ผ่านเทศกาลสงกรานต์มาหมาดๆ หลังชุ่มฉ่ำเปียกกันทั่วหล้า ยกเว้นบางพื้นที่ เงียบเหงาราวเป่าสาก เพราะกฏเหล็กที่เข้มงวดของปีนี้ เน้นหนักมาตรการ 4 ป. ปลอดภัย ปลอดแอลกอฮอล์ ปลอดโป๊ ปลอดแป้ง คืนภาพลักษณ์ประเพณีและสนุกสนานอย่างปลอดภัย
แต่…ยอดอุบัติเหตุกลับเพิ่มสูงกว่าปีก่อน ?
หน่วยงาน อ้าง เพราะวันหยุดยาว จำนวนประชาชนเดินทางเพิ่มขึ้น ประกอบกับพฤติกรรมขับขี่ ภัยธรรมชาติพายุฤดูร้อน และที่สำคัญ เมาแล้วขับ ยังเป็นปัจจัยหลักของอุบัติเหตุเช่นเดิม
นี่แค่…ประกาศเป็นกฏห้าม ไม่เกี่ยว มาตรการ 44 (ม.44) หากปีหน้า นำ ม.44 มาใช้ คาดว่า จะได้สามารถลดยอดเสียชีวิตเทศกาลนี้ได้หรือไม่ ?

ซึ่งก่อนหน้านี้ ท่านนายกตู่ กร้าวเสียงแข็ง หลังเทศกาลสงกรานต์ จะงัด ม.44 จัดการเข้มกับกลุ่มรุกเขารุกป่า ข้าราชการทุจริต การบินระหว่างประเทศ กลุ่มป่วนบ้านเมือง และอีกหลายเรื่องที่เป็นปัญหาระดับชาติ
ล่าสุด ไม่กี่วันก่อน ปฏิบัติการ ม.44 ได้ถูกใช้ “ล้างบางกระทรวงศึกษาธิการ” “ย้ายฟ้าผ่าข้าราชการระดับสูง 11 ตำแหน่ง” หนึ่งในนั้นรวมนางสุทธศรี วงษ์สมาน พ้นจากปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ไปเป็นเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)
นับว่า ย้ายสะเทือน “วงการข้าราชการการศึกษา” “เชือดไก่ให้ลิงดู” เมื่อลิงได้ดู เริ่มหวาดๆ กันทั้งบาง หวั่นขาเก้าอี้จะไม่มั่นคงเสียแล้ว
ข้อมูลวงในกระทรวงนี้ แอบกระซิบ เหตุย้ายใหญ่ เพราะผลงานที่ผ่านมา ไม่เป็นรูปธรรม ชนิดที่เงียบเหงาเฝ้าดูกระทรวงอื่นเดินหน้าไปแบบทิ้งกันไม่เห็นฝุ่น
และที่สำคัญ….ปมทุจริตสะสมทับถมยากจะแก้ไข คือหัวใจหลัก ของเรื่องนี้
โดยเฉพาะกรณี การทุจริตการก่อสร้างอาคารพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาภาค จ.เชียงใหม่ จำนวน 360 ล้านบาท และล่าสุดกรณีที่ถูกร้องเรียนว่า บอร์ดสกสค. นำเงินสมาชิกโครงการการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา
ซึ่งได้จากดอกเบี้ยที่ครูและบุคลากรทางการศึกษา กู้จากธนาคารออมสิน โดยหักให้กองทุนร้อยละ 50 สตางค์ เพื่อเป็นสวัสดิการช่วยเหลือครูและบุคคลากรทางการศึกษาทั่วประเทศ ปัจจุบันมียอดกว่า 6,000 ล้านบาท ไปลงทุนกับบริษัทเอกชน จำนวน 2,100 ล้านบาท
ซึ่ง…ถือเป็นการนำเงิน ไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ !!!
วินวินมาแก้เกม สะสางสารพัดปัญหา ไม่ใช่ใคร หน้าที่ปลัดกระทรวง ศธ. คนใหม่ ถือว่า งานยากพอตัว แก้ได้ อาจสร้างภาพลักษณ์กระทรวงให้ดีขึ้นได้ และ อาจพอมีเวลา ช่วยแก้ปัญหา ระบบการศึกษาไทย ให้ทัดเทียมนานาประเทศ
เพราะผู้ปกครอง ต่างเฝ้าจับตา ว่าเมื่อไร คุณภาพการศึกษาไทยจะดีตามฐานเงินเดือนของเหล่าผู้บริหาร !
จบไปในเรื่อง ม.44 เด้งข้าราชการ ตามต่อเรื่อง ม.44 จี้ เรื่องรุกป่า ล่าสุด จนท.เร่งสรุปปัญหารุกที่เขาใหญ่ น.ส. 3 ถูกชี้วัด ว่ารุกป่าสงวนหรือไม่ หลังเบื้องต้น ที่ดินทำสนามแข่งรถ นายสงกรานต์ เตชะณรงค์ ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบเข้ม ยกเว้นบ้านพักในที่ดินเขาใหญ่ของนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา พิธีกรชื่อดัง ที่ ส.ป.ก ออกมาชี้ชัดไม่พบความผิดปกติ รอกรมป่าไม้ตรวจสอบแน่ชัดอีกรอบ
ส่วน ป.ป.ท.รอจ่อฟันต่อ อีก 30 คดีเอี่ยวรุกที่ดินเขาใหญ่ผืนนี้
ขณะที่ นาย ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ยังโพสต์เฟซบุ๊กถี่ยิบ ให้ใช้ ม.44 ตรวจสอบ ที่ดินคีรีมายาของไฮโซ กปปส.ด้วย อย่าเลือกปฏิบัติ ถึงหูเจ้าของที่ เตรียมจ่อฟ้องกลับ เฮียชู ยัน ที่ดินได้มาถูกต้อง ส่วน จนท.ก็ไม่รอช้า ได้เข้าไปตรวจสอบแล้ว อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูล
ไล่กันยาวสาวกันยืด ไม่รู้เรื่องนี้ จะยุติอย่างไร ม.44 จะแก้ได้ดั่ง ปากอาญาสิทธิ์ที่ ท่านนายก ลั่นไว้หรือไม่
เพราะขณะเรื่องตามมือคาร์บอมบ์บึ้ม ห้างเซ็นทรัล เฟสติวัล สาขาเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ทุกวันนี้ยังจับคนร้ายไม่ได้ ขนาดใช้ ม.44 เต็มรูปแบบแล้ว ได้แต่ให้ข่าวรายวันว่า รู้ตัวคนร้ายหมดแล้ว มี 6-7 คน ร่วมก่อเหตุ มีนักการเมืองท้องถิ่นมีเอี่ยวบ้าง
แต่…เรื่องยังเงียบ ?
กระทั่งล่าสุด ตำรวจได้ภาพสเก็ตว่าเป็น 1 ในคนร้าย แน่นอนแล้ว ก็ต้องรอดูต่อไปว่าจะสามารถจับได้ยกแก๊งเช่นคดีปาระเบิดศาลอาญารัชดา หรือไม่
อย่างไร…ต้องจับตา ดูต่อไป ว่าสารพัดปัญหา รัฐบาลชุดนี้ สามารถแก้ไขและผ่านพ้นไปได้หรือไม่ ดั่งผลโพลหลายสำนัก ที่ชี้ชัดเสมอว่า “สมหวัง” มากกว่า “ผิดหวัง” เพราะบ้านเมืองสงบสุขมากขึ้น แม้จุดด้อยยังเป็นเรื่องปากท้องก็ตาม
จึงเป็นการ ตอกย้ำว่า …. มาตรา 44 หรือ ม.44 สามารถจัดการเรื่องยาก ให้เป็นเรื่องง่าย และสะสาง ปัญหาสะสมที่หมักหมมมายาวนานได้
ได้รู้กันถ้วนหน้า…ว่ากฏหมายพิเศษนี้ มีประสิทธิผลและประโยชน์กับคนไทยจริงๆ
ข้อครหา ว่า”บ้าอำนาจ” รัฐบาลชุดนี้ จะได้หมดไปเสียที ….
แกล้วนลิน
MThai News