ผบ.ตร.แถลงจับมือปืนสังหาร ‘พระบัณฑิต’ สารภาพลงมือจริง รับค่าจ้าง5หมื่นบาท ตร.เร่งล่า ‘เสี่ย บ.’ตัวบงการ ยืนยันไม่ปกป้องพวกเดียวกัน
เมื่อเวลา 11.00 น. วันนี้ (25 มี.ค.) พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) พร้อมด้วยพล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วยผบ .ตร. และโฆษกตร. พล.ต.ท.ปัญญา มาเม่น ผู้ช่วยผบ.ตร. และพล.ต.ต.ฐิติราช หนองหาญพิทักษ์ รักษาการผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พร้อมเจ้าหน้าที่ ควบคุมตัว นายปัญจ๋า ชารีแสน หรือ “โบ้” อายุ 49 ปี มือปืนสังหาร พระอาจารย์บัญฑิต สุปัณฑิโต หรือพระหมอ เจ้าอาวาสวัดป่าตอสีเสียด ต.บ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลไชยวาน และโรงพยาบาลนายูง จ.อุดรธานี เข้าขอขมาต่อ หลวงปู่สุข พระพ่อของพระบัณฑิต

โดยหลวงปู่สุขกล่าวเพียงว่า ขอโหสิกรรมให้ทั้งหมด จากนั้นตำรวจได้นำผู้ต้องหาขึ้นเครื่องบินเพื่อเดินทางมาแถลงข่าวที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติทันที
ต่อมาเมื่อเวลา 14.30 น.ตำรวจนำตัว นายปัญจ๋า มาที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนหลังจับกุมได้ และรับสารภาพว่า เป็นผู้ลงมือยิงพระอาจารย์บัณฑิตจริง หลังได้รับค่าจ้างจำนวน 50,000 บาท จากด.ต.ชาญชัย สร้อยสังวาลย์ ผู้บังคับหมู่งานป้องกันและปราบปราม สภ.เมืองอุดรธานี และในวันเกิดเหตุ ด.ต.ชาญชัย ได้เป็นผู้จัดหาอาวุธปืน พร้อมขับรถพาไปลงมือก่อเหตุ โดยไม่ทราบว่าเป้าหมายเป็นพระ และเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุกลับตัวไม่ทัน เพราะรับงานมาแล้ว แต่หลังก่อเหตุก็รู้สึกละอายใจ และคิดจะมอบตัว

พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากการสอบสวนทราบว่า ผู้จ้างวานในคดีนี้ คือ “เสี่ย บ.” ส่วนปมการก่อเหตุ เชื่อว่า เกิดจากการเข้าใจผิด ส่วนสาเหตุที่แท้จริงจะเป็นอย่างไร ต้องรอให้สามารถจับกุมผู้จ้างวานได้ก่อน พร้อมยืนยัน แม้จะมีข้าราชการตำรวจเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง ก็จะดำเนินการอย่างเด็ดขาด โดยไม่ปกป้อง และเพื่อให้เกิดความโปร่งใส จึงโอนสำนวนคดีให้ตำรวจกองปราบปรามดูแลคดีแล้ว ขณะที่มั่นใจว่าจะสามารถจับตัวผู้บงการได้
สำหรับด.ต.ชาญชัย ได้มีการออกหมายจับ และจะให้ออกจากราชการไว้ก่อน รวมทั้งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง เบื้องต้น เชื่อว่าหลบหนีออกนอกประเทศแล้ว ส่วนการเชิญตัว นายบรรเจิด ฉัตรไพฑูรย์ หรือเสี่ยบั๊ค ประธานบริหารโรงพยาบาลเอกอุดร มาสอบสวน เป็นการสอบสวนในฐานะพยาน เนื่องจาก มีการพาดพิงถึงเท่านั้น ยังไม่ได้ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีนี้
ส่วนจะมีความเชื่อมโยงกับ พล.ต.ต.ชัยญัติ สายถิ่น ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี และ พล.ต.ต.บุญลือ กอบางยาง ผู้บังคับการกองบังคับการฝึกพิเศษ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ที่มีคำสั่งให้ช่วยราชการ หรือไม่ พล.ต.อ.เอกสมยศ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่พบความเชื่อมโยง แต่เพื่อให้เกิดความโปร่งใสในการสืบสวนสอบสวน จึงมีคำสั่งย้ายดังกล่าว

ทั้งนี้ มีรายงานว่า ศาลทหารมณฑลทหารบกที่ 24 อนุมัติหมายจับนายปัญจ๋า และด.ต.ชาญชัย ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไต่ตรองไว้ก่อน และข้อหาร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมายแล้ว
ขณะในช่วงเช้าที่ผ่านมา ตำรวจได้มีการเข้าตรวจค้นบ้านของด.ต.ชาญชัย ซึ่งเจ้าหน้าที่เชิญตัวนายสำราญ สร้อยสังวาลย์ พ่อของด.ต.ชาญชัย พร้อมยึดปืนยาวดัดแปลงขนาด .22 และเครื่องกระสุนจำนวนหนี่ง พร้อมทะเบียนรถ ซึ่งยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นทะเบียนรถคันก่อเหตุหรือไม่ มาที่สถานีตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี รวมถึงเข้าตรวจค้นโรงพยาบาลเอกอุดร และบ้านพักนายบรรเจิด หรือเสี่ยบั๊ค บริเวณห้าแยกวุ่นวาย ถ.สุรการ เทศบาลนครอุดรธานี แต่ไม่พบตัว
อย่างไรก็ตาม ปมการสังหารในครั้งนี้ ตำรวจยังให้น้ำหนักในประเด็นชู้สาวเป็นพิเศษ แต่ก็ยังไม่ตัดประเด็นอื่นทิ้ง
ขอบคุณข้อมูลและภาพจากทวิตเตอร์ @fm91trafficpro,
ข้อมูลเพิ่มเติมจาก TNN24
MThai News