กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ แจงภาค 2 เน้นประเทศจะดีขึ้น ต้องมีผู้นำทางการเมืองที่ดี มีสำนึกดี ขณะ “สมบัติ” อภิปรายคนแรก
วันนี้(21 เม.ย.) บรรยากาศการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ล่าสุด อยู่ระหว่างการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญตามรายมาตรา โดยได้เปิดโอกาสให้สมาชิกได้อภิปรายในภาคที่ 2 ผู้นำการเมืองที่ดีและระบบผู้แทนที่ดี

โดยนายเจษฎ์ โทณะวณิก สมาชิกสปช. ในฐานะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ได้ชี้แจงร่างรัฐธรรมนูญในภาคดังกล่าว ว่า ประเทศจะดีขึ้นได้ จะต้องมีระบบการเมืองที่ดี มีผู้นำทางการเมืองที่ดี และผู้นำทางการเมืองต้องมีสำนึกและกลัวที่จะทำในสิ่งที่ไม่ดี ทั้งนี้ ทางกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ยังได้บัญญัติให้มีสมัชชาคุณธรรมเพื่อจะตรวจสอบและพิจารณาประเมินจริยธรรมคุณธรรม ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ข้าราชการในส่วนต่างๆ ซึ่งหากตรวจสอบพบว่ามีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม จะดำเนินการถอดถอนในส่วนของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้
ขณะที่นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการปฎิรูปการเมือง อภิปรายเป็นคนแรก โดยเห็นด้วยที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ให้ประชาชนเป็นใหญ่ แต่ก็มีหลายประเด็นที่มีความเห็นต่าง และต้องออกแบบระบบการเมืองให้เหมาะสมกับสังคมไทย พร้อมเปิดการอภิปรายชี้ 5 จุดเสี่ยงในรัฐธรรมนูญร่างแรกว่า ทำให้ขาดความสมดุลระหว่างบริหารและนิติบัญญัติ เพราะให้อำนาจฝ่ายบริหารเหนือกว่าฝ่ายนิติบัญญัติ
ขณะเดียวกันกังวลกับมาตรา 182 ซึ่งกำหนดให้นายกรัฐมนตรี สามารถเสนอร่างกฎหมายสำคัญ และให้ฝ่ายค้านยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจภายใน 48 ชั่วโมง ซึ่งหากไม่มีการยื่นญัตติ ให้ถือว่าร่างกฎหมายนั้นได้รับความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร ถือเป็นการเสริมอำนาจเผด็จการให้กับฝ่ายบริหาร ซึ่งเป็นเรื่องอันตรายและมีโอกาสเกิดวิกฤตซ้ำรอยในอดีต หากมีการเสนอร่างกฎหมายที่ประชาชนไม่เห็นด้วย
นอกจากนี้ยังไม่เห็นด้วยกับประเด็นที่มาของนายกรัฐมนตรีคนนอก ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งว่า จะขาดความเชื่อมโยงกับประชาชน และขัดแย้งกับการปกครองระบอบประชาธิปไตย ที่อำนาจสูงสุดเป็นของปวงชน นอกจากนี้ การออกแบบการเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสม จะทำให้รัฐบาลขาดความเข้มแข็งและทำให้ประเทศไม่ก้าวหน้า เพราะที่ผ่านมา ยังไม่มีประเทศกำลังพัฒนาใดสามารถขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศสำเร็จด้วยรัฐบาลผสมเลย
จากนั้น นายเสรี สุวรรณภานนท์ สปช. เห็นว่า การเขียนรัฐธรรมนูญของคณะกรรมาธิการยกร่างฯ ยังไม่สามารถตอบโจทย์ปัญหาสังคมไทยได้ และมีหลายเรื่องที่คณะกรรมาธิการต้องทบทวน
สำหรับการอภิปรายในภาคนี้ มีผู้ลงชื่ออภิปรายจำนวน 129 มาตรา คาดว่า สมาชิกจะใช้เวลาอภิปรายภาค 2 ถึง 2 วัน เนื่องจากมีผู้ลงชื่ออภิปรายถึง 113 คน และมีประธานกรรมาธิการปฏิรูปอภิปรายอีก 13 คณะ
MThai News