‘จตุพร’ขอจัดงานรำลึก-วินธัย ชี้ รอพิจารณาก่อน

“จตุพร”ยื่น”คสช. ขอจัดงานทำบุญ 10 เม.ย.อุทิศกุศลให้ผู้เสียชีวิต ยัน ไม่ปราศัย ด้านวินธัย ชี้ ต้องดูลักษณะการจัดงาน ส่อวุ่นหรือไม่ 

วันที่ 6 เม.ย.58 นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. โพสต์เฟซบุ๊ก Jatuporn Prompan – จตุพร พรหมพันธุ์ ระบุ ขอสื่อสารกรณีการจัดงานของคณะกรรมการญาติวีรชน 10 เม.ย. และ 19 พ.ค.2553 ไม่ใช่การจัดงานรำลึก แต่เป็นการจัดงานทำบุญเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับดวงวิญญาณของวีรชนที่ล่วงลับ การทำบุญอุทิศส่วนกุศลเป็นประเพณีของชาวพุทธ เช่นเดียวกับญาติพี่น้องของนายทหารที่เสียชีวิตในเหตุการณ์ดังกล่าว

จัดงานรำลึก 10 เมษา, นปช.จัดงานรำลึก, จตุพร พรหมพันธุ์, วินธัย สุวารี , งานรำลึก

ด้าน พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษก คสช. กล่าวกรณีนปช.จะยื่นหนังสือต่อคสช. ในเรื่องดังกล่าวว่า หากมายื่นหนังสือแล้ว เจ้าหน้าที่จะจัดส่งหนังสือไปตามขั้นตอนให้กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) พิจารณา ต้องมีรายละเอียดหลายส่วนประกอบการพิจารณา โดยเฉพาะการจัดงานว่าเป็นอย่างไร  จะก่อให้เกิดความวุ่นวายหรือไม่

MThai News 

ผลสรุป4ศพทุ่งยางแดง ไม่ใช่แนวร่วมโจร

คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณี 4 ศพทุ่งยางแดง ไม่ใช่แนวร่วมขบวนการก่อเหตุรุนแรง เอาผิดเจ้าหน้าที่ พร้อมเร่งเยียวยา

ที่โรงแรมปาร์ควิวปัตตานี นายแวดือราแม มะมิงจิ ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี กล่าวแถลงกรณีเหตุการณ์ปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ที่บ้านโต๊ะชูด หมู่ที่ 6 ต.พิเทน อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 4 ราย ถูกควบคุมตัว 22 ราย พบอาวุธปืนข้างผู้ตาย AK-47 3 กระบอก .38 1 กระบอก ลูกระเบิด 1 ลูก เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2558 ที่ผ่านมา

ข่าวภาคใต้, โจรใต้, ข่าวจังหวัดปัตตานี

ข่าวภาคใต้

ผลการสรุปผู้ตายไม่ใช่ผู้ก่อความไม่สงบ ปืนไม่ใช่ของผู้ตาย เพื่อความเป็นธรรมทุกฝ่ายผู้เกี่ยวข้องต้องถูกเนินคดีตามกฎหมายพร้อมให้มีการเยียวยาจำนวน 7.5 ล้านบาท

มหากาพย์นักบุญหมื่นล้าน บทเรียน’จำ’จนวันตาย

มหากาพย์ นักบุญหมื่นล้าน บทเรียนที่ต้อง “จำ” จนวันตาย กับคดียักยอกทรัพย์ “สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น”

กลายเป็น มหากาพย์กลโกงหมื่นล้าน สร้างความเสียหายทางด้านการเงินครั้งมโหฬาร ประโยคนี้คงหนีไม่พ้นกรณีการยักยอกทรัพย์ใน “สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น” ซึ่งมีความเสียหายสูงถึง 16,000 ล้านบาท

เรื่องราวโยงใยถึงตัวละครมากมาย โดยตัวละเอกของเรื่องก็ไม่ใช่ใคร กลับกลายเป็นอดีตผู้ก่อตั้งสหกรณ์และอดีตประธานอย่าง นายศุภชัย ศรีศุภอักษร ที่กระทำผิดเสียเอง จนกลายเป็นเรื่องวิพากษ์วิจารณ์กันในสังคม

1339065924

ย้อนกลับไปถึงที่มาของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น สถาบันการเงินและสวัสดิการชุมชนเพื่อชุมชน มีที่มาจากความยากลำบากของผู้คนในชุมชนการเคหะคลองจั่น เนื่องจากชุมชนคลองจั่น เป็นชุมชนที่การเคหะแห่งชาติสร้างขึ้นมาใหม่ มีทั้งผู้มีรายได้ตั้งแต่ระดับกลางจนถึงระดับล่าง จากทั่วทุกสารทิศเข้ามาอยู่อาศัย ซึ่งด้วยความหลากหลายของผู้คน ทำให้ชุมชนแห่งนี้มีปัญหาทั้งทางด้านเศรษฐกิจ และสังคมต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย

จนกระทั่งมีคนกลุ่มหนึ่ง มีแนวคิดในการจัดตั้ง สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนชุมชนคลองจั่น จำกัดขึ้น หลังจากที่การเคหะแห่งชาติร่วมกับชุมนุมสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนแห่งประเทศไทย ได้จัดให้มีการอบรมความรู้เกี่ยวกับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน เรื่อง วิธีการสหกรณ์กับการพัฒนาชุมชนขึ้น เมื่อวันที่ 24-25 กันยายน 2526 โดยกำหนดแนวทางว่า วิธีการเครดิตยูเนี่ยนจะแก้ไขปัญหาในชุมชนได้อย่างยั่งยืน

Supachai11

ซึ่งในวันที่ 4 ธันวาคม 2526 สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนชุมชนคลองจั่น จำกัด จึงได้ถือกำเนิดขึ้นจากผู้นำ 3 คือ นายวิวัฒน์ พัฒนศักดิ์สุธี นายมณฑล กันล้อม และนายศุภชัย ศรีศุภอักษร และคณะกรรมการที่เข้ามาบริหารนั้นเกิดจากการคัดเลือกของเหล่าสมาชิกในสหกรณ์เอง

มหากาพย์เรื่องนี้ เริ่มต้นจากนายศุภชัย ได้ยืมเงินทดรองจำนวน 3,000 ล้าน และได้ปล่อยกู้ให้แก่บริษัทเอกชนโดยไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันกว่า 10,000 ล้านบาท และเมื่อถูกทวงนายศุภชัยก็บ่ายเบี่ยงเรื่อยมา

ซึ่งเงินส่วนหนึ่งที่ถูกยักยอกออกไปนั้น ปรากฏเป็นเช็คสั่งจ่ายของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น โดยนายศุภชัยนำไปบริจาคให้กับ “วัดพระธรรมกาย และพระธัมมชโย” เจ้าอาวาสวัด จำนวนเกือบ 1,000 ล้านบาท เงินก้อนใหญ่นี้ไม่ได้เชื่อมโยงแค่สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นกับวัดพระธรรมกายเท่านั้น แต่ยังมีธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกันอีกจำนวนไม่น้อย

และจากเงินจำนวนมหาศาลที่ถูกยักยอกออกไป ส่งผลกระทบถึงสหกรณ์น้อยใหญ่ทั่วประเทศ กระจายความเดือดร้อนไปถึงสมาชิกหลายหมื่นคนที่เข้าร่วมฝากเงินกว่า 5,000 ล้านบาท

บริจาคธรรมกาย

เหตุใด? นายศุภชัย ต้องบริจาคเงินจำนวนมหาศาลให้แก่ พระธัมมชโยและวัดพระธรรมกาย หรือเพียงเพราะนายศุภชัยเป็น “สาวก”ของวัด และต้องการบริจาคเงินในฐานะนักบุญเท่านั้น และหากไม่ใช่เงินที่มาจากสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นแล้ว ลำพังตัวนายศุภชัยเอง จะมีกำลังเพียงพอที่จะบริจาคเงินส่วนตัวได้หรือไม่ นี่คือคำถามที่เกิดขึ้น

ที่ผ่านมาหลังจากปรากฏเป็นเรื่องราวฉาวโฉ่ นายศุภชัยตกเป็นผู้ต้องหาในคดียักยอกทรัพย์ของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นนั้น เจ้าตัวก็ยังปฏิเสธเสียงแข็ง ยืนยันความบริสุทธิ์ของตนเอง รวมทั้งระบุว่าเงินที่นำไปบริจาคให้กับวัดพระธรรมกาย ตนยืมและคืนสหกรณ์ไปครบถ้วนแล้ว

ขณะที่นายเผด็จ มุ่งธัญญา ประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นคนปัจจุบัน ได้ออกมาเปิดเผยว่า หลังจากได้ตรวจสอบบัญชีย้อนหลังแล้ว ไม่พบการคืนเงินอย่างที่กล่าวอ้าง รวมทั้งไม่พบคำขอยืมเงินดังกล่าวด้วย ซึ่งถือขัดแย้งกับคำยืนยันของนายศุภชัยโดยสิ้นเชิง

อีกด้าน พนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้เรียกผู้เกี่ยวข้องโดยตรงอย่าง เครือข่ายวัดพระธรรมกาย เข้าให้ปากคำ ทั้งหมดก็ยืนกรานปกป้องพระธัมมชโยว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเงินที่ถูกยักยอกมา แม้แต่เช็คก็ยังไม่เคยจับถึงมือ ข้อเท็จจริงจะเป็นเช่นไร ยังดูคลุมเครือ เมื่อต่างฝ่ายต่างยืนกระต่ายขาเดียวว่าตัวเองไม่ผิด และตัวละครรองอย่างพระธัมมชโย ก็ยังคงหันหลังไม่เดินทางเข้าให้ความกระจ่างกับเจ้าหน้าที่

ตรงกันข้ามต่อให้ปฏิเสธอย่างไร คงหนีไม่พ้นเอกสารหลักฐานต่างๆที่จะมามัดตัวผู้กระทำความผิด

82AC0AEBB66C4558AA732F4181BBC539

ล่าสุด คณะทำงานติดตามคดีดังกล่าวของดีเอสไอ ได้รายงานผลการตรวจสอบเส้นทางการเงินนายศุภชัย พบว่าในช่วงระหว่างปี 2553 – 2555 ได้มีการทำสัญญากู้เงินปลอม เพื่อถ่ายเททรัพย์สินออกไปจากสหกรณ์กว่าหมื่นล้านบาท โดยนายศุภชัย ได้เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำสัญญากู้เงิน 33 ฉบับ ของนิติบุคคล 28 แห่ง

ซึ่งดีเอสไอได้รับการยืนยันจากนิติบุคคล 4-5 แห่งว่า ไม่เคยกู้เงินกับสหกรณ์ และคาดว่านายศุภชัยน่าจะเป็นผู้ปลอมแปลงลายมือชื่อ ขณะที่การตรวจสอบนิติบุคคลบางแห่ง ก็มีชื่อของนายศุภชัยเป็นกรรมการ และเป็นผู้ลงนามขอกู้เงิน และอนุมัติให้กู้อีกด้วย

คดียักยอกเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ผ่านมา 2 ปีแล้ว ที่สมาชิกและเจ้าหนี้ไม่สามารถดำเนินการเบิกถอนเงินได้ มหากาพย์เรื่องนี้ตอนจบจะเป็นอย่างไร? ยังมองไม่เห็นทางสว่าง หากผู้กระทำความผิดยังไม่ให้ความร่วมมือในการให้ข้อเท็จจริง

บทเรียนเรื่องนี้ คงจะเป็นอุทธาหรณ์แก่ทุกสหกรณ์ทั่วประเทศว่า การเลือกตัวแทนสมาชิกเข้าไปบริหารงานหรือเงินนั้น ไม่ใช่เรื่อง ที่จะวางใจใครได้เลย ดังคำโบราณที่ว่า “เรื่องเงินไม่เข้าใครออกใคร”

ขอบคุณภาพจาก thaipublica

MThai News