ปลื้มปิติ! พระราชา-ราชินี แต่งกายสามัญชน เดินซื้ออาหารในไทย

สุดประทับใจ สมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ลที่ 16 กุสตาฟ แห่งสวีเดนและสมเด็จพระราชินีซิลเวีย ขณะเสด็จเยือนตลาดในไทย อย่างเช่นสามัญชน

มีการแชร์รูปภาพผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ปรากฏให้เห็นสองสามีภรรยาชาวต่างชาติ ซึ่งภายนอกมีการแต่งกาย เหมือนๆกับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติทั่วๆไป กำลังยืนซื้ออาหารอยู่ที่ร้านค้า ในตลาดแห่งหนึ่ง ในประเทศไทย ซึ่งสังเกตได้จากข้อความภาษาไทยที่อยู่ในภาพ และหากมองดูเผินๆแล้ว หลายๆท่านอาจจะยังไม่ทราบว่า แท้ที่จริงแล้ว บุคคลทั้งสองที่ปรากฏอยู่ในภาพ คือ บุคคลสำคัญอย่างสูงสุดในประเทศสวีเดน

กษัตริย์,พระราชินี,สวีเดน,ไทย,ซื้อของในตลาด,เที่ยวตลาด,กษัตริย์สวีเดนมาไทย

กระนั้น บุคคลที่ปรากฏอยู่ในภาพ คือ ‘สมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ลที่ 16 กุสตาฟ แห่งสวีเดนและสมเด็จพระราชินีซิลเวีย’ ซึ่งหลังจากการเผยแพร่ภาพดังกล่าวออกไป พร้อมกับอธิบายระบุข้อเท็จจริงดังกล่าว ได้มีผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์เป็นจำนวนมาก เข้ามาแสดงความปลื้มปิติ และประทับใจต่อการปฏิบัติตนเฉกเช่นสามัญชน คนธรรมดาทั่วๆ ไป ทั้งยังไม่ปรากฏผู้ติดตามข้างกายแม้แต่คนเดียว

อย่างไรก็ตามสมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ลที่ 16 กุสตาฟ แห่งสวีเดน และสมเด็จพระราชินีซิลเวีย เสด็จฯ เยือนประเทศไทยหลายครั้ง ซึ่งครั้งหนึ่ง คือการเสด็จฯเยือน เป็นการส่วนพระองค์ ยังจังหวัดภูเก็ต ตั้งแต่วันที่ 14-20 มิ.ย.2549 และอีกครั้งในวันที่ 29 ตุลาคม 2556 ในโอกาสที่เสด็จฯ เยี่ยมช้างไทย 2 เชือกที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานให้แก่สมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ลที่ 16 กุสตาฟ แห่งสวีเดน เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2547 แต่ไม่มีข้อมูลใดๆ แสดงให้ทราบว่า ภาพดังกล่าวเป็นการเสด็จเยือนมาไทยในครั้งใด

กระนั้นสมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ลที่ 16 กุสตาฟ ทรงเป็นประมุข องค์ปัจจุบันแห่งราชอาณาจักรสวีเดน เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติเป็นสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งสวีเดนเมื่อวันที่ 15 กันยายน ค.ศ. 1973 ส่วนพระราชินีซิลเวีย (พระนามเดิม ซิลเวีย เรนาเทอ ซอมแมร์ลัธ) ในอดีตเคยเป็นหญองสามัญชน ที่พบรักกับ  พระราชาธิบดี  ระหว่างการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก

MThai News

ศปป.เชิญ นศ.ถก-‘สิรวิชญ์’ซัดกองทัพคือตัวปัญหา

ศปป. เชิญ 2 นศ.ร่วมวงถกปรองดอง  ‘สิรวิชญ์’ ซัด กองทัพคือตัวปัญหา ขณะ ‘นัชชชา’ ชี้ ศปป.ขอห้ามเผยข้อมูลสื่อ หวั่นต่อยอดความขัดแย้ง 

23 เม.ย.58 ที่สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิต นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ และนายนัชชชา กองอุดม สองนักศึกษา ได้เดินทางมาตามคำเชิญของ พล.อ.พิสิทธิ์ สิทธิสาร ผู้อำนวยการศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป (ศปป.) เพื่อร่วมแสดงความคิดเห็นและกำหนดแนวทางเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง

ศปป., สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์, นัชชชา กองอุดม, สิรวิชญ์ นัชชชา, ปรองกอง

โดย นายสิรวิชญ์ กล่าวก่อนเข้าแสดงความเห็นต่อ ศปป.ว่า ตอนนี้กองทัพไม่มีความชอบธรรมที่จะเป็นตัวกลางในการแก้ปัญหาการเมืองไทยได้ กองทัพอย่าสำคัญตัวผิดไป เพราะกองทัพ คือ ตัวปัญหา ที่สร้างปัญหาทางการเมืองขณะนี้ โดยรู้สึกกังวล เพราะมีการห้ามไม่ให้สื่อมวลชนเข้าไปภายในสโมสรด้วย จึงไม่รู้ว่าศปป.ต้องการทำอะไรต่อไป

ด้าน นายนัชชชา กล่าวว่าภายหลังการเข้าร่วมประชุมว่า วันนี้เป็นการพูดคุยและแสดงความคิดเห็น เพื่อช่วยกันนำไปสู่ความปรองดอง โดยบรรยากาศภายในห้องประชุมเป็นการพูดคุยตามปกติ ไม่มีเรื่องความขัดแย้ง ขณะที่2พรรคการเมืองใหญ่ต่างเสนอคล้ายกัน โดยต้องหารให้คสช. มีความเป็นกลาง และมีความยุติธรรม

ทั้งนี้ ในส่วนตนได้เสนอเรื่องความยุติธรรมและการแสดงออกถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญ โดยทางศปป. ยืนยันว่าจะให้หลายฝ่ายได้แสดงออกมาขึ้น พร้อมขอร้องไม่ให้นำเรื่องที่มาพูดคุยกันในวันนี้ออกมาพูดกับสื่อ เพราะเกรงว่าจะเกิดประเด็นมากมาย ซึ่งไม่อยากนำประเด็นเหล่านี้ไปสู่ความขัดแย้ง

ขอบคุณข้อมูล/ภาพ naewna – matichon

MThai News

สั่งเด้ง! ผบก.ทหารพราน 41 เซ่น4ศพทุ่งยางแดง

มทภ.4 สั่งย้ายผบก.ทหารพราน41 ช่วยราชการมณฑลทหารบกที่2 เวลา1ปี เซ่นวิสามัญชาวบ้านทุ่งยางแดง 4 ศพ หลังผลสอบชัด ไม่ใช่แนวร่วมก่อความไม่สงบ

วันนี้ (23 เม.ย) พล.ท.ปราการ ชลยุทธ แม่ทัพภาคที่ 4 มีคำสั่งให้ พ.อ.พิเชษฐ์ ชุติเดโช ผู้บังคับการกรมทหารพรานที่41 ค่ายวังพญา อ.รามัน จ.ยะลา ไปช่วยราชการที่ มณฑลทหารบกที่42 ค่ายเสนาณรงค์ จ.สงขลา เป็นเวลา 1 ปี

พล.ท.ปราการ ชลยุทธ แม่ทัพภาคที่ 4

พล.ท.ปราการ ชลยุทธ แม่ทัพภาคที่ 4

พร้อมทั้งให้ พ.อ.สิทธิศักดิ์ เจนบรรจง รองผู้บังคับการกรมทหารพรานที่41 มาช่วยราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการร่วม กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร จ.ปัตตานี

ทั้งนี้ คำสั่งย้ายดังกล่าวเป็นผลมาจาก เหตุการณ์วิสามัญชาวบ้านเสียชีวิต 4 ศพ ในพื้นที่บ้านโต๊ะชูด อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 25 มี.ค.ที่ผ่านมา จากนั้นได้มีการตั้งคณะทำงานจากภาคประชาชน เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงว่า ผู้เสียชีวิตมีความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่หรือไม่ ซึ่งผลการตรวจสอบ ระบุชัดว่า ผู้ตายทั้ง 4 รายไม่ใช่แนวร่วมผู้ก่อความไม่สงบ และไม่มีความเชื่อมโยงกับอาวุธปืนที่พบในที่เกิดเหตุ

MThai News