รัฐบาลออสเตรเลีย ตอบโต้ทางการอินโดนีเซีย ด้วยการเรียกทูตประจำอินโดนีเซียกลับประเทศ หลังทางการอิเหนาสั่งประหารชีวิตนักโทษคดียาเสพติด 8 ราย

วันนี้ (29 เม.ย.) สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานข่าวกรณีที่นาย ‘โทนี่ แอ๊บบอตต์’ นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย มีคำสั่งเรียกตัวเจ้าหน้าที่ทูตประจำประเทศอินโดนีเซียกลับประเทศ หลังจากการดำเนินการประหารนักโทษคดียาเสพติดโดยรัฐบาลอินโดนีเซีย เมื่อเวลาประมาณเที่ยงคืนที่ผ่านมา ซึ่งนักโทษ 2 จาก 8 ราย เป็นประชาชนชาวออสเตรเลีย โดยนาย โทนี่ แอบบ็อตต์ มีการแถลงตอบโต้อินโดนีเซีย ด้วยการดำเนินการทางการทูต ภายหลังจากการประหารนักโทษ 8 ราย ในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง
อัยการสูงสุดในอินโดนีเซีย เผยว่า การประหารนักโทษ ไม่ใช่เรื่องที่พรึงปรารถนา สำหรับตน แต่มีความจำเป็นจะต้องดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อต่อสู่กับอาชญากรรมยาเสพติด เพื่อให้ประเทศรอดพ้นจากพิษภัยในด้านดังกล่าว เนื่องจากขณะนี้อินโดนีเซีย กำลังเผชิญกับสงครามยาเสพติดอย่างหนักหน่วง พร้อมทั้งแสดงความเสียใจไปยังครอบครัวของนักโทษประหารทุกคน ซึ่งในอดีต เนเธอร์แลนด์ และบราซิล ก็เคยประสบกับความขัดแย้งเช่นเดียวกับที่ออสเตรเลียประสบอยู่
หลังจากนั้นนาย ‘จูซุฟ กัลลา’ รองประธานาธิบดีอินโดนีเซียออกมากล่าวว่า การดำเนินการถอดถอนทูตกลับประเทศดังกล่าว เป็นรูปแบบการประท้วงที่เป็นปกติ และจะกลับมาภายใน 1-2 เดือน แต่เราจะไม่ปฏิบัติเช่นเดียวกันเพื่อเป็นการตอบโต้ พร้อมทั้งกล่าวถึงการดำเนินการประหารนักโทษคดียาเสพติด ว่าต้องการปราบปรามอาชญากรรมนักค้ายาให้หมดไปจากประเทศ การลงโทษด้วยการประหาร เปรียบเหมือนการเชือกไก่ให้ลิงดู และเรียกร้องให้นานาชาติ เคารพในอธิปไตยของอินโดนีเซีย
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ทั่วโลก ที่ต่อต้านการกระทำของทางการอินโดนีเซีย ซึ่งนำโดยนาย ‘โจโก วิโดโด’ ประธานาธิบดี ตัดสินใจดำเนินการลงดาบนักโทษทั้ง 8 ราย ท่ามกลางกระแสการต่อต้านจากนานาประเทศ ด้วยการใช้ #BoycottIndonesia ซึ่งหมายถึงการคว่ำบาตรอินโดนีเซีย ซึ่งขณะนี้มีการใช้วิธีดังกล่าว เผยแพร่กระแสการต่อต้าน หลั่งไหลภายในโลกโซเชี่ยวหลายร้อยครั้ง

MThai News
ที่มา dailymail


