จ่อหมายเรียก 3บิ๊ก ‘โบนันซ่า’ รับทราบ5ข้อหา

ตำรวจภาค3 เตรียมออกหมายเรียก 3 ผู้บริหารสนามแข่งรถโบนันซ่า สปีดเวย์ เข้ารับทราบ 5 กล่าวข้อหาบุกรุกป่า ชี้ออกหมายเรียกไม่มา พร้อมออกหมายจับ

วันนี้ (23 เม.ย.) พล.ต.ต.ธเนษฐ สุนทรสุข รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 เปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินคดีกับผู้บริหาร สนามแข่งรถโบนันซ่า สปีดเวย์ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ถึงการบุกรุกพื้นที่ป่าว่า พนักงานสอบสวน สภ.ปากช่อง จะออกหมายเรียกผู้บริหาร 3 ราย ของบริษัท โบนันซ่า อินเตอร์เนชั่นแนล สปีดเวย์ จำกัด ที่มีรายชื่อเป็นผู้บริหารสนามแข่งรถโบนันซ่า สปีดเวย์

โบนันซ่า สปีดเวย์

โบนันซ่า สปีดเวย์

ประกอบด้วย นายภูผา เตชะณรงค์ กรรมการผู้จัดการบริษัท นายปรีชากรณ์ ปราบสงบ และนายนิธิศเชษฐ์ สุทธิเจริญกุล กรรมการบริษัท มารับทราบ 5 ข้อกล่าวหา พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 ร่วมกันก่นสร้างแผ้วถางป่า, พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 ร่วมกันยึดถือครอบครอง ทำประโยชน์ฯ อันเป็นการเสื่อมเสียสภาพป่าสงวนแห่งชาติ, ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497 ร่วมกันยึดถือครอบครองทำประโยชน์ ทำให้เสื่อมสภาพที่ดิน, ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497 บุกรุกลำรางสาธารณะและทางสาธารณะ และพ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ก่อสร้างอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต

หลังจากออกหมายเรียก เพื่อให้มารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว กำหนดระยะเวลาให้ผู้ที่ถูกกล่าวว่านั้นมารับทราบภายใน 7 วัน หากยังไม่มารับทราบ ก็จะทำการออกหมายเรียกเป็นครั้งที่ 2 โดยจะกำหนดระยะเวลา 7 วันเช่นเดียวกัน และหากครบกำหนด 7 วันในครั้งที่2 ผู้ที่ถูกกล่าวหายังไม่เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหา ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องดำเนินการออกหมายจับต่อไป

สำหรับพนักงานสอบสวนกำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด เหลือเพียงการสอบพยานที่มีชื่อในเอกสารสิทธิ์ นส.3 ก. แปลงที่ 6 ที่พบขึ้นมาใหม่ มีเนื้อที่ประมาณ 3 ไร่ โดยการทำงานคืบหน้าไปมากกว่า 70% แล้ว คาดว่าจะรวบรวมพยานหลักฐานส่งให้อัยการพิจารณาได้อย่างช้าไม่เกินกลางเดือนพฤษภาคม

ขอบคุณข้อมูลจาก มติชนออนไลน์

MThai News

ร้อนแรง! ดวงอาทิตย์โคจรตั้งฉากกทม. 27 เม.ย.นี้

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์ชี้ดวงอาทิตย์โคจรแนวตั้งฉากกับกทม. 27 เมษานี้ ย้ำอาจไม่เป็นวันที่ร้อนที่สุดตามคาดกันไว้ 

วันนี้ (23เม.ย.58) สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.) เปิดเผยว่า วันที่ 27 เม.ย.58 นี้ เวลาประมาณ 12.18 น. ดวงอาทิตย์จะโคจรมาอยู่ในแนวตั้งฉากกับกรุงเทพมหานคร ผ่านเหนือศรีษะพอดี ช่วงตั้งฉากหากยืนกลางแดดในเวลาดังกล่าวเงาจะตกอยู่ใต้เท้าคนพอดี เป็นเหตุการณ์ปกติและอาจไม่ใช่วันที่ร้อนที่สุด

safe_image

นอกจากนี้ จะทำให้ได้รับพลังงานจากดวงอาทิตย์อย่างเต็มที่ แต่อุณหภูมิจะสูงสุดหรือไม่ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย อาจจะไม่มีอุณหภูมิสูงที่สุดตามที่คาดกันไว้ โดยช่วงเวลาดังกล่าวหากออกไปยืนกลางแดด จะไม่เห็นเงาของตัวเอง เนื่องจากแสงอาทิตย์ส่องลงตรงกลางศรีษะ ทำให้เงาตกอยู่บริเวณใต้เท้าพอดี คาดว่าในครั้งต่อไปดวงอาทิตย์จะเคลื่อนที่มาอยู่ในแนวตั้งฉากกับกทม.อีกครั้งช่วงฤดูฝน ประมาณ 16-17 ส.ค.58

ขอบคุณข้อมูล tnn

MThai News

นายก ใช้ม.44 แก้ประมง-ถกเข้าใจนักการเมือง

นายกรัฐมนตรี แจงการสร้างความปรองดองนั้นอยู่ที่ใจของทุกคน วอนหยุดแสดงความคิดเห็นที่เกิดขัดแย้ง ยัน เร่งแก้ปัญหาประมงผิดกฎหมาย – ใช้ ม.44 เพื่อทำความเข้าใจและอำนวยความสะดวกเจ้าหน้าที่

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. กล่าวถึงกรณีที่ศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อหารปฏิรูป หรือ ศปป. เชิญกลุ่มการเมืองรวมถึงนักวิชาการ มาแสดงความคิดเห็นเพื่อสร้างความปรองดองว่า เป็นการเชิญมาพูดคุยเพื่อสร้างความเข้าใจกันในเรื่องต่าง ๆ

ประยุทธ์ จันทร์โอชา, มาตรา44, ประมง, อียู

ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ซึ่งไม่ได้เป็นการปรับทัศนคติ เนื่องจากสถานการณ์ขณะนี้ยังคงไม่ปกติ จึงไม่สมควรแสดงความคิดเห็นต่อสังคม ส่วนหากเชิญมาพูดคุยแล้วยังคงไม่มีความเข้าใจคงต้องให้สังคมตัดสิน อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าทุกคนหวังดีต่อประเทศชาติ และไม่เคยว่านักการเมืองเป็นคนไม่ดีทั้งหมด

ขณะเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ ระบุว่า การสร้างความปรองดองอยู่ที่ใจของทุกคน คือต้องหยุดแสดงความคิดเห็นที่เกิดความขัดแย้ง และเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ทั้งนี้ ยืนยันว่าอำนาจมาตรา 44 แตกต่างจาก มาตรา 17 ในอดีต แต่ขออย่าสร้างความเสียหายร้ายแรง ทั้งนี้ ยอมรับว่ารู้สึกหนักใจจะแก้ปัญหาไม่แล้วเสร็จ

พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวว่า สำหรับกรณีที่ทางสหภาพยุโรป หรือ อียู ให้ใบเหลืองประเทศไทยกรณีการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย หรือ IUU โดยกำหนดให้แก้ปัญหาภายใน 6 เดือน นั้น ไม่นอกเหนือจากที่คาดการณ์ไว้ เนื่องจากยังมีอีกหลายข้อที่ยังบกพร่องมาเป็นเวลานาน และยังไม่เป็นรูปธรรม แต่ยืนยันจะเร่งรัดแก้ไขปัญหาอย่างเต็มที่ทั้งระบบในทุกมิติ ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงเรื่องปัญหาการค้ามนุษย์ด้วย

ทั้งนี้ ไม่สามารถรับปากได้ว่าจะสำเร็จตามกำหนดหรือไม่ ซึ่งทุกฝ่ายต้องร่วมกันแก้ไขปัญหาดังกล่าว ส่วนการใช้มาตรา 44 นั้นขอทำความเข้าใจว่าเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้เจ้าหน้าที่สามารถบูรณาการทำงานร่วมกันได้ ไม่ใช่การแก้ไขปัญหาโดยตรง เช่นเดียวกับในเรื่องของข้าราชการที่อาจเกี่ยวข้องกับการทุจริตนั้น ก็ไม่สามารถใช้มาตรา 44 ลงโทษได้ เพียงแต่ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ในการตรวจค้น สืบสวน เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ซึ่งทุกกระทรวงก็มีรายชื่ออยู่แล้ว