เรือขนผู้อพยพข้ามชาติจำนวนกว่า 700 คน อับปางในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน คาดผู้อพยพเสียชีวิตนับร้อย
วันนี้ (20 เม.ย.) สำนักข่าว ‘บีบีซี’ รายงาน เหตุการณ์เรือขนาดยาว ที่บรรทุกผู้อพยพข้ามชาติมากกว่า 700 คน อับปางบริเวณทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ใกล้ชายฝั่งประเทศลิเบีย เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 18 เม.ย. ที่ผ่านมาโดยขณะนี้เจ้าหน้าที่กู้ภัย สามารถช่วยเหลือผู้รอดชีวิตได้เพียง 28 คน ซึ่งเหตุสลดใจ เกิดจากผู้อพยพบนเรือพยายามดึงความสนใจจากเรือพาณิชย์ที่แล่นผ่านมา ทำให้เรือเอียงจนผู้อพยพหลายคนตกเรือ จนกระทั่งเรืออับปางลงในที่สุด

ทั้งนี้ทางการอิตาลี ระบุว่า มีการลำเลียงเรือกู้ภัยจำนวน 20 ลำ และเฮลิคอปเตอร์อีก 3 ลำ จากกองทัพเรือของประเทศมอลตา และบริษัทพาณิชย์เข้าร่วมปฏิบัติการกู้ภัยโดยเจ้าหน้าที่มุ่งเน้นไปยังการค้นหาและช่วยเหลือผู้รอดชีวิต และต่อมา ได้เปลี่ยนเป้าหมายเป็นการค้นหาร่างผู้เสียชีวิตแทน
อย่างไรก็ตาม ในภูมิภาคแอฟริกา เกิดปัญหาการลักลอบค้ามนุษย์ เพื่อฉวยโอกาสใช้ประโยชน์ ในขณะเกิดวิกฤตทางการเมือง โดยผู้อพยพเหล่านี้ หลบหนีออกนอกประเทศ เพื่อหลีกหนีความรุนแรง และความแร้งแค้นทางเศรษฐกิจ ข้าวมไปยังประเทศในแถบยุโรป ซึ่ง องค์การข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอชซีอาร์) กล่าวว่า โศกนาฏกรรมของผู้อพยพในครั้งนี้ นับได้ว่าเป็นครั้งที่ใหญ่ที่สุดของเหตุการณ์การเสียชีวิตที่เกิดขึ้นระหว่างการอพยพมายังยุโรป โดยนับตั้งแต่ต้นปีเป็นต้นมา มาการคาดตัวเลขผู้เสียชีวิต จากการจมน้ำของแรงงามข้ามชาติแล้วกว่า 1,500 ราย
ที่ผ่านมาสหภาพยุโรป หรือ ‘อียู’ ถุกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนาหู เกี่ยวกับนโยบายในการให้ความช่วยเหลือกลุ่มผู้อพยพ ที่ได้ถูกยกเลิกไปเมื่อปลายปี 2557 ที่ผ่านมา เนื่องจากไม่สามารถรองรับค่าใช่จ่ายมากมายในการดำเนินนโยบาย พร้อมกันนี้ ยังให้ความเห็นด้วยว่า หากมีการกำหนดมาตรการขึ้นมาเพื่อให้ความช่วยเหลือต่อไป จะมีผู้อพยพหลั่งไหลมายังประเทศแถบยุโรปมากขึ้น



