อ.จุฬาฯ แจงเครื่องปั่นไฟ พลังงานได้ไม่คุ้มเสีย

อ.เจษฎา จากจุฬาฯ แจงเครื่องปั่นไฟหนุ่มเมืองกาญจน์ พลังงานได้ไม่คุ้มเสีย ผลิตได้เพียง 2 พันวัตต์ ไม่ถึง 20 กิโลวัตต์

หลังจากที่หนุ่มใหญ่ชาวจ.กาญจนบุรี คิดค้นเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังน้ำ โดยใช้เครื่องปั๊มน้ำ ปั๊มขึ้นไปปล่อยน้ำลงมาใส่เครื่องปั่นไฟอีกที แล้วปล่อยให้ทำงานวนไปเรื่อยๆ สามารถผลิตไฟฟ้าได้ถึง 20 กิโลวัตต์ และนำไปใช้เกือบทั้งหมู่บ้าน ทั้งยังได้ไปยื่นเอกสารเพื่อจดสิทธิบัตรแล้ว ตามที่สื่อใหญ่หลายสำนักนำเสนอไปแล้วนั้น ทำให้มีการส่งต่อให้ทราบในวงกว้าง จึงได้มีผู้รู้จากโลกออนไลน์ เผยข้อสังเกตว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง

11138515_618254474971857_5590045931002410741_n

ล่าสุด ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ นักวิชาการวิทยาศาสตร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า ข่าวที่มีคนประดิษฐ์เครื่องผลิตกระแสไฟฟ้าพลังน้ำ โดยใช้เครื่องปั๊มน้ำ ปั๊มขึ้นไปปล่อยน้ำลงระหัดมาใส่เครื่องปั่นไฟอีกที แล้วปล่อยให้ทำงานวนไปเรื่อยๆ โดยอ้างว่าผลิตไฟฟ้าได้ตั้ง 20 กิโลวัตต์

“เครื่องจักรพลังนิรันดร์ ไม่มีจริง ตามกฎอนุรักษ์พลังงาน อ่านแล้ว ดูคลิปแล้ว ผมว่าทะแม่งทะแม่งนะ ไอเดียเหมือนพวกจักรกลพลังนิรันดร์ ที่โพสต์หลอกกันในเน็ต … แต่ความที่ไม่เก่งฟิสิกส์-ไฟฟ้า เลยดูเพื่อนๆในหว้ากอ คุยกันได้ความว่า

1.ด้วยกฎการอนุรักษ์พลังงาน พลังงานที่ใส่เข้าไป = พลังงานที่ได้ออกมา + พลังงานที่สูญไป (ในรูปความร้อน แรงเสียดทาน และอื่นๆ) ดังนั้น ไฟฟ้าที่ใช้ไปกับการปั๊มน้ำขึ้นไป ย่อมมากกว่า ไฟฟ้าที่ได้ออกมาจากเครื่องปั่นไฟ โดยสูญเสียพลังงานไปอีกด้วยกับความร้อนที่เกิดขึ้นเครื่องปั๊มน้ำ ระหัดวิดน้ำ ฯลฯ

2.ดังนั้น โดยทฤษฎีแล้ว วิธีสูบน้ำขึ้นไปปล่อยปั่นไฟเนี่ย ไม่คุ้มแน่ๆ ดูค่าไฟที่จ่ายไปก็ได้ ว่าเยอะกว่าหรือน้อยกว่าไฟฟ้าที่ได้ออกมา

3.ถ้าจะให้พอใช้ได้ ก็ต้องเอาไปรับน้ำจากน้ำตก ไม่ใช่การปั๊มน้ำขึ้นไปใส่อย่างนี้

4.ส่วนระบบโรงไฟฟ้าแบบสูบกลับ อย่างเขื่อนลำตะคอง อันนั้นเค้าใช้วิธีสูบน้ำขึ้นไปบนยอดเขาในเวลากลางคืนที่มีปริมาณการใช้ไฟฟ้าของประชาชนต่ำกว่า โดยอาศัยไฟฟ้าที่ผลิตได้เกินกำลังความต้องการ มาสูบน้ำเก็บไว้ มาปล่อยน้ำลงผลิตไฟฟ้าเสริมในเวลากลางวัน

5.เมื่อดูสเปกของเครื่องปั่นไฟตามที่เห็นในรูปในคลิป ก็ไม่มีทางผลิตไฟฟ้าได้ถึง 20 กิโลวัตต์ (คนสร้างน่าจะคำนวณไฟฟ้าผิด) น่าจะอยู่ที่ประมาณ 2 พันวัตต์ เท่านั้น ขณะที่น่าจะใช้ไฟกันถึง 3 พันกว่าวัตต์ ….. ค่าตัวเลขพวกนี้ หวังว่าถ้ามีวิศวกรไฟฟ้าตัวจริงไปดูที่เครื่อง ก็คงคำนวณออกมาได้ครับ

สรุปว่า ก็ประทับใจในความพยายามนะครับ ที่ลงทุนประดิษฐ์สร้างมาได้ขนาดนี้ แต่คงต้องปรับปรุงอีกเยอะทั้งในเชิงทฤษฎีและการสร้างจริงครับ ไม่น่าคุ้มค่าในการลงทุนด้วยครับ”

ขอบคุณข้อมูลจาก เฟสบุ๊ค Jessada Denduangboripant

MThai News

อดีตเจ้าอาวาสรับฝังศพเด็ก ทำพิธีสะกดวิณญาณ

นายเฉลิม ด้วงทอง อดีตเจ้าอาวาส วัดห้วยดินจี่ จ.เชียงใหม่ เข้ามอบตัวพร้อมรับสารภาพนำศพเด็กไปฝั่งไว้ใต้ฐานพระพรหมจริง ก่อนทำพิธีสะกดวิณญาณ

จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ภาค 5 ร่วมกับทหาร บุกตรวจสอบ วัดห้วยดินจี่ อ.ดอยหล่อ จ.เชียงใหม่ หลังได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า อดีตเจ้าอาวาสวัด ที่ถูกจับสึกไปเมื่อปีที่แล้วได้สร้างวัตถุมงคลโดยใช้วิชาไสยศาสตร์ นำซากศพเด็กมาผสมทำวัตถุมงคลก่อนฝังศพไว้ใต้ฐานพระพรหมและศาลฤาษี จำนวน 4 ศพ แต่ชาวบ้านได้ขัดขวางไม่ให้ทำการขุดฐานพระพรหมจนกว่าจะได้ตัวผู้ต้องหามายืนยัน

14283929511428393183l

อดีตเจ้าอาวาสรับฝังศพเด็ก-สะกดวิณญาณ ใต้ฐานพระพรหมจริง

ล่าสุดวันนี้ (7 เมษายน 2558) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต. ปชา รัตนพันธ์ รอง ผบช. ภาค 5 เผยว่า นายเฉลิม ด้วงทอง อายุ 31 ปี หรืออดีตเจ้าอาวาส วัดห้วยดินจี่ อ.ดอยหล่อ จ.เชียงใหม่ ได้เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เมื่อวันที่ 3 เมษายน ที่ผ่านมา โดยรับสารภาพว่า ได้นำศพ ด.ญ.วันเพ็ญ ใส่โล่งแก้วและฝังไว้ใต้ฐานพระพรหมจริง ส่วนรอบ ๆ ฐานนั้น เป็นเศษกระดูกและซากศพตัวเล็ก ๆ แต่มีเพียงศพของ ด.ญ.วันเพ็ญ ที่มายืนกำกับและทำพิธีสะกดวิณญาณ

ทั้งนี้ศพของ ด.ญ.วันเพ็ญ เป็นเด็กทารกแรกคลอดเสียชีวิตที่ตนได้รับมาจากชายไทยไม่ทราบชื่อ อายุประมาณ 40 ปีเศษ เป็นผู้นำมามอบให้เมื่อประมาณ ปี พ.ศ. 2552-2553 โดยชายคนดังกล่าวได้ขอฝากศพ ด.ญ.วันเพ็ญ ไว้ให้เป็นลูกตน จึงนำศพ ด.ญ.วันเพ็ญ เก็บไว้ในกุฏิตลอดมา จนเมื่อวันที่ 15 เม.ย. 57 จึงได้ทำพิธีบรรจุศพไว้ใต้ฐานองค์พระพรหม

14283929511428393233l

อดีตเจ้าอาวาสรับฝังศพเด็ก-สะกดวิณญาณ ใต้ฐานพระพรหมจริง

ด้าน พล.ต.ต. ปชา รัตนพันธ์ เผยว่า เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาไปชี้จุดที่นำศพไปฝัง โดยมีชาวบ้านที่เคยศรัทธาและรู้ความจริงประมาณ 100 คน มาดูการชี้จุดฝังศพ ซึ่งชาวบ้านและกำนัน ต.ดอยหล่อ ที่เคยคัดค้านเรื่องการขุดก็ยินยอม ให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการขุดแต่ขอให้เจ้าหน้าที่นั้นนำพระสงฆ์ 9 รูป มาทำพิธีถอนดวงวิณญาณของ ด.ญ.วันเพ็ญ ก่อน

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้สืบทราบว่ามา พระสงฆ์ที่เล่นไสยเวทย์ต่าง ๆ นั้น จะซื้อศพมาจากสัปเหร่อในป่าช้า โดยสัปเหร่อพวกนี้จะได้ศพเด็กจากโรงพยาบาลที่ติดต่อให้เอาไปฌาปนกิจ แต่สัปเหร่อพวกนี้แอบนำมาจำหน่ายให้กับพระสงฆ์ที่เล่นไสยเวทย์ ด้วยราคา 3-5 พันบาท หากเป็นศพเด็กทารกตัวเล็กจะยิ่งราคาแพงมาก ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขยายผลเตรียมดำเนินการกับสัปเหร่อ

ส่วนกรณีที่ชาวบ้านร้องเรียน วัดเชียงขาง อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ว่า มีการนำซากศพเด็กทารกมาทำน้ำมันพราย ทำวัตถุมงคล ขายให้กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาตินั้น จากการตรวจสอบพบว่า เจ้าอาวาสวัดดังกล่าวนั้น ได้เลิกทำพิธีแล้ว เนื่องจากอายุมากและแรงศรัทธาของนักท่องเที่ยวก็ลดลง เจ้าอาวาส จึงหันมาใช้ของปลอม พวกเรซินแทนของจริง น้ำมันพราย ก็ใช้น้ำมันหมูมาเจียวใส่ขวดเล็กหลอกขายให้กับนักท่องเที่ยว จนนักท่องเที่ยวปัจจุบันหมดความเชื่อถือไปแล้ว

MThai News

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก ข่าวสด

สงกรานต์นี้ BTS-MRT ให้ผู้สูงอายุนั่งฟรี 3 วัน

บีทีเอส- รถไฟใต้ดิน จัดกิจกรรมให้’ผู้สูงอายุ’นั่งฟรีตลอด สงกรานต์ 13 – 15 เม.ย. นี้

บริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BMCL) ผู้ให้บริการรถไฟฟ้า MRT ร่วมฉลองเทศกาลสงกรานต์ 2558 จัดกิจกรรมสร้างความสุขในช่วงวันสงกรานต์ วันผู้สูงอายุ และวันครอบครัวแห่งชาติ ให้ผู้โดยสารที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป โดยสารรถไฟฟ้า MRT ฟรี! ตลอดระยะเวลาให้บริการ ระหว่างวันที่ 13 – 15 เมษายนนี้ เพียงแสดงตนที่ห้องออกบัตรโดยสารทั้ง 18 สถานี

รถไฟฟ้ากรุงเทพ, BMCL, รถไฟฟ้าใต้ดิน, MRT, รถไฟใต้ดิน
นอกจากนั้น บีทีเอส ยังได้จัดกิจกรรม “สงกรานต์รื่นเริง ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป นั่งรถไฟบีทีเอสฟรี” เพื่อส่งเสริมสถาบันครอบครัวให้บุตรหลานได้พาผู้สูงอายุนั่งรถไฟไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ระหว่างวันที่ 13 – 15 เมษายนนี้ ตั้งแต่ 06.00 น. ถึง 00.00 น. เพียงแสดงบัตรประชาชน แก่พนักงานสถานี เพื่อขอรับคูปองโดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอสฟรี ที่ห้องจำหน่ายตั๋วทุกสถานี รวมทั้งสถานีส่วนต่อขยาย

ทั้งนี้เพื่อเป็นการส่งเสริมสถาบันครอบครัว ให้บุตรหลาน ได้พาผู้สูงอายุนั่งรถไฟฟ้า ไปท่องเที่ยวยังสถานที่ต่างๆ ในเส้นทางรถไฟฟ้าได้อย่างสะดวก และรวดเร็ว โดยจะจัดเจ้าหน้าที่ คอยดูแลอำนวยความสะดวก ให้เข้าออกในระบบได้อย่างปลอดภัย โดยผ่านประตูพิเศษ

ติดตามข่าวสาร รถไฟฟ้าใต้ดินทั้งหมด ที่นี่>>>>>>>>>>

MThai News