เผาแล้ว! ดญ.ป.6ผูกคอ รอนิติเวชชี้ผลล่วงละเมิด

ฌาปนกิจศพ ดญ.ป.6ผูกคอ เงียบเหงาไร้เพื่อนและครูร่วมอาลัย ด้านตร.เตรียมสอบปากคำญาติอย่างละเอียดอีกครั้ง ขธรอผลจากนิติเวชชี้ชัดถูกครูล่วงละเมิดหรือไม่

จากกรณีด.ญ.ป.6วัย 13 ปี ผูกคอตายคาบ้านพักในอ.แม่สาย จ.เชียงราย โดยหลังเกิดเหตุมีกระแสข่าวลือว่าผู้ตายถูกครูลวงไปขืนใจ แล้วถูกคุกคามจนเด็กทนไม่ไหวฆ่าตัวตายหนีความอับอาย แต่พ่อเด็กเชื่อว่าน้อยใจเพื่อนชาย เพราะเพิ่งจบป.6 แล้วต้องย้ายไปเรียนจังหวัดอื่น ทำให้ต้องห่างกันเนื่องจากค้นเจอข้อความในมือถือลูกสาว รวมถึงเบอร์ที่โทร.คุยกับเพื่อนชายก่อนตาย พร้อมกับมีการสั่งระงับการฌาปนกินศพ เนื่องจากสาเหตุยังคลุมเครือ ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น

ฌาปนกิจศพ ดญ.ป.6ผูกคอ

ฌาปนกิจศพ ดญ.ป.6ผูกคอ

ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อวันนี้ (7 เม.ย.) เจ้าหน้าที่จากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จ.เชียงราย เดินทางมาพบพ่อของเด็ก เพื่อสอบถามข้อมูล พร้อมทั้งมอบเงินสดจำนวน 2,000 บาท เป็นค่าช่วยเหลืองานฌาปนกิจศพ โดยมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายนิติกร ที่มีความรู้ด้านกฎหมายมาให้คำปรึกษา และจะเข้าเก็บข้อมูลเพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย

ต่อมาเวลา 13.30 น. เจ้าหน้าที่มูลนิธิสยามรวมใจแม่สาย นำศพเด็กป.6 กลับมาจากการส่งพิสูจน์ที่แผนกนิติเวชโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ จากนั้นญาติได้นำไปประกอบพิธีที่สถานฌาปนกิจทันที บรรยากาศเงียบเหงา มีเพียงพ่อของเด็กและญาติร่วมงานเพียงไม่กี่คน

ด้านพ.ต.อ.ทรงกริช ออนตะไคร้ ผกก.สภ.แม่สาย เปิดเผยว่า หลังจากพิธีฌาปนกิจศพ ตนได้สั่งการพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีให้เชิญญาติมาสอบถามสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียดอีกครั้ง ที่ผ่านมาแต่ละคนให้การคนละทิศทาง และเผยแพร่เรื่องราวออกสื่อ ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก

ส่วนเรื่องที่เด็กถูกล่วงละเมิดทางเพศนั้น ต้องรอผลพิสูจน์จากนิติเวชเท่านั้น ยังไม่สามารถออกหมายเรียกใครมาสอบสวนได้ รวมทั้งครูที่พ่อของเด็กกล่าวอ้างถึง เพราะไม่มีหลักฐานโยงไปได้ ส่วนเด็กนั้นเสียชีวิตไปแล้ว แต่ถ้าทราบข้อมูลที่เป็นประโยชน์ หรือผลตรวจทางนิติเวชออกมา ทางตำรวจยืนยันจะทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา

ขอบคุณข้อมูลจาก ข่าวสดออนไลน์

MThai News

พุทธะอิสระ จี้สอบ มส.-พศ.ใช้เงิน1,500ล.รั่วไหล

‘พระพุทธะอิสระ‘ ยื่น ป.ป.ช.สอบสำนักพุทธฯและมหาเถรฯใช้งบกว่า1,500 ล้าน อุดหนุนวัดใกล้ชิด ถูกต้องหรือไม่ หลังพบเงินรั่วไหล-ส่อทุจริต

วันที่ 7 เม.ย.58 หลวงปู่พุทธะอิสระ เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม เดินทางยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้ตรวจสอบการใช้งบประมาณ 1,500 ล้านบาทของสำนักพุทธศาสนา และมหาเถรสมาคมว่าการอนุมัติให้เงินแต่ละวัดนั้นถูกต้องตามระเบียบการเบิกจ่ายเงินของราชการหรือไม่

พุทธะอิสระ, หลวงปู่พุทธะอิสระ, สำนักพุทธศาสนา, มหาเถรสมาคม, ป.ป.ช

และการพิจารณาให้เงินอุดหนุนนั้นใช้หลักเกณฑ์ใด และทำถูกต้องหรือไม่ เพราะงบดังกล่าวได้รับการสนับสนุนมาจากรัฐบาล

หลังพบ มีข้อมูลที่ผ่านมาเงินรั่วไหล มีการทุจริตเกิดขึ้น การอนุมัติงบในทุกโครงการมีการเรียกรับเงินทอนจากนักบวช และฆราวาสที่สูงถึง 30-50% ไม่ต่างจากนักการเมือง

และที่สำคัญการกระจายเงินอุดหนุนนั้น ส่วนใหญ่งบประมาณตกอยู่ที่วัดใกล้ชิดมหาเถรสมาคม ไม่ต่ำกว่าปีละ 2 รอบ ขณะที่วัดยากจนตามชนบทแทบไม่ได้รับงบประมาณ

MThai News

นักธุรกิจพันล้าน ร้องกองปราบถูกขู่ฆ่า-รีดเงิน177ล้าน

นักธุรกิจพันล้าน ปธ.บริหารสโมสรเพื่อนตำรวจ ร้องกองปราบถูกอดีตกรรมการ สกสค.แจ้งความเท็จ และถูกชายฉกรรจ์ขู่ฆ่า-รีดเงินจำนวน 177 ล้านบาท

วันนี้ (7 เม.ย.) นายสัมฤทธิ์ บัณฑิตกฤษดา หรือ “เดอะบิ๊ก” นักธุรกิจพันล้าน เจ้าของบริษัท สัญญาประกันภัย จำกัด (มหาชน) ประธานบริหารสโมสรเพื่อนตำรวจ และผู้ถิอหุ้นสโมสรเรดดิ้ง แห่งศึกแชมเปี้ยนชิพอังกฤษ เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รักษาราชการแทนผู้บังคับการปราบปราม

นักธุรกิจพันล้าน บุกกองปราบ

นักธุรกิจพันล้าน บุกกองปราบ

เพื่อร้องขอความเป็นธรรมกรณีที่ถูกทางกองบังคับการปราบปรามการทุจริตและประพฤติไม่ชอบในวงราชการ หรือ ป.ป.ป. แจ้งข้อหาว่า กระทำการสนับสนุนข้าราชการโดยไม่ชอบ และผิดระเบียบวัตถุประสงค์การกู้ยืมเงินของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) และยังถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ข่มขู่รีดเงินจำนวน 177 ล้านบาทอีกด้วย

โดยนายสัมฤทธิ์ เปิดเผยว่า เมื่อประมาณกลางปี56 ทางบริษัท บิลเลี่ยน อินโนเวเท็ต กรุ๊ปจำกัด ซึ่งตนเป็นเจ้าของ ได้ริเริ่มโครงการโรงงานไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ โดยใช้ที่ดิน 1,200 ไร่ ที่ อ.หนองหญ้าปล้อง จ.เพชรบุรี งบประมาณ 6,500 ล้านบาท ซึ่งหลังโครงการดังกล่าวจัดทำขึ้น ทาง สกสค. ก็ได้นำเงิน 2,100 ล้านบาท มาร่วมลงทุนด้วย

ภายหลังจากร่วมทุน และอยู่ระหว่างการดำเนินการ ได้มีอดีตบอร์ดบริหารของสกสค.คนหนึ่ง เข้าแจ้งความกล่าวหาตนว่า กระทำการสนับสนุนข้าราชการโดยไม่ชอบ และผิดระเบียบวัตถุประสงค์การกู้ยืมเงินของ สกสค. ซึ่งไม่เป็นความจริง เพราะความเป็นจริงทางบริษัทของตนไม่ได้มีการกู้ยืมเงิน แต่ทาง สกสค.นำเงินมาร่วมลงทุน

นอกจากนี้ตนยังถูกกลุ่มมาเฟียซึ่งเป็นชายฉกรรจ์มีอาวุธ ข่มขู่คุกคามเรียกเงินจำนวน 177 ล้านบาท รวมทั้งยังมีการขู่นำระเบิดมาวางไว้ที่บ้านพักและที่ทำงาน ทำให้ตนรู้สึกไม่ปลอดภัย อย่างไรก็ตาม ตนมั่นใจว่าธุรกิจของตนที่ดำเนินมานั้นถูกต้อง จึงไม่ทราบว่าการที่ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์มาข่มขู่รีดเงินนั้น มีวัตถุประสงค์อะไร

ด้าน พ.ต.อ.อัคราเดช กล่าวว่า เบื้องต้นทางกองปราบจะรับเรื่องไว้ดำเนินการ โดยจะสอบปากคำผู้เสียหายและตรวจสอบเอกสารทั้งหมด ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าเอกสารถูกต้องมีการระบุหลักเกณฑ์ชัดเจนว่า เงินกองทุนดังกล่าวนั้นเป็นการร่วมลงทุนจริง ไม่ใช่เป็นการกู้ยืมแต่อย่างใด ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่จะให้ความเป็นธรรมถึงที่สุด โดยหลังจากนี้จะทำการตรวจสอบว่ากลุ่มชายฉกรรจ์ที่ก่อเหตุนั้นมีใครบ้าง ถ้าเป็นกลุ่มผู้มีอิทธิพลก็จะเร่งดำเนินการขั้นพิเศษ อย่างไรก็ตามในเบื้องต้นเข้าข่ายการกรรโชกทรัพย์ และกักขังหน่วงเหนี่ยว

นักธุรกิจพันล้าน บุกกองปราบ

นักธุรกิจพันล้าน บุกกองปราบ

ขอบคุณข้อมูลจาก เดลินิวส์ออนไลน์

MThai News