DSI รวบแก๊ง แชร์ลูกโซ่หวย ภาคเหนือ หลอกประชาชนร่วมลงทุน ผู้เสียหายกว่า600ราย สูญเงินกว่า760ล้าน เตรียมขยายผลต่อ
วันนี้ (29 เม.ย.) นางสุวณา สุวรรณจูฑะ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แถลงผลการจับกุมขบวนการแชร์ลูกโซ่ จ.เชียงใหม่ -ลำพูน ประกอบด้วย นางวารุณี ดวงตาสิทธิ์ ,นางรสสุคนธ์ หรือ นันท์ธนิษฐ์ ฟองมูล หรือ อินทนนท์, นางณัฏฐ์ธมน มูลสม, นายธงชัย ช่อประดิษฐ ซึ่งเป็นหัวหน้าสาย และนายสิทธิโชค ดวงตาสิทธิ์

DSIรวบแก๊ง ‘แชร์ลูกโซ่หวย’
นางสุวณา กล่าวว่า ได้มอบหมายให้สำนักคดีอาญาพิเศษ 3 สนธิกำลังร่วมกับ สำนักคดีอาญาพิเศษ 1 และศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษภาค 5 จับกุมผู้ต้องหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน
จากการสอบสวนพบว่า ผู้ต้องหาทั้งหมดมีพฤติกรรมชักชวนประชาชนในเขตพื้นที่จ.ลำพูน เชียงใหม่ และจังหวัดใกล้เคียง มาร่วมลงทุนซื้อขายสลากกินแบ่งรัฐบาลในราคาทุน เพื่อไปจำหน่ายต่อ ซึ่งจะได้รับผลกำไรเป็นจำนวนมาก มีการกำหนดแผนลงทุน เพื่อให้ประชาชนทั่วไป นำเงินมาร่วมลงทุน โดยทำเป็นหนังสือสัญญาซื้อขายร่วมทุน ซึ่งมีแผนการลงทุนดังนี้
1.ลงทุนเป็นหุ้น ราคาหุ้นละ 38,000 บาท อ้างว่าเป็นการลงทุนในสลากกินแบ่งจำนวน 5 เล่ม โดยเสนอผลตอบแทนให้แก่ผู้ลงทุนเป็นรายงวด ซึ่งเป็นผลกำไรที่ได้จากการขายสลากเป็นรายงวด ในทุกงวดที่มีการออกรางวัล งวดละ 1,000 บาท ต่อ 1 หุ้น
2. ลงทุนโดยไม่กำหนดจำนวนเงินลงทุน โดยเสนอผลตอบแทนให้แก่ผู้ลงทุน อ้างว่าเป็นผลกำไรที่ได้จากการขายสลากกินแบ่งให้แก่ผู้ลงทุนเป็นรายงวด ทุกงวดที่มีการออกรางวัลในอัตราร้อยละ 2.0-2.5 ของเงินลงทุนต่องวด แผนการลงทุนดังกล่าว ผู้ลงทุนจะได้รับผลตอบแทนตลอดไป จนกว่าจะมีการยกเลิกสัญญา(ถอนหุ้น) อันเป็นการเสนอจะจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนในอัตราร้อยละ 46.32 ถึง 59.50 ต่อไป ซึ่งสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยตามที่กฎหมายที่พึงจะจ่ายได้
ในการชักชวนลงทุน หัวหน้าสายจะพูดจาหว่านล้อม โน้มน้าวใจ สร้างความเชื่อมั่น และยืนยันเกี่ยวกับผลตอบแทนที่ผู้ลงทุนจะได้รับ เพื่อให้ทุกคนหลงเชื่อ อีกทั้ง ยังแนะนำสถานที่เปลี่ยนสินทรัพย์เป็นทุนและวิธีการต่างๆ เพื่อให้หาเงินนำมาร่วมลงทุนด้วย
จากการสอบสวนผู้เสียหายจำนวน 611 ราย ทราบว่านางวารุณี ได้ระดมทุนเต็มจำนวนหุ้นมากกว่า 20,000 หุ้น เป็นเงินมากกว่า 760 ล้านบาท ซึ่งเป็นจำนวนที่สูงกว่าจำนวนเงินที่ใช้ซื้อสลากกินแบ่งตามสิทธิที่นางวารุณี ได้รับ ดังนี้ พฤติการณ์ของนางวารุณี กับพวก จึงเข้าข่ายเป็นความผิดตามกฎหมาย คณะพนักงานสอบสวนจึงได้ขอหมายจับหัวหน้าสายและผู้ที่ร่วมกระทำความผิดรวม 4 ราย
โดยเจ้าหน้าที่ดีเอสไอได้จับกุมผู้ต้องหาไว้แล้วจำนวน 10 ราย และจะขยายผลสู่การจับกุมในวันพรุ่งนี้
ขอบคุณข้อมูลจาก TNN24
MThai News