พระสงฆ์ สลัดจีวรดื่มสุรา ท้าตีปชช.

พระสงฆ์ สลัดผ้าเหลืองอ้างตัวเป็นจอมขมังเวทย์ ฟันแทงไม่เข้า ท้าตีท้าต่อยไปทั่ว ก่อนถูกกระทืบ ที่ จ.อุดรธานี

วันนี้ (21 เม.ย. 58) เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้รับแจ้งมีชายหัวโล้นคล้ายพระภิกษุอ้างเป็นจอมขมังเวทย์ ท้าตีกับผู้คนไปทั่วบริเวณหน้าสถานีรถไฟอุดรธานี ในเขตเทศบาลนครอุดรธานี จึงเดินทางเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุพบ นายประสงค์ ศรเฒ่า อายุ 48 ปี มีบาดแผลบริเวณใบหน้าและศีรษะหลายแห่งเลือดอาบทั่วตัว

ทั้งนี้ นายประสงค์ ศรเฒ่า บวชเป็นพระเมื่อ 28 ม.ค. 58 ที่ผ่านมา มีฉายาว่า กิตติสาโร ที่วัดโนนสมบูรณ์  ต.หนองหลวง อ.เฝ้าไร่ จ.หนองคาย มีอาการมึนเมาสุรา ท้าตีท้าต่อยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมบอกว่า ตนเป็นจอมขมังเวทย์ มีวิชาอาคมแก่กล้าอยู่ยงคงกระพันฟันแทงไม่เข้า เดินทางมาจาก จ.หนองคาย จะมาลองวิชาอาคมกับคนที่ จ.อุดรธานี ก่อนถอดผ้าเหลืองออกไปดื่มสุราที่ร้านค้า

พระสงฆ์ , ผ้าเหลือง , จอมขมังเวทย์ , กระทืบ , อุดรธานี

พระสงฆ์ อ้างตัวเป็นจอมขมังเวทย์ สลัดจีวรออกดื่มสุรา-ท้าตีชาวอุดร

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ประสานไปยังมูลนิธิอุดรส่งเสริมมาทำการปฐมพยาบาล และส่งตัวไปยังโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี เพื่อทำการเย็บแผล หลังจากนั้นได้นำตัวมาระงับสติให้สร่างเมา พร้อมแจ้งข้อหาเมาสุราประพฤติตนวุ่นวายในที่สาธารณะ ก่อนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

MThai News

ศาลยุติธรรม แสดงจุดยืนค้านร่างรธน.7ประเด็น

เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม แถลงจุดยืน 7 ข้อของคณะกรรมการศาลฯ-ผู้พิพากษา 3 ชั้นศาล แสดงความเห็นต่างกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

วันนี้(21เม.ย.) นายภัทรศักดิ์ วรรณแสง เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม เปิดเผยภายหลังประชุมคณะกรรมตุลาการศาลยุติธรรม หรือ ก.ต. และคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม หรือ ก.บ.ศ. วานนี้(20 เม.ย.) แสดงจุดยืนของศาลยุติธรรมที่มีความเห็นแตกต่างต่อร่างรัฐธรรนูญ ฉบับใหม่

ภัทรศักดิ์ วรรณแสง เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม

ภัทรศักดิ์ วรรณแสง เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม

ซึ่งเป็นความเห็นร่วมกันของ ก.ต.และ ก.บ.ศ. รวม 25 คน และผู้พิพากษาจาก 3 ชั้นศาล รวม 427 คน ที่เตรียมเข้ายื่นหนังสือชี้แจงต่อสภาปฏิรูปแห่งชาติ หรือ สปช. เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาและยื่นคำขอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่ง 7 ประเด็นที่ศาลยุติธรรมเห็นต่างประกอบไปด้วย

1.เรื่องกระบวนการพิจารณาคดี ตามมาตรา 218 ทั้งกรณีเงื่อนเวลาการพิจารณา,บุคคลที่ต้องให้ความร่วมมือต่อศาล และการกำหนดให้ประชาชนทั่วไปเข้าถึงคำพิพากษาและคำสั่งเกี่ยวกับประโยชน์สาธารณะ ซึ่งกระบวนการนี้ อาจกระทบต่อสิทธิ์ของคู่ความ

2 มาตรา 219 เรื่องหลักประกันความอิสระของผู้พิพากษาและตุลาการ ด้วยการใช้สิทธิอุทธรณ์โดยตรงไปยังศาลสูงสุด ที่ผู้พิพากษาและตุลาการนั้นสังกัดอยู่ได้ อาจส่งผลให้เสียระบบการบริหารงานบุคคลของศาล เนื่องจากมีคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม หรือ ก.ต. ที่จะให้ความเป็นธรรมกับตุลาการและผู้พิพากษา ที่ถูกลงโทษทางวินัยอยู่แล้ว

3.มาตรา 222 เรื่องการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล ซึ่งเห็นว่า ศาลควรเป็นผู้วินิจฉัยเอง ไม่ควรมีการแต่งตั้งบุคคลภายนอกเข้ามารวมเป็นคณะกรรมการชี้ขาดด้วย

4.มาตรา 225 เรื่ององค์กรบริหารงานบุคคลของผู้พิพากษาหรือตุลาการ ที่ไม่ควรกำหนดให้มีผู้ทรงคุณวุฒิเข้ามาร่วมเป็นกรรมการ เพราะอาจเกิดการแทรกแซงการบริหารงานบุคคล,กระทบต่อความอิสระของผู้พิพากษาและตุลาการ และอาจเกิดการแทรกแซงในคดีได้

5.มาตรา 226 ตามวรรคสอง เรื่องอายุของผู้พิพากษาหรือตุลาการ โดยเฉพาะตำแหน่ง “ผู้พิพากษาอาวุโส”ควรกำหนดให้ชัดเจน

6.มาตรา 240 กรณีคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง อยู่ในอำนาจของศาลฎีกา ควรบัญญัติเพิ่มเติมเรื่องหลักเกณฑ์การอุทธรณ์ เนื่องจากที่ผ่านมามีจำเลยหลบหนีออกนอกประเทศ และให้ทนายความเป็นผู้ยื่นอุทธรณ์

7.มาตรา 241 กรณีศาลอุทธรณ์และศาลอุทธรณ์ภาค มีอำนาจพิพากษาคดีเกี่ยวกับการเลือกตั้งและการเพิกถอนสิทธิ แต่ยังไม่มีความชัดเจนเรื่องอำนาจในการสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ และยังไม่มีการกำหนดเรื่องการอุทธรณ์ไว้

MThai News

นายกฯโสมขาวลาออก หลังโดนแฉรับสินบน

นาย  ลี วาน กู นายกรัฐมนตรีเกาหลีใต้ ยื่นหนังสือลาออก หลังเกิดกรณีถูกแฉว่ารับสินบนจากนักธุรกิจชื่อดัง

วันนี้ (21 เม.ย.) สำนักข่าว ‘บีบีซี’  ‘ลี วาน กู’ ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ถูกกล่าวหาว่ารับเงินบริจาค จากนักธุรกิจทรงอิทธิพล จนกระทั่งยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งนายกฯ ท่ามกลางกระแสกดดันในการรับเงินสินบนซึ่งถือเป็นเรื่องอื้อฉาวระดับประเทศ ซึ่งถือเป็นสิ่งผิดกฏหมาย เนื่องจากกฏหมายเกาหลีใต้ระบุไว้ว่า นักการเมืองไม่สามารถรับเงินเกินกว่า 100,000 วอน หรือราว 3,000 บาทจากผู้อื่นได้

ลี วาน กู,นายก,เกาหลีใต้,ทุจริต,รับสินบน

พร้อมกันนี้เจ้าหน้าที่ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเกาหลีใต้ เปิดเผยว่าวานนี้ นาย ลีได้ตัดสินใจยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งต่อ ปาร์ก กึน เฮ ประธานาธิบดี แล้ว ท่ามกลาง เสียงวิพากษ์วิจารณ์ ในประเด็นการทุจริตคอร์รัปชัน เนื่องจากรับเงินใต้โต๊ะจาก นายซุง วาน จอง นักธุรกิจที่เพิ่งก่อเหตุฆ่าตัวตาย ไปเมื่อต้นเดือนเมษายน ที่ผ่านมา และก่อนตาย นายซุงได้เขียนบันทึก ระบุเขาได้มอบเงินสินบนให้แก่นายกฯ ลีและนักการเมืองระดับสูงอีก 8 คน

ก่อนหน้า นายซุง วาน จอง นักธุรกิจชื่อดัง ตำแหน่งประธานกลุ่มบริษัท ‘เกียงนัม’ ผูกคอตาย เขาได้เปิดเผยความลับกับผู้สื่อข่าวท้องถิ่นในเกาหลีใต้ ว่าได้ให้เงินสินบนแก่นายกฯ ลี เป็นเงิน 30 ล้านวอน หรือประมาณ​ 876,400 บาท เมื่อปี 2556 ในระหว่างที่นายลีลงสมัครเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ส่วนทางด้านนาย ลี วาน กู ได้ออกมาปฏิเสธว่าเขาข้อกล่าวหาดังกล่าวไม่เป็นความจริง

ทั้งนี้นาย ‘ลี วาน กู’ ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของเกาหลีใต้เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ของประเทศ ได้เพียง 2 เดือนเท่านั้น ทั้งยังเป็นนายกฯคนที่ 2 ในรัฐบาลของประธานาธิบดีปาร์ก กึน เฮ ที่ต้องลาออกจากตำแหน่ง ต่อจาก นายจอง ฮง วอน นายกรัฐมนตรีคนแรกซึ่งได้ลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบ จากโศกนาฏกรรมเรือเซวอลอัปปางเมื่อวันที่ 16 เม.ย. 57 ซึ่งมีผู้เสียชีวิตราว 300 ราย

MThai News
ที่มา BBC