ระทึก! ไฟไหม้เรือดำน้ำพลังนิวเคลียร์ในรัสเซีย

อุบัติเหตุเพลิงไหม้ภายในเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ของประเทศรัสเซีย ไร้ผู้เสียชีวิต หรือบาดเจ็บ โดยโฆษกอู่ยืนยันไม่มีการรั่วไหลของสารอันตราย

วานนี้สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน เหตุการณ์สุดระทึก กรณีการเกิดเหตุเพลิงไหม้ภายในเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ ‘ออร์เรล เค-266′ เมื่อช่วงเวลา 13.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันที่ 7 เม.ย.ที่ผ่านมา ขณะจอดเทียบท่าอยู่ที่อู่ซ่อมเรือ ‘ซีออซดอชกา’ ในแคว้นอาร์คันเกลสค์ ของประเทศรัสเซีย เบื้องต้นรายงานระบุว่า ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว พร้อมกันนี้  หลายฝ่ายเชื่อว่า สาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้ อาจเกิดจากการเชื่อมยึดภายในเรือดำน้ำ

General view shows smoke rising above dock at Zvyozdochka shipyard in north Russian city of Severodvinsk

โดยในช่วงบ่ายในวันเดียวกัน โฆษกอู่ซ่อมเรือ ได้ออกมายืนยันว่า สามารถเข้าควบคุมเพลิงไว้ได้ พร้อมทั้งระบุว่า เหตุเพลิงไหม้ถูกจำกัดในอยู่ในพื้นที่เฉพาะส่วน โดยอู่ซ่อมเรือ กล่าวยืนยันว่า หลังจากนี้ ส่วนรวมจะไม่ได้รับความสุ่มเสี่ยง ต่อการเกิดผลกระทบทางด้านนิวเคลียร์ หรือเป็นภัยคุกคามทางสิ่งแวดล้อมต่อประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณโดยรอบ อย่างไรก็ตามในปี 2013 เจ้าหน้าที่ได้นำเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ออกจากเรือดำน้ำลำนี้ ก่อนทำการซ่อมแซม

หลังจากมีการทวิตข้อความฝ่านสื่อสังคมออนไลน์ ว่าได้มีการปิดบังข่าวเหตุเพลิงไหม้ที่เกิดขึ้น ทางบริษัทต่อเรือ ‘ยูไนเต็ด ชิพบิวดิง คอมพานี’ ออกมายืนยันว่า เหตุเพลิงไหม้ดังกล่าวเกิดขึ้นจริง แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิต ซึ่งได้ทำการปิดเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ของเรือดำน้ำตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุก่อนหน้านี้นานแล้ว จึงหมดห่วงเรื่องการรั่วไหลของรังสีที่อาจจะเกิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม เมื่อเดือนก.พ. ที่ผ่าน หน่วยงานทางด้านสิ่งแวดล้อม ได้ออกมาประกาศเตือน และแสดงท่าที กังวลต่อผลกระทบ ซึ่งอาจมีความเสี่ยงให้เกิดการรั่วไหลของกัมมันตรังสี สู่ใต้ผืนน้ำ ซึ่งเป็นแหล่งธรรมชาติที่มีความสำคัญของโลก เนื่องจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ ไม่ใช่เหตุการณ์แรกที่เกิดขึ้น เนื่องจากก่อนหน้านี้ มีอุบัติเหตุเรือดำน้ำในรัสเซียเกิดขึ้นหลายครั้ง เช่นเหตุการณ์ที่เรือดำน้ำ เค-84 เยคาเทอรินเบิร์ก ชั้น เดลตา โฟร์ธ  เกิดไฟไหม้ จากงานเชื่อมยึดภายในเรือ ติดต่อกันนานถึง 20 ชั่วโมง มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากการสูดควันพิษ 9 คน ในปี 2011

MThai News
ที่มา telegraph

แจงแล้ว คลิป! ทหารรุ่นพี่รับน้องโหด

กองยุทธการ มทบ.23 แจง หลังคลิป! ทหารรุ่นพี่รับน้องโหด เผยแค่การหยอกเหย้าระหว่างทหารใหม่-เก่า เล็งตั้งกรรมการสอบเหตุทำเสียภาพพจน์

หลังจากถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางถึงความไม่เหมาะสม กรณีที่ปรากฎคลิปทหารเกณฑ์รุ่นพี่จัดพิธีรับน้องทหารใหม่ด้วยการให้ทำท่าดันพื้นก่อนที่รุ่นพี่จะเตะเข้าไปที่ซี่โครงรุ่นน้องแบบเรียงตัวตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ทหารรับน้อง, ทหาร, ข่าวจังหวัดขอนแก่น

ล่าสุดทางกองทัพบกได้ออกมาชี้แจงถึงเหตุที่เกิดขึ้นแล้ว โดยพ.อ.สมศักดิ์ สงทามะดัน หน.กองยุทธการ มทบ.23 เผยว่าเป็นเหตุการณ์เมื่อ ต.ค. 57 ที่ มทบ.23 ค่ายศรีพัชรินทร์ จ.ขอนแก่น ซึ่งจากการสอบสวนพลทหารที่ปรากฎในคลิปได้ความว่า เหตุที่เกิดขึ้นเป็นการเล่นกันระหว่างรุ่นน้องและรุ่นพี่ ซึ่งพลทหารรุ่นน้องทุกคนที่ถูกกระทำ ไม่ได้ติดใจหรือผูกใจเจ็บ เพียงแต่มีพลทหารบางคนถ่ายคลิปนี้ไว้

อย่างไรก็ตามหลังคลิปดังก่าวได้เผยแพร่ออกไปยอมรับว่าทำให้เสียภาพพจน์มาก จึงได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวน ไม่ว่าจะเป็นการเล่นกันตามประสาลูกผู้ชาย หรือจะด้วยเหตุใดก็ตาม ต้องมีการรายงานข้อเท็จจริงทั้งหมด

MThai News

ไฟดับทั่วเมืองหลวงสหรัฐฯ อพยพ ปชช.วุ่น!

เกิดเหตุความวุ่นวาย ใจกลางเมืองหลวงสหรัฐฯ หลังไฟฟ้าดับในสถานที่ทางราชการที่สำคัญ ทำเนียบขาวยัน ไม่มีเอี่ยวก่อการร้าย

วันนี้ (8เม.ย.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน กรณีเกิดเหตุไฟดับในรัฐวอชิงตัน ซึ่งบริษัทการไฟฟ้าหลายแห่งในพื้นที่ ออกมาแจกแจงว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นในย่านใจกลางรัฐวอชิงตันไปจนถึงรัฐแมรีแลนด์วานนี้ ส่งผลกระทบให้สถานที่ราชการหลายแห่ง เช่น ทำเนียบขาว ตึกกระทรวงยุติธรรม อาคารรัฐสภาคองเกรส มหาวิทยาลัยแมรีแลนด์ เกิดความวุ่นวายจากการไม่มีไฟฟ้าใช้

รวมถึงการเดินรถไฟในพื้นที่ล่าช้า โดยนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ต้องยืนรออยู่ด้านหน้าพิพิธภัณฑ์สมิธโซเนียน พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์แห่งชาติ หลังเกิดความวุ่นวายในการอพยพประชาชนออกนอกพื้นที่

150407-dc-blackout-144p_cc009011e74bba29d3e19196f9559213

ทั้งนี้รายงานระบุว่า ประชาชนกว่า 2,500 คน ได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากไม่มีไฟฟ้าใช้ แม้ขึ้นในระยะเวลาอันสั้น แต่ระบบคอมพิวเตอร์ตามสำนักงานใจกลางเมืองและบริการรถไฟใต้ดินยังขัดข้อง

บริษัทผู้ผลิตไฟฟ้า ‘เปปโก โฮลดิงส์ อิงค์’ บริษัทผู้ให้บริการไฟฟ้าในรัฐวอชิงตัน ระบุว่า สาเหตุที่ทำให้เกิดเหตุไฟดับครั้งนี้ เกิดขึ้นจากแรงดันไฟฟ้าตกชั่วขณะ เนื่องจากสายไฟฟ้าขัดข้อง โดยขณะนี้ไฟฟ้าได้กลับมาใช้การได้ตามปกติแล้ว

ส่วนทางด้าน นายจอช เอิร์นเนตส์ โฆษกทำเนียบขาว แถลงการณ์ยืนยัน ว่าเหตุดังกล่าวไม่มีความเกี่ยวโยงกับการก่อการร้ายแต่อย่างใด

MThai News