ดราม่าโอเน็ต! โจ๋จวกสื่อ หยามเด็กไทยสมองแฟบ

ว่าที่ นักศึกษาแพทย์ อัดคลิประบายถึงสื่อมวลชนไทยในการนำเสนอข่าว พร้อมทั้งกล่าวถึงระบบการศึกษาไทย

เมื่อวันที่ 21 มี.ค.ผู้ใช้เฟซบุ๊คชื่อ ‘ปรม บุตรมะลา’ เผยแพร่คลิปวีดีโอ พร้อมระบุข้อความประกอบว่า ‘เด็กไทยสมองแฟบ? เจ็บคะเจ็บ’ ซึ่งมีการพูดถึงการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชน บนหน้าหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง เกี่ยวกับผลโอเน็ตของเด็กไทย ซึ่งทำให้กลายมาเป็นประเด็นในโลกสังคมออนไลน์ ที่มาการแชร์ข้อความดังกล่าวไปแล้วกว่า 6,800 ครั้ง รวมถึงผู้ที่เข้ามากดไลค์คลิปดังกล่าวกว่า 30,000 ครั้ง

0123

ทั้งนี้เนื้อความระบุว่า ได้ไปเจอข่าวที่แชร์มา และรู้สึกเสียดแทงจิตใจ และทำร้ายจิตใจดิฉันมาก ก็ไม่รู้ว่าคนอื่นจะรู้สึกยังไง แต่ดิฉันคือเจ็บมาก (สะอื้น) พร้อมหยิบพาดหัวของหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง ที่พูดเกี่ยวกับผลการสอบโอเน็ตของเด็กไทย ที่พาดหัวว่า ‘ผลโอเน็ต นร.ชั้น ม.6ย่ำอยู่กับที่’ เด็กไทยสมองแฟบ ซึ่งเจ้าของคลิปคือหนึ่งในนักเรียนที่เข้าสอบโอเน็ตเช่นกัน และรู้สึกเศร้าใจ พร้อมทั้งให้ความเห็นว่า คำว่าสมองแฟบเป็นคำที่รุนแรงเกินไป พร้อมทั้งฝากถึงสื่อว่า การนำเสนอข่าวต้องมองให้ลึก และผนวกกับการคิดวิเคราะห์ ประกอบกับปัจจัยหลายๆประการ และต้องมองในภาพโดยรวม ก่อนการนำเสนอ

‘คำว่าเด็กไทยสมองแฟบมันเป็นไปไม่ได้ เนื่องจากนักเรียนทุกคนย่อมมุ่งหวังทำทุกอย่างให้ดีที่สุดในชีวิตอยู่ แต่ผู้ใหญ่กลับโทษเด็กว่าไม่ตั้งใจ การศึกษาเลยย่ำอยู่กับที่ ส่วนเด็กก็โทษผู้ใหญ่ว่าระบบการศึกษาที่กำหนดขึ้นนั้นไม่ตรงกับความเป็นจริง ทั้งสองฝ่ายโทษกันไปมา จึงทำให้ไร้การพัฒนา’

‘บางครั้งข้อสอบไม่สามารถนำมาวัดทักษะได้ เพราะมีวิชาข้อสอบที่ความหลายหลาก ต้องใช้ความจำอย่างมากในการสอบ และการสอบค่อนข้างมีความถี่ โดยส่วนตัวไม่ทราบว่าค่าทางสถิติมีความน่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใดแต่ไม่เห็นด้วยกับคำพูดดังกล่าว’

พร้อมทั้งฝากคำถามถึงผู้ที่มีความเกี่ยวข้อง ในการคิดwไตร่ตรองเพื่อพัฒนาการศึกษาไทย เนื่องจากปัจจุบันเด็กไทยไม่รักในการเรียน รวมถึงการชี้แนะรูปแบบในการศึกษาต่อไป ส่วนตัวแล้วต้องเสียเงินถึงหลักแสน กว่าจะสามารถสองติดหมอได้

หลังจากการเผยแพร่คลิปดังกล่าวออกไป ได้มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นในเชิงสนับสนุน เห็นด้วยอย่างกว้างขวาง โดยผู้ใช้บางคนถึงขั้นแสดงความคิดเห็นว่า อยากสนับสนุนให้เจ้าของคลิปเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการคนต่อไป

cats0006

MThai News
ที่มา ปรม บุตรมะลา

วิษณุย้ำ ยิ่งลักษณ์บินนอก ต้องผ่านด่าน ศาล-คสช.

รองนายกรัฐมนตรีย้ำ ‘ยิ่งลักษณ์’บินนอกต้องขออนุญาตทั้งศาลและคสช.ก่อน ชี้หากฝ่ายหนึ่งไม่ยอมไม่สามารถไปได้ ขณะเผยหลัง 27 เม.ย.รัฐบาลเริ่มตรวจร่างรธน.

วันนี้ (23 มี.ค.) นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีการขออนุญาตเดินทางไปต่างประเทศของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หลังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง รับฟ้องในคดีรับจำนำข้าวว่า การจะเดินทางไปต่างประเทศของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ขณะนี้ศาลจะสั่งหรือไม่สั่งอย่างไร การขออนุญาตนั้นอยู่ภายใต้คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อยู่แล้ว

วิษณุ ย้ำ ยิ่งลักษณ์ บินนอก ต้องผ่านด่าน 'ศาล-คสช.'

วิษณุ ย้ำ ยิ่งลักษณ์ บินนอก ต้องผ่านด่าน ‘ศาล-คสช.’

โดยหลักกฎหมายศาลได้ห้ามไว้ แต่หากจะไปต้องขออนุญาตศาล ขณะเดียวกันมีคำสั่งห้ามของ คสช.ก็ต้องขอคสช.ด้วย  และหากฝ่ายใดฝ่ายใดไม่อนุญาต ก็ไม่สามารถเดินทางไปได้ เพราะมูลเหตุต่างกัน ซึ่งศาลจะต้องพิจารณาว่าหนีคดีหรือไม่ ส่วนในส่วนของคสช.จะพิจารณาในแง่อื่น เหมือนกับบุคคลที่กำหนดให้มาขออนุญาต

นอกจากนี้นายวิษณุ กล่าวถึงกรณีการยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่จะมีการพิจารณาครบรายมาตราในเดือน มี.ค.ว่า มีการนัดหมายกันแล้วในวันที่ 20 – 26 เม.ย.นี้ จะให้ที่ประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) อภิปรายก่อนเพื่อรับข้อคิดเห็น แต่จะไม่มีการโหวต หลังจากนั้นจะเปิดให้มีการแก้ไขจากฝ่ายต่างๆ รวมถึงรัฐบาลด้วย

เพราะฉะนั้นนับจากวันนี้ไปจนถึงวันที่ 27 เม.ย.ในส่วนรัฐบาลยังดำเนินการอะไร รัฐบาลจะทำงานได้หลังวันที่ 27 เม.ย.ไปแล้ว ซึ่งถือว่าเป็นตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ตามโรดแมป ส่วนความเห็นนอกเวทีจากฝ่ายการเมืองจะเสนอในช่องทางใดก็ได้ หรือจะเสนอผ่านรัฐบาลก็ทำได้ ซึ่งรัฐบาลจะต้องพิจารณาความเห็นต่างๆด้วย

MThai News

โจ๋ปทุมฯเหิม!ยกพวกไล่ยิง สาวท้องหวิดโดนลูกหลง

วัยรุ่นเมืองปทุมฯ ยกพวกไล่ยิงไล่ฟันอุกอาจ หนีตายเข้าบ้านสาวท้อง อริยังตามมายิงซ้ำ บาดเจ็บ 4 ราย สาวท้องและลูกหวิดโดนลูกหลง

วันนี้ (23 มี.ค.) ตำรวจ สภ.คลองหลวง รับแจ้งมีวัยรุ่นไล่ยิงกันและมีผู้ได้รับบาดเจ็บภายในซอยคลองหลวง 8 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จึงเดินทางเข้าตรวจสอบ

วัยรุ่นเมืองปทุมฯ ยกพวกไล่ยิงไล่ฟันอุกอาจ

วัยรุ่นเมืองปทุมฯ ยกพวกไล่ยิงไล่ฟันอุกอาจ

ที่เกิดเหตุหน้าร้านซ่อมรถจักยานยนต์ พบขวดแตกกระจายเต็มถนน และห้องน้ำในร้านพบกองเลือดและหยดเลือดจำนวนมาก นอกจากนี้ยังพบมีดดาบ 2 เล่ม เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนคนเจ็บถูกนำตัวส่ง รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ มีทั้งหมด 4 รายทราบชื่อ 1.นายอรรถพร ชูเจริญ อายุ 23 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดที่ชายโครงด้านซ้าย 1 นัด และตามลำตัวถูกฟัดด้วยอาวุธมีดจำนวนหลายแผลอาการสาหัส 2.นายจักรกฤษณ์ นิลโหมด อายุ 19 ปีถูกอาวุธฟันที่นิ้วมือด้านขวา ส่วนอีก 2 คนยังไม่ทราบชื่อ

จากการสอบถาม นางดุษฎี อ้นขวา ภรรยาเจ้าของร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ บอกว่าระหว่างที่ตนอยู่ในบ้านได้มีวัยรุ่นไล่ฟันกันอยู่กลางถนนภายในซอย และกลุ่มของผู้ได้รับบาดเจ็บได้วิ่งหนีเข้ามาหลบในร้าน กลุ่มผู้ก่อเหตุก็ได้ตามเข้ามารุมฟันกันถึงในร้าน ตนจึงบอกว่าให้คนเจ็บออกไปหลบด้านนอกก่อน เพราะว่าตัวตนเองท้องอยู่ และยังมีลูกเล็กอยู่ในร้านด้วยเกรงว่าจะโดนลูกหลง จากนั้นก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นจำนวนหลายนัด

ส่วนนายจักรกฤษณ์ นิลโหมด 1 ในคนเจ็บบอกว่า ระหว่างนั่งอยู่ภายในบ้านกับเพื่อนๆได้มีกลุ่มวัยรุ่นประมาณ 10 กว่าคน ขับรถจักรยานยนต์มาจอดหน้าบ้าน และได้เข้ามาทำร้ายกลุ่มของพวกตน จากนั้นตนก็ได้ยินเสียงปืนดังหลายนัด และพี่ที่อยู่ด้วยกันได้รับบาดเจ็บ หลังจากนั้นพวกตนจึงได้ใช้รถกระบะเพื่อที่จะนำคนเจ็บไปส่งโรงพยาบาล แต่ก็ถูกกลุ่มวัยรุ่นไล่ตามมาทำร้ายคนเจ็บที่ท้ายรถกระบะอีก ก่อนที่กลุ่มวัยรุ่นจะหลบหนีไป

ด้าน พ.ต.ท.วิเชียร เหมือนสุวรรณ สารวัตรสอบสวน สภ.คลองหลวง ได้มาตรวจสอบที่เกิดเหตุ ยังไม่พบสาเหตุของการก่อเหตุในครั้งนี้ แต่คาดว่าน่าจะเป็นวัยรุ่นคึกคะนอง และเคยเป็นคู่อริกันมาก่อน จึงได้เข้ามาทำร้ายถึงหน้าบ้าน และจะสอบสวนผู้ได้รับบาดเจ็บอีกครั้งหนึ่งเพื่อหาตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีต่อไป

MThai News