แรงไปไหม? ข้อความเตือนระวัง ปล่อยนักโทษ3.8หมื่นคน

โลกออนไลน์แชร์ข้อความเตือนภัย ให้ประชาชนระมัดระวัง ผู้ต้องโทษที่ได้รับการอภัยโทษ 38,000 คน

วานนี้ (7เม.ย.) ผู้คนบนโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ข้อความให้ระมัดระวังจากอดีตผู้คุมขัง หรือผู้ต้องคดีที่ได้รับการอภัยโทษกว่า 38,000 คน โดยบอกว่าคนพวกนี้อาจกลับไปก่อคดีก็รุนแรงและหนักขึ้นกว่าเดิม จึงเตือนประชาชนอย่าประมาท

cats

ข้อความระบุดังนี้

เมื่อนักโทษ 38,000 คน ถูกปล่อยออกมา ในยามที่เศรษฐกิจตกต่ำที่สุด และคนเริ่มตกงาน และเงินหายากสุด ผู้คุมนักโทษที่คลุกคลีกับนักโทษ บอกใว้ชัดเจนมากว่า นักโทษคดียาเสพติด และคดีปล้นทรัพย์ วิ่งราวทรัพย์ ลักทรัพย์ นักโทษพวกนี้โอกาศกลับมาก่อเหตุซ้ำอีกสูงมากและวนเวียนเข้าออกเรือนจำเป็นปกติ

และการก่อคดีก็รุนแรงและหนักขึ้น และไม่กลับตัวกลับใจเลย กลับตัวก็เฉพาะเวลาสารภาพ เพราะจำนนต่อหลักฐาน และเพื่อให้โทษน้อยลงเท่านั้น และวันนี้กลุ่มที่ได้รับการปล่อยตัวมากสุดก็คือ นักโทษกลุ่มนี้ และในยามประเทศตกต่ำแบบนี้ อะไรจะเกิดกับสังคมของสุจริตชน ความห่วงใยจากคนในเรือนจำ….น่าคิดๆๆ

ประชาชนอย่าประมาท ขึ้นรถล็อครถก่อนทันที ปิดบ้านล็อคบ้านห้ามออกนอกบ้านยามวิกาล ห้ามไปที่อโคจรหรือที่เปลี่ยว ทำตัวขี้สงสัยอย่าทำเป็นพ่อพระแม่พระเพราะคนพวกนี้ไม่มีศิลธรรมครับ 38,000 คนอันตรายจริงช่วยไลน์บอกคนที่รักก็แล้วกัน

ล่าสุดนายวิทยา สุริยะวงศ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม และนายสุเมธ มโหสถ อธิบดีกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ร่วมแถลงข่าวการเตรียมความพร้อมจัดหางาน และส่งเสริมการประกอบอาชีพรองรับผู้ต้องโทษที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษปล่อยตัว  38,000 คน

ระบุว่า นายกรัฐมนตรี ได้ให้ปรับปรุงกฎหมาย ในการมอบให้กระทรวงมหาดไทยติดตามดูแลผู้พ้นโทษ และกรมการจัดหางานดูแลเรื่องการหางาน

เบื้องต้นมีบริษัทเอกชนหลายแห่งติดต่อเข้ามาแล้วว่ามีความประสงค์จะจ้างงาน ในตำแหน่งเช่น งานช่าง พนักงานรักษาความปลอดภัย เป็นต้น และจะแนะแนวการประกอบอาชีพ การฝึกอาชีพให้กับผู้ที่ต้องการประกอบอาชีพอิสระ ผู้ต้องโทษที่จะได้รับการปล่อยตัวนั้นผ่านการเตรียมความพร้อมในการใช้ชีวิตอยู่ในสังคมแล้ว มองว่าสังคมควรให้โอกาสพวกเขา

MThai News

ขอบคุณข้อมูลจาก มติชนออนไลน์

ครอบครัวผู้ต้องหาเสียชีวิต ในคุกจี้เอาผิด10นายตร.

ครอบครัวผู้ต้องหาคดียาเสพติดที่เสียชีวิต เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับตำรวจชุดจับกุม 10 คน หลังกระทำการเกินกว่าเหตุ ทำให้บุตรชายเสียชีวิต

บิดา และมารดาของผู้ต้องหาคดียาเสพติดที่ผูกคอเสียชีวิต ระหว่างถูกควบคุมภายในเซฟเฮาส์แห่งหนึ่ง ในพื้นที่ สถานีตำรวจภูธรคอหงส์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 9 มีนาคมที่ผ่านมา นำหลักฐานประกอบด้วยภาพถ่าย มอบต่อพนักงานสอบสวนกองปราบปราม

พร้อมแจ้งความดำเนินคดีกับตำรวจชุดจับกุมบุตรชาย จำนวน 10 คนในข้อหา ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ข่มขู่กรรโชกทรัพย์ คุมขังโดยไม่มีเหตุอันควร และร่วมกันฆ่าโดยเจตนา

610503-01

บิดาของผู้เสียชีวิตยอมรับว่าบุตรชายมีประวัติเสพยาเสพติด แต่ไม่ใช่ผู้ค้า โดยเชื่อว่าคดีนี้ ลูกชายเสียชีวิต เนื่องจากการกระทำที่มิชอบ และเกินกว่าเหตุของตำรวจชุดจับกุม โดยช่วงที่ลูกชายถูกคุมตัว ไม่ถูกแจ้งข้อกล่าวหา กลับคุมตัวไปกักขังหน่วงเหนี่ยว นอกจากนี้ ผลการชันสูตรศพยังพบความผิดปกติตามร่างกายของบุตรชายหลายแห่ง เช่น กระดูกซี่โครงหัก และปอดฉีก

ด้าน พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รักษาราชการแทนผู้บังคับการปราบปราม ระบุว่า เห็นว่าผู้ต้องหาตายผิดธรรมชาติ ต้องตรวจสอบว่าใครเป็นผู้ทำให้ตาย เบื้องต้นแพทย์ชันสูตรศพพบว่าเสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจ และพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำพยานไปแล้วกว่า 10 ปาก พร้อมยืนยันจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

เช้านี้ในกทม.มีฝนตกทั่วทุกพื้นที่การจราจรติดขัด

เช้านี้ใน กทม. และปริมณฑล มีฝนตกทั่วทุกพื้นที่ การจราจรเริ่มติดขัด เนื่องมาจากพายุฤดูร้อน

เนื่องจากความกดอากาศสูงได้แผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้ประเทศไทย มีอากาศร้อนถึงร้อนจัด รวมทั้งจะทำให้บริเวณดังกล่าวมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยเฉพาะช่วงเช้าวันนี้ ในกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล มีฝนตกในหลายพื้นที่ อาทิ บริเวณถนนลาดพร้าว จากแยกรัชดา-ลาดพร้าว มุ่งหน้าแยกลาดพร้าว ฝนตก ถนนลื่น, ถ.รัชดา-ห้วยขวาง, เขตบางกะปิ มีนบุรี รามอินทรา

610568-01

โดยเฉพาะ ถ.รามคำแหง จากแยกคลองตัน มุ่งหน้า แยกรามคำแหง มีฝนตกถนนเปียกลื่น แต่จราจรยังเคลื่อนตัวได้เรื่อยๆ และเริ่มติดขัดบางพื้นที่ ด้าน พระราม 2 ตั้งแต่บางมด ขาเข้า ฝนก็เริ่มตก การจราจรเริ่มติดขัด และบริเวณสนามบินน้ำ จ.นนทบุรี ฝนตกหนักรอบ 2 แล้วจากที่ลงรอบแรกเมื่อช่วง ประมาณ 06.00 น. ด้านการจราจร ถ.หน้ากระทรวงพาณิชย์ ยังคล่องตัว

ด้าน กรมอุตุนิยมวิทยา เผย ฝนที่ตกเกิดจากพายุฤดูร้อน ให้ประชาชนระมัดระวังจากฝนที่ตกหนักและลมกระโชกแรง จากการประเมินแล้วฝนที่ตกจะตกไม่เกิน 1 ช.ม. โดยจากกรณีดังกล่าวจะช่วยบรรเทาอากาศที่ร้อนจัดในช่วงนี้ได้บ้างประมาณหนึ่ง ซึ่งถ้ามีความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป