ม้าเหล็กยมราช ขยี้แม่เฒ่าวัย 77ดับคาราง

สลด รถไฟชนแมเฒ่า วัย 77 ปี ดับคาที่บริเวณจุดพักรถสถานีรถไฟยมราช ชี้เหตุเกิดซ้ำซากในบริเวณดังกล่าว

วันที่ 21 เม.ย. 58 เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้รับแจ้งเกิดเหตุรถไฟขบวนรถเร็วที่ 140 อุบลราชธานี-กรุงเทพฯ ชนคนเสียชีวิต บริเวณสถานีรถไฟยมราช หน้าชุมชนสระแก้ว แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กทม. จึงเดินทางเข้าไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พร้อมมูลนิธิร่วมกตัญญู พบศพ นางจันทร์ เปี่ยมนอง อายุ 77 ปี มีสภาพแขนขาหักเละกระจายเกลื่อน

ทั้งนี้ นางศรีเมือง ท้าวทอง อายุ 51 ปี ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า นางจันทร์ หรือ ยายแดง มักจะเดินผ่านทางรถไฟทุกเช้า ซึ่งขณะเกิดเหตุ ตนนั่งอยู่ในบ้านและได้ยินเสียงตะโกนว่า มีคนถูกรถไฟชน จึงออกมาดูเห็นศพกระเด็นไปไกลกว่า 10 เมตร โดยตนและชาวบ้านเคยเตือนยายแดงให้ระวังเวลาเดินริมทางรถไฟแล้ว

รถไฟ , สถานีรถไฟยมราช , ยมราช , รถไฟชน

แม่เฒ่า วัย 77 ถูกรถไฟชนดับคารางที่สถานียมราช

อย่างไรก็ตาม บริเวณดังกล่าวมักจะเกิดเหตุรถไฟชนคนอยู่เสมอ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ติดตั้งป้ายเตือนและให้รถไฟชะลอ เมื่อเข้าใกล้ชุมชน

ไม่เหลือซาก! ทหารทุบทิ้ง สวนผึ้งรีสอร์ท ราชบุรี

ปิดตำนาน สวนผึ้งรีสอร์ท ทหารเข้ารื้อถอนสิ่งปลูกสร้างในสวนผึ้งรีสอร์ทบนเนื้อที่กว่า 200 ไร่ หลังกรมธนารักษ์ยกเลิกสัญญาเช่า เพราะทำผิดเงื่อนไข

05-1

วานนี้(20 เม.ย.) ร.อ.มาโนช พัดชา หัวหน้าชุดลาดตระเวนกรมการทหารช่าง นำกำลังเข้ารื้อถอนสิ่งปลูกสร้างในสวนผึ้งรีสอร์ท บนเนื้อที่กว่า 200 ไร่ ถือเป็นรีสอร์ตขนาดใหญ่ที่สุดใน อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ซึ่งสร้างเป็นบ้านพักรูปการ์ตูนและรูปสัตว์ชนิดต่างๆ รวมถึงสวนสนุก โดยมี พ.ต.อ.โกวิท ม่วงนวล อดีต ผกก.ตม.สมุทรสาคร และ นางสุดาทิพย์ ม่วงนวล พี่สาวคนโตของตระกูลสุวะดีเป็นเจ้าของ

ทั้งนี้ ทางกรมธนารักษ์ได้ยกเลิกสัญญาเช่า เพราะทำผิดเงื่อนไข และสั่งให้มีการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดภายใน 90 วัน และให้ปรับพื้นที่ให้คงสภาพเดิม และทำการปลูกต้นไม้ทดแทน เนื่องจากพื้นที่ด้านหลังรีสอร์ตที่ติดกับภูเขาจำนวนกว่า 10 ไร่ ไม่ได้มีการให้เช่า แต่บุกรุกเข้าไป และมีชาวบ้านร้องเรียนว่ารีสอร์ทแห่งนี้สร้างฝายกั้นน้ำ เพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ในรีสอร์ต ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน ขาดแคลนน้ำ จนมีการดำเนินคดี และในที่สุดผู้ประกอบการได้นำป้ายปิดกิจการมาปิดประกาศไว้

MThai News

05-3

แจงรธน.ภาค2 สมบัติ เผย5จุดเสี่ยงร่างแรก

กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ แจงภาค 2 เน้นประเทศจะดีขึ้น ต้องมีผู้นำทางการเมืองที่ดี มีสำนึกดี ขณะ “สมบัติ” อภิปรายคนแรก

วันนี้(21 เม.ย.) บรรยากาศการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ล่าสุด อยู่ระหว่างการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญตามรายมาตรา โดยได้เปิดโอกาสให้สมาชิกได้อภิปรายในภาคที่ 2 ผู้นำการเมืองที่ดีและระบบผู้แทนที่ดี

613189-01

โดยนายเจษฎ์ โทณะวณิก สมาชิกสปช. ในฐานะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ได้ชี้แจงร่างรัฐธรรมนูญในภาคดังกล่าว ว่า ประเทศจะดีขึ้นได้ จะต้องมีระบบการเมืองที่ดี มีผู้นำทางการเมืองที่ดี และผู้นำทางการเมืองต้องมีสำนึกและกลัวที่จะทำในสิ่งที่ไม่ดี ทั้งนี้ ทางกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ยังได้บัญญัติให้มีสมัชชาคุณธรรมเพื่อจะตรวจสอบและพิจารณาประเมินจริยธรรมคุณธรรม ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ข้าราชการในส่วนต่างๆ ซึ่งหากตรวจสอบพบว่ามีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม จะดำเนินการถอดถอนในส่วนของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้

ขณะที่นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการปฎิรูปการเมือง อภิปรายเป็นคนแรก โดยเห็นด้วยที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ให้ประชาชนเป็นใหญ่ แต่ก็มีหลายประเด็นที่มีความเห็นต่าง และต้องออกแบบระบบการเมืองให้เหมาะสมกับสังคมไทย พร้อมเปิดการอภิปรายชี้ 5 จุดเสี่ยงในรัฐธรรมนูญร่างแรกว่า ทำให้ขาดความสมดุลระหว่างบริหารและนิติบัญญัติ เพราะให้อำนาจฝ่ายบริหารเหนือกว่าฝ่ายนิติบัญญัติ

ขณะเดียวกันกังวลกับมาตรา 182 ซึ่งกำหนดให้นายกรัฐมนตรี สามารถเสนอร่างกฎหมายสำคัญ และให้ฝ่ายค้านยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจภายใน 48 ชั่วโมง ซึ่งหากไม่มีการยื่นญัตติ ให้ถือว่าร่างกฎหมายนั้นได้รับความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร ถือเป็นการเสริมอำนาจเผด็จการให้กับฝ่ายบริหาร ซึ่งเป็นเรื่องอันตรายและมีโอกาสเกิดวิกฤตซ้ำรอยในอดีต หากมีการเสนอร่างกฎหมายที่ประชาชนไม่เห็นด้วย

นอกจากนี้ยังไม่เห็นด้วยกับประเด็นที่มาของนายกรัฐมนตรีคนนอก ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งว่า จะขาดความเชื่อมโยงกับประชาชน และขัดแย้งกับการปกครองระบอบประชาธิปไตย ที่อำนาจสูงสุดเป็นของปวงชน  นอกจากนี้ การออกแบบการเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสม จะทำให้รัฐบาลขาดความเข้มแข็งและทำให้ประเทศไม่ก้าวหน้า เพราะที่ผ่านมา ยังไม่มีประเทศกำลังพัฒนาใดสามารถขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศสำเร็จด้วยรัฐบาลผสมเลย

จากนั้น นายเสรี สุวรรณภานนท์ สปช. เห็นว่า การเขียนรัฐธรรมนูญของคณะกรรมาธิการยกร่างฯ ยังไม่สามารถตอบโจทย์ปัญหาสังคมไทยได้ และมีหลายเรื่องที่คณะกรรมาธิการต้องทบทวน

สำหรับการอภิปรายในภาคนี้ มีผู้ลงชื่ออภิปรายจำนวน 129 มาตรา คาดว่า สมาชิกจะใช้เวลาอภิปรายภาค 2 ถึง 2 วัน เนื่องจากมีผู้ลงชื่ออภิปรายถึง 113 คน และมีประธานกรรมาธิการปฏิรูปอภิปรายอีก 13 คณะ

MThai News