรองไม่จน

3.‘พอเพียง พอกินพอใช้ อย่าหน้าใหญ่ ใช้เกินตัว’ จริงอยู่นะครับว่าหาเงินได้มากก็ใช้ได้มาก แต่ต้องอย่าลืมนะครับว่าความพอดี หรือพอเพียงจะทำให้เราไม่ทุกข์ยากในยามที่เกิดปัญหา ยิ่งถ้าหาน้อย ใช้มากแล้วด้วยชีวิตนี้ลำบากแน่ครับ

10 เคล็ดลับ, บริหารการเงิน, การออม, การลงทุน

เริ่มจากการออม ก่อนเปลี่ยนเป็นการลงทุน

4.‘ออมไว้ ก่อนใช้ลงทุน’ทุกวันนี้หลายคนคงทราบดีนะครับว่า ดอกเบี้ยเงินฝากบ้านเราเรียดต่ำติดดิน แต่ไม่ได้หมายความว่าการฝากเงินธนาคารไม่ดีนะครับ แต่เมื่อเก็บเงินไปสักระยะให้เปลี่ยนเป็นการลงทุนบ้าง เพื่อกระจายความเสี่ยง และผลตอบแทน

5.‘รับ ใช้ จ่าย รู้’ วิธีนี้มีประโยชนื์อย่างมากครับ สำหรับใครที่ชอบมีคำถามว่า ‘เงินเราหายไปไหน?’ หรือ ‘เราใช้อะไรไปบ้าง’ การทำบัญชีรายรับรายจ่าย คือคำตอบครับ เพราะทำให้เรารู้การเคลื่อนไหวของเงิน และป้องกันเงินรั่วไหลอีกด้วย

6.‘ไม่มีปัญญา มีหรือจะป้องทรัพย์ได้’ความมั่งคั่ง ความร่ำรวยเป็นสิ่งที่ไม่จีรังยั่งยืนนะครับ แต่อาวุธที่สำคัญที่สุดในการรักษาความมั่งคั่ง หรือความเป็นอยู่ที่ดีคือ ‘ปัญญา’ ครับ ดังนั้นจึงต้องหมั่นหาความรู้ และติดตามสถานการณ์อยู่ตลอด

10 เคล็ดลับ, บริหารการเงิน, การออม, การลงทุน

การติดตามสถานการณ์ และหาความรู้อยู่เสมอ จะทำให้เราได้เปรียบคนอื่น

7.‘ความไม่มีหนี้ เป็นลาภอันประเสริฐ’ ไม่ว่าจะเป็นหนี้ในระบบ นอกระบบ บัตรเครดิตและอื่นๆ เลี่ยงได้ก็ควรเลี่ยงครับ แต่หากมีโครงการที่ต้องใช้เงินก้อนใหญ่ เช่น ซื้อบ้าน หรือซื้อรถ เราควรวางแผนการออมเงินล่วงหน้า และใช้เงินออมเป็นหลัก

8.‘ใช้ชีวิตวันนี้ แต่อย่าลืมอนาคต’ วันนี้ที่เรายังสามารถสร้างรายได้ เราควรเตรียมวางแผนการเงินไว้สำหรับอนาคต เช่น การวางแผนเกษียณ การศึกษาให้ลูก เตรียมพร้อมสำหรับกรณีฉุกเฉิน ด้วยการซื้อกรมธรรม์ประกันทรัพย์สิน ประกันชีวิต

9.‘คบคนเช่นไร เป็นคนเช่นนั้น’ การใช้ชีวิตอยู่กับกลุ่มเพื่อนเจ้าสำราญ วันๆ ชวนกันแต่ไปเที่ยวสังสรรค์ สุดท้ายเราก็หลงติดไปด้วย แต่หากคบเพื่อนกลุ่มนักลงทุน วันๆ ก็ชวนกันคุยแต่เรื่องการออม การลงทุน เราก็จะติดวิธีคิดใหม่ด้านการเงินไปด้วย

10 เคล็ดลับ, บริหารการเงิน, การออม, การลงทุน

หันหลังให้เงินบ้าง แล้วหัวมาดูแลสุขภาพกาย สุขภาพใจกัน

10.‘ร่างกายสำคัญที่สุด’ อย่าวิ่งหาเงินจนลืมตัวเองนะครับ เพราะมันไม่มีประโยชน์อะไรเลย ที่มีเงินมากมาย แต่สุดท้ายไม่ได้ใช้ความสุขจากมัน รักษาตัวตอนแก่จนหมด เพราะฉะนั้นหันหลังให้เงินบ้าง แล้วหัวมาดูแลสุขภาพกาย สุขภาพใจกัน

MThai News